คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

เปรียบมวย TOYOTA C-HR 1.8 MID ปะทะ HONDA HR-V 1.8 RS

โลโก้ ไทยรัฐ ไทยรัฐ 8/10/2561

C-HR กับ HR-V เอสยูวีหรือครอสโอเวอร์ก็แล้วแต่จะถนัดเรียก แต่ผมขอเรียกรถอเนกประสงค์ไซส์เล็กของทั้งสองแบรนด์ว่า ครอสโอเวอร์ เนื่องจากมันไม่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แม้จะยกสูงด้วยกันทั้งคู่ แต่ความสามารถของสองเกลอในด้านการลุยและพื้นที่ยังไม่ถึงขั้นเอสยูวี ชั่วโมงนี้สำหรับท่านที่กำลังเล็งๆ TOYOTA C-HR รุ่นเครื่องยนต์เบนซินเพียวๆ ไม่มีระบบไฮบริด กับ HONDA HR-V RS รุ่นปรับโฉม เลือกคันไหนดี เพราะทั้งสองรุ่นสองยี่ห้อ ต่างก็มีจุดเด่นและมีจุดด้อยที่คล้ายๆ กัน รถครอสโอเวอร์ทั้งสองแบรนด์ที่กำลังแข่งขันกันในตลาดอย่างดุเดือดเลือดพล่าน ต่างก็สูสีกันมากทั้งรูปลักษณ์ ขนาด และความสามารถหลังพวงมาลัย HR-V นั้น ได้เปรียบด้านพื้นที่การใช้สอย ส่วน C-HR มาครบทั้งทรงของรถแนวอวกาศทันสมัยโดนใจวัยรุ่น พร้อมการขับที่จะทำให้คุณอึ้ง! สำหรับราคาค่าตัวและประสิทธิภาพของการขับใช้งานที่ดูจะเหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างกันบ้างตามสไตล์ของ Toyota และ Honda

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd. © สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

Toyota C-HR และ HR-V เป็นรถครอสโอเวอร์ราคาล้านนิดๆ ที่กำลังทำตลาดในไทย HR-V ของ Honda นั้นออกมาก่อนก็เลยกอบโกยยอดขายสบายตัวไปนานแล้ว หลังจากนั้นอีก 3 ปีต่อมา รุ่นปรับโฉมของ HR-V ก็โผล่มาขย่มยอดขายที่กำลังไปได้สวยของ C-HR จนล่าสุด Honda HR-V กลับมายืนแป้นผู้นำด้านยอดขายรถยนต์ครอสโอเวอร์ไซส์เล็กอีกครั้ง หลังจากปล่อยให้ C-HR นำโด่งอยู่หลายเดือน สมรรถนะของการควบคุมที่เปลี่ยนไปใน Toyota C-HR ส่วนหนึ่งเกิดจากแชสซีใหม่เอี่ยมที่เรียกว่า TNGA เข้ามาช่วยปรุงแต่งประสิทธิภาพการทรงตัวหลังพวงมาลัย ลูกค้าขับแล้วเกิดความพออกพอใจในความสามารถของ C-HR ทำให้รถเล็กรุ่นนี้ของพี่โตมียอดจองเกือบ 4,000 คัน ในช่วงเปิดตัว ส่วน HR-V ของ Honda มีความสดใหม่ด้วยรุ่นปรับโฉม โดยเฉพาะรุ่นสูงสุด RS ที่จัดของแต่งมาเต็มคัน แถมด้วยพื้นที่เบาะหลังที่เหนือกว่ารถคู่แข่ง งานนี้เบียดบี้กันหนักหน่วงทุกดอกทุกเม็ดถึงขั้นกระดูกแตกเลยล่ะครับ! 

ราคา

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

HONDA HR-V RS รุ่นปรับโฉม 2018 1,119,000 บาท

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

TOYOTA C-HR 1.8 MID รุ่นเครื่องยนต์เบนซิน 1,039,000 บาท

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

TOYOTA C-HR 1.8 MID รูปลักษณ์และมิติตัวถัง

Toyota C-HR รุ่น 1.8 MID เครื่องยนต์เบนซินเพียวๆ ไม่มีระบบไฮบริด มีราคาค่าตัว 1,039,000 บาท ถูกกว่ารุ่นไฮบริดอยู่พอสมควรโดยมีมิติตัวถังยาว 4,360 มิลลิเมตร กว้าง 1,795 มิลลิเมตร สูง 1,565 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,640 มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 154 มิลลิเมตร สูงกว่ารถเก๋งปกติเล็กน้อย ความกว้างล้อหน้า 1,550 มิลลิเมตร ความกว้างล้อหลัง 1,570 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 43 ลิตร น้ำหนักตัวรถทั้งคันอยู่ที่ 1,380 กิโลกรัม มีรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด 5.2 เมตร ช่วงล่างแบบใหม่ในแพลตฟอร์มใหม่ TNGA ด้านหน้าเป็นแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช้คอัพและเหล็กกันโคลง มีการเปลี่ยนแปลงมุมของสตรัทแบร์ริ่งเพื่อทำให้มีค่าที่สอดคล้องกับประสิทธิภาพของการยึดเกาะ ส่วนด้านหลังมีการปรับปรุงรูปแบบของระบบรองรับให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วงล่างหลังของ C-HR เป็นแบบมัลติลิงก์ ดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่ ใช้โช้คอัพที่มีโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ล้อและยางใส่ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ยาง Dunlop Enasave EC300 ไซส์ 215/60R17

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

HONDA HR-V RS รูปลักษณ์และมิติตัวถัง

HR-V รุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท เป็นรถ 5 ประตูแนวครอสโอเวอร์เรือนร่างกะทัดรัด แต่ก็มีขนาดของห้องโดยสารโดยเฉพาะเบาะหลังที่กว้างขวางกว่ารถคู่แข่งอย่าง C-HR มิติตัวถังของ HR-V RS กว้าง 1,772 มิลลิเมตร ยาว 4,294 มิลลิเมตร สูง 1,605 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,610 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า 1,535 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหลัง 1,540 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง 185 มิลลิเมตร ความจุถังเชื้อเพลิง 50 ลิตร HR-V คืออีกหนึ่งเวอร์ชั่นของแพลตฟอร์มที่ใช้ร่วมกันในกลุ่มรถเล็กของ Honda โดยผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก แล้วแชร์ชิ้นส่วนพวกแชสซีร่วมกันภายในแบรนด์เพื่อการลดต้นทุนของการผลิต ซึ่งทุกแบรนด์ในปัจจุบันนิยมทำแบบนี้ สำหรับการลดค่าใช้จ่ายในการสร้างรถรุ่นใหม่บนไลน์ประกอบ HR-V เป็นรถที่มีพื้นฐานดีจากการออกแบบ มันใช้โครงสร้างที่มีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ช่วงล่างหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท และทอร์ชั่นบีมที่ด้านหลัง เป็นระบบรองรับที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ เจ้า HR-V RS รุ่นปรับโฉม 2018 ใส่ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้ว ยาง Yokohama Bluearth E70 ไซส์ 215/55R17 น้ำหนักตัวรถ 1,292 กิโลกรัม

ดีไซน์ภายใน จุดเด่นและจุดด้อยของห้องโดยสาร

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

TOYOTA C-HR 1.8MID

บางคนบ่นเรื่องพื้นที่เบาะหลัง วัสดุและรูปแบบการจัดวางอุปกรณ์ของ Toyota แต่จุดเด่นของ C-HR อยู่ที่เบาะคู่หน้า ซึ่งออกแบบให้นั่งได้สบายตัว เบาะหลังก็นั่งโดยสารได้ดีและเงียบกว่ารุ่นไฮบริดเนื่องจากไม่มีแบตเตอรี่อยู่ใต้เบาะนั่งแถวที่สอง ประตูบานหลังแบบ Coupe ย้ายมือจับที่เปิดประตูไปอยู่กับเสาท้าย ประตูหลังที่สูงรวมถึงเสาท้ายแบบ Coupe ทำให้ทัศนวิสัยมุมมองของผู้โดยสารตอนหลังค่อนข้างอับทึบไปนิด แต่เบาะหลังก็ยังนั่งโดยสารทางไกลได้ดี ไม่แตกต่างไปจากรถคู่แข่ง เนื่องจากการออกแบบแชสซีและระบบรองรับด้านหลังใหม่หมด

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

เบาะที่นั่งแถวหลังของ C-HR สามารถพับแยกส่วน 60:40 ให้แบนราบได้เพื่อเพิ่มเนื้อที่บรรทุกสัมภาระเพิ่มเติม เมื่อพับเบาะลงทั้งหมดจะมีความจุมากถึง 1,112 ลิตร เหมาะกับการยัดของชิ้นโต ภายในห้องโดยสารยังออกแบบให้มีช่องเก็บของและที่วางแก้วน้ำตามสไตล์รถอเนกประสงค์สำหรับคนรุ่นใหม่ เบาะที่นั่งคู่หน้ายังใช้การปรับด้วยมือ ไม่ใช่ระบบไฟฟ้าเหมือนรุ่นไฮบริดที่มีราคาสูงกว่า เบาะคู่หน้าได้ออกแบบทรงของเบาะออกมาในแนวสปอร์ต พร้อมบุเสริมความหนาที่เน้นนั่งสบายขับได้ทั้งวัน ด้วยเบาะหน้าที่ออกแบบให้กระจายแรงกดของน้ำหนักตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารเพื่อความสบายเนื้อสบายตัว

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

C-HR มีจอภาพมอนิเตอร์กลางของระบบเครื่องเสียง DVD หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/HDMI/Micro SD Card ระบบเชื่อมต่อด้วย Bluetooth รองรับโทรศัพท์ และการเล่นเพลง ลำโพง 6 ตำแหน่ง ให้ภาพที่คมชัดพร้อมการเชื่อมต่อ Toyota T-Connect Telematics เพิ่มการครอบคลุมในการใช้งานเพื่อสื่อสารกับโลกภายนอก สำหรับระบบ Toyota T-Connect Telematics เป็นระบบที่เชื่อมต่อผู้ขับขี่และรถยนต์ผ่าน Smart phone และ Apple watch พร้อมทั้งเครือข่ายศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะ เพื่อรับข้อมูลและความช่วยเหลือตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็น ระบบนำทาง T-Connect Telematics บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชม. ระบบตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์และช่วยค้นหาพิกัดในกรณีที่รถถูกโจรกรรม สัญญาณ Wi-Fi ในรถยนต์ และการลดเบี้ยประกันด้วยโปรแกรม Pay As You Drive insurance

ดีไซน์ภายใน จุดเด่นและจุดด้อยของห้องโดยสาร

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

HONDA HR-V RS

จากแนวคิดพื้นฐานในการออกแบบ Exciting H Design กลายเป็นแนวคิดพื้นฐานที่ถูกนำมาใช้ในรถยนต์ทุกรุ่นของ Honda โดย
ได้รับการต่อยอดผ่าน Honda New HR-V กับแนวคิด Expansive Cockpit คำว่า Expanse (Expansive) สะท้อนให้เห็นถึงความกว้างและโปร่งโล่งของพื้นที่เหนือแผงคอนโซล Cockpit ที่มีรูปทรงสไตล์สปอร์ตด้วยคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น ห้องโดยสารของ HR-V ให้บรรยากาศของความกว้างขวางและความสะดวกสบาย

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

HR-V มีภายในโทนสีดำ มาพร้อมพื้นผิวสัมผัสที่นุ่มนวล ด้วยการคัดเลือกวัสดุคุณภาพดีขึ้น ประกอบกับดีไซน์ของตะเข็บรอยเย็บที่สวยงามและประณีตคล้ายกับรถยนต์พรีเมียม เป็นการยกระดับคุณภาพของวัสดุ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด แผงคอนโซลและคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น ให้ความรู้สึกกว้างขวางและโปร่งโล่ง การจัดวางภายในห้องโดยสาร Honda HR-V พร้อมแนวคิด Smart Cross Package มุ่งไปที่ความเป็นส่วนตัว ฟังก์ชั่นการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ  เน้นหนักแบบรถอเนกประสงค์ เพื่อประสิทธิภาพของการใช้งานในชีวิตประจำวัน กล้องมองภาพด้านข้างเฉพาะฝั่งซ้ายติดตั้งอยู่ใต้กระจกมองข้าง ช่วยทำให้การเลี้ยวเข้าซอยปลอดภัยจากมอเตอร์ไซค์ ด้วยภาพที่แสดงผ่านจอมอนิเตอร์เมื่อยกไฟเลี้ยวซ้าย 

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

HR-V ออกแบบให้ตำแหน่งนั่งขับมีความสูงมากกว่ารถซีดานทั่วไป ซึ่งทำให้ระดับสายตาอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มอบทัศนวิสัยที่ดีจากความโปร่งโล่ง การมองได้ไกลมากยิ่งขึ้นยังเข้ามาช่วยเสริมในเรื่อง
ความปลอดภัย การออกแบบความกว้างของเสากระจกบังลมด้านหน้าให้มีมุมที่ลาดลง
อย่างเหมาะสม ทำให้ได้ทัศนวิสัยในมุมกว้างที่แตกต่าง
ตำแหน่งเบาะที่นั่งคนขับ ในแง่ของทัศนวิสัยรอบด้าน ทั้งเบาะที่นั่งคนขับและเบาะที่นั่งผู้โดยสาร ได้ถูกออกแบบมาให้สอดคล้องกับสรีระ 
เพื่อมอบความสบายยามขับใช้งานทางไกล หรือในขณะที่กำลังเข้า-ออก ห้องโดยสาร ช่องเก็บของคอนโซลกลางพร้อมที่วางแก้วน้ำ เพื่อรองรับความหลากหลายในการใช้งาน ช่องเก็บของคอนโซลกลางมาพร้อมที่วางแก้วน้ำ เพื่อให้สอดคล้องกับคอนโซลกลางแบบ 2 ชั้น สามารถปรับเปลี่ยน
เพื่อรองรับแก้วน้ำได้หลากหลายขนาด เมื่อไม่มีการวางแก้วน้ำ พื้นที่ส่วนนี้สามารถปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นที่เก็บของส่วนตัว

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

การติดตั้งถังน้ำมันไว้ที่บริเวณกึ่งกลางของตัวรถของ Honda HR-V มีส่วนช่วยเพิ่มพื้นที่ภายใน โดยเฉพาะเบาะที่นั่งของผู้โดยสารด้านหลัง ให้มีพื้นที่วางขาและพื้นที่บริเวณหัวเข่าที่กว้างขวาง มอบความสบายสำหรับนั่งโดยสารทางไกลจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ฐานของตัวรถมีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมกว้าง มอบความกว้างขวางที่มากกว่าให้แก่พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้าย ด้วยความจุ 565 ลิตร ซึ่งสามารถเก็บถุงกอล์ฟขนาดปกติได้ถึง 3 ใบ 
แม้ใช้งานเบาะที่นั่งด้านหลังในรูปแบบปกติ และยังมอบความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานในการเคลื่อนย้ายสัมภาระขนาดใหญ่ ด้วยระดับความสูงที่พอเหมาะกับความกว้างของฝากระโปรงท้ายขณะเปิดที่ 1,180 มิลลิเมตร มาพร้อมเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ เบาะนั่งอเนกประสงค์ปรับพับ 3 รูปแบบ Honda HR-V ยกระดับรูปแบบการใช้งาน ด้วยเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่ปรับพับได้ 3 รูปแบบ 
เพื่อจัดพื้นที่ให้ลงตัวกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่

Utility Mode : พับเบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้าน เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลังได้มากขึ้น

Tall Mode : พับเบาะด้านหลังขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของทรงสูง

Long Mode : พับเบาะทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

TOYOTA C-HR 1.8 MID

เครื่องยนต์ของ C-HR รุ่น 1.8 MID ไม่มีระบบไฮบริดมาเกี่ยวข้อง เป็นเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 4 วาล์วต่อสูบ พร้อมระบบวาล์วแปรผัน Dual VVT-i (แปรผันสองฝั่งทั้งวาล์วไอดีและวาล์วไอเสีย) เป็นเครื่องยนต์แบบทวินแคม DOHC 16 วาล์ว ปริมาตรความจุ 1.8 ลิตร 1,798 ซีซี มีความกว้างกระบอกสูบ 80.5 มิลลิเมตร ช่วงชัก 88.3 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.0:1 จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ EFI รองรับเชื้อเพลิง 95/91/E20/E85 เครื่องยนต์เบนซินรหัส 2ZR-FBE มีแรงม้าสูงสุด 103 กิโลวัตต์ หรือ 140 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตัน-เมตร หรือ 17.8 กิโลกรัม/เมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลัง ใช้เกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อม Shift Lock เป็นเกียร์ CVT อัตราทดแปรผัน 7 สปีด อัตราทดเกียร์ 2.480 - 0.396 อัตราทดเกียร์ถอยหลัง 2.604 - 1.680 เฟืองท้าย 5.698 อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในและนอกเมือง เฉลี่ย 12.5 กิโลเมตรต่อลิตร

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

HONDA HR-V 1.8 RS

HR-V RS มาพร้อมกับขุมกำลังเดิมๆ เป็นเครื่องยนต์เบนซินของ Honda ขนาด 1.8 ลิตร แคมเดี่ยวหรือ SOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผัน i-VTEC เป็นเครื่องเบนซินแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว กำลัง 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบต่อนาที เครื่องยนต์วางตามขวาง ขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หน้า สำหรับระบบส่งกำลังที่นำแรงบิดจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ถ่ายไปยังเพลาขับของล้อคู่หน้า รถ Honda HR-V วาง
เกียร์อัตโนมัติแบบ CVT แปรผัน พร้อมแป้น Paddle Shift เป็นเกียร์ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม มอบอัตราเร่งที่ดี และการประหยัดน้ำมัน เครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร ยังรองรับพลังงานทางเลือกซึ่งเป็นเชื้อเพลิง E85 เนื่องจากเน้นไปที่การควบคุมด้วยการใส่อารมณ์แบบสปอร์ต HR-V จึงติดตั้งแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ หรือ Paddle Shift ไว้ที่หลังวงพวงมาลัย ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีด ให้ความสะดวกและสามารถปรับเปลี่ยนอัตราทดด้วยตัวของผู้ขับขี่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ทุกรุ่นยังมีระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco Assist มาพร้อมกับระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน Eco Coaching ปุ่ม Econ Mode ซึ่งเป็นระบบที่ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ส่วนตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยในและนอกเมืองทำได้ 12.3 กิโลเมตรต่อลิตร ดูเหมือนกินเปลืองแต่ขับทดสอบแบบแช่คันเร่งบนทางยาวๆ กดทุกครั้งทีโล่ง ไม่ได้ย่องหรือหยอดเพื่อเอาตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองหรูๆ ซึ่งผิดกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน

การบังคับควบคุม

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

TOYOTA C-HR 1.8 MID

ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่า TNGA หรือ Toyota New Global Architecture ทำให้สัมผัสของรถแบรนด์สามห่วงเปลี่ยนไป แพลตฟอร์ม TNGA ที่ใช้ร่วมกับ Toyota New Camry ซึ่งจะเปิดตัวในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ทำให้ C-HR รุ่นเบนซินมีการขับขี่ที่ดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา โดยเฉพาะช่วงล่างด้านหลังแบบดับเบิ้ลวิชโบนปีกนกคู่กับพวงมาลัยไฟฟ้า EPAS นั้นเซตมาดีทั้งระยะของการหมุน ความแม่นยำและน้ำหนักที่พอดีในย่านความเร็วสูง ช่วงล่างเกาะถนนราวกับไม่ใช่รถของพี่โต ขับแล้วให้ความมั่นใจสูงโดยเฉพาะคนที่ชอบขับรถเร็ว ความแม่นยำของชุดบังคับเลี้ยวพวงมาลัยไฟฟ้าให้สัมผัสที่ดีใกล้เคียงรถเล็กของยุโรป ส่วนอัตราเร่งของ C-HR เป็นรอง HR-V โดยทำตัวเลขจาก 0-100 ได้ในเวลา 13 วินาที เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร ตอบสนองดีโดยเฉพาะในรอบกลางๆ ที่ไหลขึ้นไปเรื่อยๆ แต่เร็วจี๋ ตีนต้นอาจไม่ทันอกทันใจแต่พอขับออกทางไกลแล้วไม่ได้มีความรู้สึกว่าอืดหรือช้า โดยภาพรวม Toyota C-HR รุ่นไฮบริดมีจุดเด่นที่การยึดเกาะ ความแม่นยำของพวงมาลัยและความสนุกในการขับขี่ที่ทำให้รู้สึกแปลกใจว่าพี่โตก็สามารถสร้างรถที่ขับมันได้เหมือนกัน! 

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

C-HR รุ่น 1.8 MID ไม่มีระบบไฮบริด การเก็บเสียงภายในห้องโดยสารจึงทำได้ดีกว่าเห็นๆ วัสดุที่ใช้ประกอบเป็นภายในของเจ้า C-HR ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวัสดุสังเคราะห์พวกพลาสติกรีไซเคิลซึ่งมีชิ้นส่วนบางชิ้นที่ซับอยู่ภายในช่วยในการป้องกันเสียงแปลกปลอมได้บ้าง เสียงยางดังลอดเข้ามาให้ได้ยินที่ซุ้มล้อหลังไม่ดังเท่ารุ่น Hybrid ส่วนเสียงลมที่ปะทะกับตัวถังนั้นต้องทะยานกันเร็วถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็จะเริ่มได้ยิน ซึ่งเป็นมาตรฐานของการเก็บเสียงในรถญี่ปุ่น การทดสอบในอุโมงค์ลมเมื่ออยู่ในช่วงของการพัฒนาก่อนที่จะออกวางขาย ส่งผลให้การวิ่งปะทะกับกระแสลมมีความลู่ลมสูง การออกแบบตัวถังทรงลิ่มท้ายตัด ทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านทานของอากาศที่เข้ามากระทำกับตัวรถมีตัวเลขที่พอรับได้

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

ชุดบังคับเลี้ยวทำตัวน่ารัก เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าน้ำหนักดี ทำให้ C-HR วิ่งได้อย่างมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง เป็นรถใหม่ของ Toyota ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แพลตฟอร์มใหม่มีคุณภาพสูงขึ้น ส่วนย่านของกำลังในรุ่นเบนซิน 1.8 ลิตร แค่พอได้อาศัยใช้งานปกติไม่ได้เร็วอะไรมาก อารมณ์ที่เปลี่ยนไปของ C-HR ใน Toyota ยุคใหม่ทำให้ขับสนุก เป็นรถ Fun to Drive ของค่ายสามห่วงอย่างแท้จริง พวงมาลัยไฟฟ้าและช่วงล่างหน้าช่วยทำให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสมกลายเป็นเรื่องง่ายๆ รวมถึงการวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบก็ทำออกมาได้ดี แม้จะมีความสูงมากกว่ารถเก๋งทั่วไป แต่อาการโคลงตัวน้อยมาก ประสิทธิภาพของการยึดเกาะเกิดขึ้นจากช่วงล่างและยาง Dunlop Enasave EC300 ขนาด 215/60 R17 ส่งผลให้ประสิทธิภาพการขับของ C-HR ออกมาในแบบที่ควรจะเป็น

การบังคับควบคุม

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

Honda HR-V 1.8 RS

ความรู้สึกของการควบคุมใน HR-V 1.8 RS เป็นครอสโอเวอร์ที่มีพวงมาลัยไฟฟ้าอัตราทดแปรผันดีขึ้น คล้ายกับพวงมาลัยของ Civic รุ่น 1.8 จากน้ำหนักที่หน่วงมือมากขึ้นและไม่เบาเกินไป พวงมาลัยของ HR-V จะสื่อสารกับคุณได้ชัดเจนแจ่มแจ้งมากขึ้นเมื่อคุณขับมันเร็วขึ้น เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร 141 แรงม้ากับแรงบิด 172 นิวตัน-เมตร หรือ 17.5 กิโลกรัม-เมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที ออกตัวได้เร็วกว่า C-HR นิดๆ เครื่องยนต์เบนซินถ่ายแรงบิดลงไปที่เกียร์ขับหน้า ซึ่งเป็นระบบส่งกำลังแบบ CVT หรือ Continuously variable transmission รุ่น RS มีแป้น Paddle Shift มาให้เพื่อสับเกียร์ได้ในทางคดเคี้ยวหรือเส้นทางบนภูเขา สมรรถนะของ HR-V รุ่นปรับโฉม ทั้งอัตราเร่งและการทดกำลังออกมาในแบบกลางๆ การเร่งความเร็วแบบฉับพลันเกิดขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

รูปแบบของตัวรถที่มีความสูงมากกว่าซีดาน ทำให้การปรับเซตย่านแรงบิดแค่พอสมน้ำสมเนื้อเท่านั้น น้ำหนัก 1.3 ตัน กับเรี่ยวแรงฉุดลากที่ผลิตออกมาจากเครื่องยนต์ ผ่องถ่ายไปยังเกียร์ออโต CVT เหมาะสมกันดีในการทำตัวเป็นรถแม่บ้านแสนดีที่สามีชอบเอาไปขับ แป้น Paddle Shift ใช้งานได้จริงแต่ถูกกลั่นกรองด้วย ECU ของชุดเกียร์เพื่อป้องกันความเสียหายหากผู้ขับชิฟเกียร์โดยไม่มีความสัมพันธ์กับความเร็วรอบของเครื่องยนต์ อัตราเร่งของ HR-V จาก 0-100 ทำได้ 10.6 วินาที เร็วกว่า C-HR พอสมควร ส่วนตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองในและนอกเมือง กดหนักๆ ทำได้ 12.3 กิโลเมตรต่อลิตร สูสีกับ C-HR ซึ่งเป็นการขับที่รีบเร่งใช้คันเร่งอย่างต่อเนื่องไม่ได้ขับแบบย่องเบาเอาตัวเลขสวยๆ แต่อย่างใดทั้งสิ้น

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

HR-V ที่มีเครื่องยนต์หน้าตาคุ้นๆ ขนาด 1.8 ลิตร กำลัง 141 แรงม้า กับแรงบิด 17.5 นิวตันเมตร จับคู่กับระบบส่งกำลังแบบ CVT หรือ Continuously variable transmission ให้สมรรถนะทั้งอัตราเร่งและการทดกำลังออกมาในแบบกลางๆ การเร่งความเร็วแบบฉับพลันเกิดขึ้นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป น้ำหนัก 1.3 ตัน กับเรี่ยวแรงฉุดลากที่ผลิตออกมาจากเครื่องยนต์ ผ่องถ่ายไปยังเกียร์ออโต CVT สมน้ำสมเนื้อกันดีแบบไม่ได้แรงมุทะลุดุดันทำให้ควบคุมได้ง่าย ย่านความเร็วเดินทางที่ 120-140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า HR-V ก็ยังมอบความมั่นใจไม่วอกแวกจากช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยว เสียงยางเริ่มดังเข้ามาให้ได้ยินเมื่อความเร็วเกิน 110 กิโลเมตร แต่ไม่ได้ดังมากมายอะไรจนทำให้เกิดความรำคาญอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

HR-V เป็นรถครอบครัวและมีทุกอย่างที่คุณต้องการ อุปกรณ์บางอย่างเยอะเกินไปใช้ไม่หมด ฟังก์ชั่นและอุปกรณ์ที่ Honda ประดังใส่มาให้เพื่อยกเป็นจุดขายควบคู่ไปกับเรือนร่างแนวๆ จ่ายไปเงินไปถึง 1,119,000 บาท แลกกับ HR-V RS เวอร์ชั่นปรับโฉมที่มีอุปกรณ์ให้มาครบ เนื่องจากเป็นรุ่นสูงสุด ความคุ้มค่ากับความพึงพอใจนั้นอยู่ที่ตัวคุณเอง จะต้องตัดสินใจว่าจะเลือกเอาคันไหนสำหรับการเปลี่ยนพาหนะส่วนตัวที่เปรียบเหมือนการให้รางวัลตัวเอง Honda HR-V มีเครื่องยนต์ที่เหมาะสมกับขนาดและน้ำหนัก ช่วงล่างและพวงมาลัยดี ให้ความรู้สึกมั่นใจพอใช้ได้เมื่อขับเร็ว เกียร์พูเล่ย์สายพาน CVT ทำงานแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ เหมาะสมกับผู้หญิงที่ไม่ชอบความกระโชกโฮกฮากของชุดส่งกำลัง ทุกอย่างที่ให้มาในรุ่นสูงสุดพอเพียงต่อการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน

อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง

Toyota C-HR 1.8 MID 12.5 กิโลเมตรต่อลิตร

Honda HR-V RS 12.3. กิโลเมตรต่อลิตร

อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

Honda HR-V RS 10.9 วินาที

Toyota C-HR 1.8 MID 13.1 วินาที

พื้นที่ห้องโดยสาร ความสะดวกสบาย

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd. © สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

ต้องยอมรับว่าการออกแบบเบาะหลังกลายเป็นจุดเด่นของ HR-V ที่แซง C-HR ในด้านของความสบายและไม่รู้สึกอึดอัด เบาะหลังแบบพับได้ของ HR-V มีพื้นที่วางเท้าและพื้นที่เหนือศีรษะพอสมควร ประตูบานหลังที่ออกแบบมือจับเหมือนกันทั้งสองยี่ห้อแต่บานประตูหลังของ HR-V ให้ความโปร่งโล่งได้มากกว่า เป็นอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้ยอดขายของมันกลับขึ้นมานำอีกครั้ง ส่วน C-HR เนื่องจากสไตล์การออกแบบที่เน้นมุมมอง Sport Crossover ทำให้บานประตูหลังสูงจนเหลือพื้นที่ของกระจกบังลมบานประตูหลังไม่มากนัก หากเป็นคนที่มีรูปร่างไม่สูงมากนั่งแล้วมองไม่ค่อยเห็นภายนอกห้องโดยสาร แต่ C-HR ก็มีรูปทรงแบบรถ Coupe ที่สวยงาม เหมาะกับคนที่ยังไม่มีครอบครัวหรือมีครอบครัวเล็กๆ ที่มีสมาชิกแค่ 1-2 คน ส่วนตัวแม้เบาะหลังจะนั่งได้ไม่กว้างขวางเท่า HR-V แต่ C-HR มีรูปลักษณ์ด้านบั้นท้ายที่ลงตัวกว่าอย่างชัดเจน ลูกค้าจำนวนมากไม่ค่อยจะสนใจรูปทรงเท่าใดนักขอให้มีพื้นที่กว้างๆ เป็นพอ ทำให้ HR-V แซงโค้งขึ้นมานำอีกครั้งอย่างฉิวเฉียด! 

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd. © สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายเมื่อพับเบาะ

Honda HR-V มีการพับเบาะที่รวดเร็วและสะดวกสบาย การออกแบบที่ฉลาดของพวก Honda ทำให้มันมีพื้นที่เก็บสัมภาระมากกว่ารถคู่แข่ง ส่วน Toyota C-HR เมื่อพับเบาะก็ไม่ได้ขี้เหล่จนขนของชิ้นโตๆ ลำบาก การออกแบบในสไตล์ของ Toyota ยังคงความอเนกประสงค์อยู่เหมือนเดิม แม้พื้นที่เก็บของจะเป็นรอง HR-V แต่พอนำมาใช้งานจริงๆ จังๆ ก็ไม่ได้แตกต่างกันจนทำให้รู้สึกแย่ 

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd. © สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

ความสวยงามของภายนอกและภายใน

ความสวยงามของแต่ละคันทั้งภายนอกและภายในขึ้นอยู่กับความชอบของลูกค้าแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว เนื่องจากขึ้นอยู่กับความพึงพอใจส่วนตัวของคนที่ควักเงินจ่าย ทั้งสองคันมีภายนอกและภายในที่คล้ายกันแต่แตกต่างกันในด้านของสไตล์ รูปแบบและวัสดุที่ใช้ตกแต่ง โดยขึ้นอยู่กับมุมมองและการเลือกที่ไม่อาจเหมือนกันไปซะทุกคน HR-V และ C-HR มีเบาะคนขับนั่งที่สบายคล้ายกัน จอภาพบนแดชบอร์ดใช้งานได้ดี ปุ่มควบคุมออกแบบให้ใช้งานได้ง่าย งานตกแต่งภายในของ C-HR บางคนไม่ชอบแต่บางคนก็บอกว่าดีเยี่ยมเพราะให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัย ส่วนภายในที่เรียบง่ายของ HR-V นั้นลูกค้า Honda คุ้นชินกันดีอยู่แล้ว

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

HR-V มีงานตกแต่งภายในแบบเรียบๆ ซึ่งเป็นสไตล์ของ Honda มาตรวัดทรงกลมสามวงมีทั้งวัดรอบ วัดความเร็วและจอภาพ MID พวงมาลัย 3 ก้านแบบสปอร์ตมีแป้น Paddle Shift เบาะนุ่มนั่งสบาย เบาะหลังที่กลายเป็นจุดเด่นมีพื้นที่มากกว่าคู่แข่ง จอภาพมอนิเตอร์หน้าตาบ้านๆ วางตำแหน่งอยู่ด้านบนของแผงควบคุมอุณหภูมิแบบระบบสัมผัสที่หน้าจอ คันเกียร์และซุ้มเกียร์ ออกแบบให้กั้นพื้นที่ระหว่างคนขับและผู้โดยสารเบาะหน้า 

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

C-HR ใช้ความสดใหม่เข้าสู้เพราะออกมาขายทีหลัง งานตกแต่งภายในสไตล์พี่โตที่บางคนชอบแต่บางคนอาจเฉยๆ เบาะนั่งได้สบายตัว แต่พนักพิงศีรษะค่อนข้างดันหัวไปนิด การออกแบบที่เรียบง่ายแต่มีความทันสมัยของ C-HR ทำให้การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ มีความง่ายไม่ต้องใช้เวลาเรียนรู้กันนานเกินไป การเล่นโทนสีในห้องโดยสารของ C-HR โดยเฉพาะแผงประตูที่แปลกตาให้ความรู้สึกถึงการเป็นรถยนต์ยุคใหม่ของ Toyota ส่วนพวงมาลัยและมาตรวัดของทั้ง C-HR และ HR-V นั้นสูสีกันมากทั้งวัสดุ รูปแบบและการจัดวาง

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd. © สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

ฟันธงเลือกคันไหนดี?

ความสดใหม่ การปรับเซตช่วงล่าง การใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด TNGA พร้อมชุดบังคับเลี้ยวที่เป็นพวงมาลัยไฟฟ้าน้ำหนักดีทั้งเร็วและช้าก็ใช้ได้เลย รมถึงแชสซีใหม่ทำให้ C-HR วิ่งได้อย่างมั่นคงเมื่อใช้ความเร็วสูง เป็นรถรุ่นใหม่ของ Toyota ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ภายใต้แบรนด์สามห่วงซึ่งขับแล้วรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากอดีต แพลตฟอร์มใหม่มีคุณภาพสูงขึ้น ส่วน HR-V เหมาะและตรงกับใจของคนที่แอบอิงหรือยึดติดพื้นที่กว้างขวาง พวงมาลัยไฟฟ้าและช่วงล่างพอรับได้ ไม่แม่นเท่า C-HR แต่ก็ช่วยทำให้การเข้าโค้งด้วยความเร็วที่เหมาะสมผ่านตลอดรอดปลอดภัย รวมถึงการวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบก็ทำออกมาได้ดี แม้จะเจอกับคอสะพานชันๆ ระบบรองรับทำหน้าที่ได้ดี อาการโคลงตัวในย่านความเร็วสูงอาจสู้ C-HR ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้มากจนทำให้เสียวสันหลัง ประสิทธิภาพในด้านการยึดเกาะของรถทั้งสองรุ่นสูสีกันมาก ถามคนที่รู้จักส่วนใหญ่มีใจไปที่ Honda แต่ใจผมโอนเอียงไปทาง Toyota เพราะชอบรูปทรงที่ทันสมัย แต่งขึ้นและขับได้ดีงามทั้งในและนอกเมือง เมื่อคุณมีครอบครัวเล็กๆ ที่ยังไม่มีสมาชิกตัวน้อยๆเพิ่มเข้ามาและอยู่กันแค่สองคน เรื่องของเบาะหลังของ C-HR จึงไม่ได้กลายเป็นประเดนหลักที่ทำให้ต้องเลือก HR-V การเดินไปหยิบกุญแจ C-HR กลายเป็นเรื่องของอารมณ์ส่วนตัวหลังพวงมาลัยและความแข็งแรงทนทานมากกว่าครับ.

อาคม รวมสุวรรณ

E-Mail chang.arcom@thairath.co.thFacebook https://www.facebook.com/chang.arcomhttps://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

เพิ่มเติมจาก ไทยรัฐ

image beaconimage beaconimage beacon