คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ดูแล 'กรองอากาศ' ปอดรถยนต์ที่ไม่ควรมองข้าม

โลโก้ เดลินิวส์ เดลินิวส์ 5 วันทีผ่านมา

เชื่อว่ามีผู้ใช้รถอีกจำนวนไม่น้อย ที่มักจะมองข้าม กรองอากาศ (Air filter) เป็นอุปกรณ์ที่มีผลต่อประสิทธิภาพและอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงโดยตรง ซึ่งเครื่องยนต์ เบนชินหรือดีเซล ต่างก็ต้องอาศัย ออกซิเจนไปใช้ผสมกับน้ำมันเชื้อเพลิง

© สนับสนุนโดย Si-Phaya Publishing Co.,Ltd.

เพื่อใช้การจุดระเบิด แต่อากาศที่มีอยู่โดยทั่วไปมักจะมีฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกปะปนอยู่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมี กรองอากาศ มาดักฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปในเครื่องยนต์ ซึ่งหากปล่อยสิ่งสกปรกเข้าไปในห้องเผาไหม้ ส่วนหนึ่งจะเป็นเม็ดทรายละเอียดที่มีความแข็ง ไปเกาะอยู่ตามร่องแหวนและผนังกระบอกสูบ เปรียบเสมือนกระดาษทราย ที่จะคอยขัดถูทำให้แหวน-กระบอกสูบสึกหรอเร็วขึ้น จากที่ควรจะเป็นเครื่องยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 3-4 แสนกิโลเมตร อาจจะลดลงมาเหลือแค่ 1 แสนกิโลเมตร ก็เป็นได้

แต่เมื่อใช้งานไปนาน ๆ กรองอากาศ อาจทำให้เกิดอาการอุดตัน ส่งผลให้อากาศผ่านเข้าไปได้น้อยลงการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ โดยทั่วไปควรตรวจเช็คทำความสะอาดทุกๆ 2-5พันกิโลเมตร ขึ้นอยู่กับการใช้งาน และเปลี่ยนไส้กรองอากาศทุก 2 หมื่นกิโลเมตร หรือเร็วกว่านั้น หากขับขี่รถในบริเวณที่มีฝุ่นมากเป็นประจำ

ประเภทของ กรองอากาศ

-กรองอากาศแบบแห้ง ไส้กรองอากาศแบบแห้งจะนิยมใช้งานกันมากที่สุดในปัจจุบัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ แบบที่เป็นกระดาษกรอง หรือเส้นใยตามธรรมดา กับแบบที่มีน้ำยาเคลือบกระดาษกรองเอาไว้ เพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการดักจับสิ่งสกปรกให้ดีขึ้น ลักษณะคล้ายๆ กับพวกไส้กรองแบบเปียกนั่นเอง แต่ผู้ผลิตจะเคลือบน้ำยามาให้เรียบร้อย

-กรองอากาศแบบเปียก หรือ ไส้กรองแบบน้ำมัน ใช้น้ำมันเครื่องเป็นตัวจัดการกับฝุ่นผง ซึ่งนิยมใช้กันอยู่ ในรถรุ่นเก่า ปัจจุบันมีใช้ในรถจักยานยนต์บางรุ่น ลักษณะของ กรองแบบเปียกจะมีน้ำมันเครื่องหล่อไว้ภายใน ฝุ่นผงที่มาพร้อมกับอากาศจะถูกน้ำมันเครื่องจับเอาไว้

วิธีสังเกตกรองอากาศตัน

สามารถสังเกตอาการของรถยนต์ได้ ดังนี้ เครื่องยนต์สั่น-กำลังตก -สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าปกติ-ไอเสียมีสีดำ

วิธีทำความสะอาด กรองอากาศ ด้วยตัวเอง

ใช้การเป่าเอาสิ่งสกปรกออกจาก กรองอากาศ โดยให้เป่าลมจากด้านตรงกันข้ามกับที่ฝุ่นเกาะอยู่ จนหมด ถ้าเป็นกรองสแตนเลส สามารถล้างด้วยน้ำยาล้างจานหรือผงซักฟอก ก่อนใช้ลมเป่าหรือตากให้แห้ง ถ้าเป็นกรองเปียกให้ทำล้างด้วยน้ำมันเบนซิน แล้วบีบให้แห้ง (ห้ามบิดเนื่องจากอาจทำให้ฉีกขาดเสียหายได้) แล้วชโลมด้วยน้ำมันเครื่องใหม่

วิธีตรวจสอบ กรองอากาศ หลังทำความสะอาด

ใช้ โคมไฟ หรือ ไฟฉาย ส่องกรองอากาศจากด้านตรงข้ามกับที่ฝุ่นเกาะอยู่ ถ้ามองเห็นแสงไฟและไม่มีรอยฉีกขาด ยังถือว่าใช้งานได้ แต่ถ้ามองไม่เห็นแสงไฟ แสดงว่าฝุ่นเข้าไปสะสมจนเต็ม แม้จะมีการเป่าลมก็ไม่สามารถช่วยได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่..

..................................

คอลัมน์ : รู้ก่อนเหยียบ

โดย "ช่างเอก"

ติดต่อสอบถามข้อมูลโดยตรงที่ changaek_106@hotmail.com

..........................

ขอบคุณข้อมูลจาก

-บริษัท มาสเตอร์ มอเตอร์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด / www.mmsboschcarservice.com

เพิ่มเติมจาก เดลินิวส์

image beaconimage beaconimage beacon