أنت تستخدم إصدار مستعرض قديمًا. الرجاء استخدام إصدار معتمد للحصول على أفضل تجربة MSN.

กองทุนมองหุ้นทรูดีดช่วงสั้น

شعار Reuters Reuters 12/06/2014 Reuters
โบรกเกอร์ยืนอยู่หน้ากระดานหุ้นที่บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ (Richard Vogel, AP Photo) © Richard Vogel / AP Photo โบรกเกอร์ยืนอยู่หน้ากระดานหุ้นที่บริษัทหลักทรัพย์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ (Richard Vogel, AP Photo)

การเตรียมเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 18% โดย "ไชน่า โมบาย" หนุนให้ราคาหุ้นของ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น ซึ่งมีบริษัทลูกเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่อันดับ 3 ของไทย พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 19.5% ในช่วง 2 วันทำการ หลังนักลงทุนในตลาดรับรู้ข่าวดังกล่าว

แต่หุ้นของบริษัทคู่แข่ง ทั้ง บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) และ บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) ดิ่งลงมากสุด ถึง 13.7% และ 7.1% ตามลำดับ เป็นผลจากความกังวลว่า การแข่งขันในธุรกิจจะรุนแรงขึ้น หลังการเข้ามาในตลาดของกลุ่ม ไชน่า โมบาย ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของโลก

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนระบุว่า การพุ่งขึ้นของราคาหุ้นทรูในช่วงนี้ ยังเป็นเพียงการดีดขึ้นรับข่าวในระยะสั้น ส่วนศักยภาพของบริษัทในระยะยาว ยังเป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์ต่อไป แต่ยอมรับว่า เพื่อตัดขาดทุนจากการร่วงลงของหุ้นเอไอเอสและดีแทคในช่วงนี้ ทำให้บางกองทุนอาจต้องลดสัดส่วนหุ้นของสองบริษัทดังกล่าว และหันไปเพิ่มการลงทุนหุ้นทรูเพื่อให้สอดรับกับแนวโน้มของบริษัทที่ดูดีขึ้น

"ที่ผ่านมาทรูเป็นตัวที่อ่อนแอสุดในกลุ่ม ด้วยภาระหนี้สินของบริษัท แต่พอมีสิ่งที่ทำให้ดีขึ้น เครดิตเรทติ้งอาจจะถูกปรับขึ้น ต้นทุนทางการเงินจะถูกลง ก็อาจจำเป็นต้องขายหุ้นบางตัวที่คิดว่าจะ underperform ในระยะสั้น แล้วมาซื้อทรูแทน" นายยืนยง เทพจำนงค์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการลงทุน งานลงทุนในตราสารทุน บลจ.กรุงไทย กล่าวกับ "รอยเตอร์"

เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรูแจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า จะเพิ่มทุนราว 1 หมื่นล้านหุ้น โดยราว 4.43 พันล้านหุ้น เสนอขายให้ ไชน่า โมบาย ส่วนที่เหลือจะขายให้ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน ในราคาหุ้นละ 6.45 บาท ซึ่งคาดว่าจะเรียกชำระค่าหุ้นเพิ่มทุนระหว่างวันที่ 28-30 ส.ค.นี้ โดยหลังเพิ่มทุนแล้ว จะทำให้ ไชน่า โมบาย เข้าถือหุ้นในบริษัท 18%

ทรูจะได้เงินจากการเพิ่มทุนครั้งนี้ 6.5 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน และใช้ลงทุนในธุรกิจของกลุ่มบริษัท

ขณะที่วานนี้ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ระบุว่า จะทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กร ที่ระดับ Caa1 ของทรู รวมทั้งอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กร และหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีหลักประกันของบริษัท ทรูมูฟ โดยมีแนวโน้มที่จะปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือ หลังมองว่า หากแผนการเพิ่มทุนของทรูประสบความสำเร็จ จะช่วยให้สถานะหนี้ของบริษัทดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเสริมฐานเงินทุน

อย่างไรก็ตาม นายยืนยงมองว่า การปรับขึ้นของราคาหุ้นทรูในช่วงนี้ เป็นเพียงการตอบรับข่าวในระยะสั้น และต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ว่า ศักยภาพในการแข่งขัน และฐานะของบริษัท จะดีขึ้นในระยะยาวจริงหรือไม่

ขายเอไอเอส-ดีแทคตัดขาดทุน

ด้านแหล่งข่าวจากผู้จัดการกองทุนรายหนึ่งระบุว่า แรงซื้อหุ้นทรูหลังจากการประกาศข่าวเพิ่มทุน และการเตรียมเข้าถือหุ้นโดย ไชน่า โมบาย เป็นแรงซื้อจากนักลงทุนในประเทศเป็นหลัก รวมถึงกองทุนด้วย แต่มองว่าเป็นเพียงการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น ยังไม่ใช่การซื้อเพื่อถือลงทุนในระยะยาว

"จริงๆ เป็นเรื่องของการเก็งกำไรล้วนๆ เพราะปัจจัยพื้นฐานไม่ได้ฟื้นขึ้นมาดีมากมาย ไชน่า โมาย ไม่ได้เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนที่ถึงกับมากอะไร แต่ว่ามันเป็น overhang มานาน ว่าจะเพิ่มทุนหรือจะทำอะไร" เขากล่าว

ผู้จัดการกองทุนรายนี้กล่าวว่า กองทุนภายใต้การบริหารของเขา มีบางกองทุนที่ขายหุ้นในกลุ่มสื่อสารตัวอื่นๆ อย่าง เอไอเอส และดีแทค และเข้าซื้อหุ้นทรู โดยส่วนหนึ่งเป็นเพราะที่ผ่านมา กองทุนแทบจะไม่ได้ถือหุ้นทรู เมื่อปัจจัยเริ่มเปลี่ยนไป ก็อาจจะต้องมีการให้น้ำหนักบ้าง

ขณะที่อีกปัจจัยที่สำคัญคือ การวัดผลการดำเนินงานของกองทุน จะนำไปเทียบกับตัวอ้างอิง (benchmark) ดังนั้น ถ้ากองทุนยังคงพอร์ตเดิมไว้ โดยไม่สนใจทิศทางของหุ้นในตลาด หรือ benchmark ก็จะทำผลตอบแทนได้แย่กว่าตลาด จึงจำเป็นต้องขายหุ้นบางตัวออกมาก่อน เพื่อไปซื้อทรู ซึ่งถ้าเทียบกันตามปัจจัยพื้นฐานแล้ว หุ้นที่จะถูกขายหนักกว่า ก็คงเป็นดีแทค

"เราแข่งขันก็เทียบกับ benchmark หุ้นทรูขึ้นมา 2 วันแล้ว ตัวอื่นติดลบกันมหาศาล ก็มีผลต่อ performance กองทุนเหมือนกัน ต่อให้เรามองว่าเป็นการ speculative แต่ก็คงต้องมีการเทรดดิ้งตามด้วย" ผู้จัดการกองทุนกล่าว

อย่าลืมผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น

แม้กองทุนบางแห่งตัดสินใจปรับพอร์ตในช่วงสั้น โดยเข้าซื้อหุ้นทรูและขายหุ้นบริษัทอื่นที่มีธุรกิจใกล้เคียงกัน แต่ในส่วนของ บลจ.วรรณ ยังคงเชื่อมั่นกับการลงทุนในหุ้นตัวหลักๆ ในกลุ่มสื่อสารต่อไป

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.วรรณ กล่าวกับ "รอยเตอร์" ว่า จนถึงขณะนี้ พอร์ตในส่วนของหุ้นกลุ่มสื่อสารยังคงเดิมอยู่ คือไม่ได้เข้าลงทุนในหุ้นทรู และยังคงชอบหุ้นหลักอย่าง เอไอเอส รวมถึง บมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอไอเอส ต่อไป

"เราไม่ได้มีการปรับพอร์ตอะไร น้ำหนักของหุ้นในกลุ่มสื่อสารยังเหมือนเดิม ซึ่งเรายังคงชอบหุ้นเอไอเอสและชินอยู่" เขากล่าว

นายวินให้ความเห็นด้วยว่า สิ่งที่นักลงทุนในตลาดอาจจะมองข้ามไปในช่วงนี้ คือ การเพิ่มทุนของทรูครั้งนี้ จะทำให้เกิดผลกระทบต่อผู้ถือหุ้น (dilution effect) ถึงเกือบ 50% ดังนั้น นักลงทุนคงต้องพิจารณาให้รอบคอบ ต่อความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นกับทรูในขณะนี้

image beaconimage beaconimage beacon