คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

"น้ำฝน" เรียนรู้ชีวิตไม่หยุดพัฒนา ลุ้นวิวาห์ "อาร์ม" คือรักแท้

โลโก้ เดลินิวส์ เดลินิวส์ 19/3/2560

เป็นอีกคนที่ลักกี้อินเกมและอินเลิฟที่สุดในชั่วโมงนี้ สำหรับนักแสดงสาว น้ำฝน-พัชรินทร์ ศรีวสุภิรมย์ โดย เพชรกลางไฟ ที่เพิ่งลาจอไป ซึ่งเจ้าตัวพลิกมาเล่นร้ายครั้งแรกก็ได้รับคำชมมากทีเดียว นอกจากนี้ยังมีผลงานต่าง ๆ ให้แฟน ๆ ได้ดูอีกเพียบ วันนี้ ดาวต่างมุม มีโอกาสมาพูดคุยกับสาวคนนี้ทั้งแง่มุมการทำงานตลอด 12 ปีที่เจ้าตัวไม่เคยหยุดพัฒนา รวมทั้งเรื่องหัวใจกับหนุ่ม อาร์ม-พิพัฒน์ วิทยาปัญญานนท์ ที่ต้องบอกว่ายิ่งนับวันก็ยิ่งหวานมากจริง ๆ

© สนับสนุนโดย Dailynews Web Co. Ltd

ฟีดแบ็ก หม่อมเจ้าหญิงติโลตตมา ใน เพชรกลางไฟ ได้รับคำชมมาก?

ส่วนใหญ่คนจะพูดว่าไม่เคยเห็นฝนร้ายเลย ไม่คิดว่าจะร้ายได้ขนาดนี้ ที่ตัดสินใจพลิกบทมาร้ายครั้งแรกเพราะเราโตขึ้นเลยอยากพัฒนาอาชีพและความสามารถเรา บทนี้ยากในเรื่องอารมณ์ เพราะชีวิตจริงฝนชิลมาก พยายามไม่โมโหเพราะกลัวแก่เร็ว (ยิ้ม) แต่พอเราเข้าไปเป็นตัวละคร ความรู้สึกริษยา มันกลายเป็นพลังที่มาจากด้านใน เหนื่อยมาก การที่เราเป็นคนคิดไม่ดีตลอดเวลามันจะแย่ ส่วนความคาดหวังกับการมารับบทร้ายครั้งแรก จริง ๆ การทำงานเราก็คาดหวังให้งานออกมาดีในทุกงาน เพียงแต่เรื่องนี้พลิกบทบาท ตอนแรกคนคิดว่าเราจะเล่นร้ายได้เหรอ ซึ่งก็ดี เป็นแรงผลักดันในการทำงานให้เรา ยิ่งคนดูบอกในตอนแรกว่าเราจะทำได้เหรอ แล้วพอละครออกมาคนดูเชื่อว่าเราร้ายจริง ก็ถือว่าเป็นอีกขั้นในความสำเร็จ ฝนขอให้คนดูแล้วเกลียดเราเถอะค่ะ

กลัวมั้ยว่าพอเล่นร้ายแล้วคนจะติดภาพ จนไม่สามารถกลับไปรับบทนางเอกได้?

ตั้งแต่แรกฝนไม่คิดว่าตัวเองเป็นนางเอกอยู่แล้ว คิดเสมอว่าเราเป็นนักแสดง ในการแสดงละครแต่ละเรื่องก็คิดว่าเราเป็นตัวละครตัวนั้น ๆ ถ้ามีกรอบคำว่านางเอกตลอดเวลา มันจะไปได้ไม่ถึงไหน จะมีกำแพงตัวเองว่านางเอกต้องเป็นคนดี แต่ตัวละครทุกตัวมีทั้งมุมดีและร้ายเหมือนคนธรรมดา เพียงแต่จะนำเสนอออกมาด้านไหน การที่ฝนมาเล่นร้ายก็ไม่กลัวคนติดภาพจนกลับไปเล่นบทดีไม่ได้ ถ้าคนดูแล้วชอบเห็นที่เราร้าย ถือว่าเราประสบความสำเร็จในการทำงานชิ้นนั้น ๆ ฝนติดใจบทร้ายนะคะ เพราะเรื่องต่อไป รากนครา ร้ายกว่านี้อีก รับบทเป็น เจ้านางปัทมสุดา ร้ายแบบมีอำนาจ ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องบ้านเมือง ไม่ว่าจะต้องฆ่าใคร บทนี้ยากกว่าหญิงกลาง บทบอกว่าเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไม่มีพิษภัย แต่ภายในอำมหิตตลอดเวลา เรื่องนี้บทเขียนมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ฝนเลยไปศึกษาชีวิตตัวละครอ้างอิงที่เขียน เพื่อดูประวัติเขา ทำให้เราเข้าถึงอารมณ์มากขึ้น เหมือนเราไปเป็นตัวเขา ไม่ใช่แสดงเป็นเขา เราต้องเข้าใจว่าทำไมตัวละครต้องทำแบบนี้ ถ้าเราเป็นตัวละครจะรู้ว่าที่ทำนั้นไม่ผิด ถ้าไม่ทำแบบนี้บ้านเมืองก็ไม่สงบ มันคืออินเนอร์ที่มาจากตัวละครจริง ๆ แต่คนนอกมองเข้ามาจะคิดว่าทำไมคนนี้ร้ายมาก แต่ถ้ามองจากมุมตัวละครคือไม่ได้ร้าย แต่เขาทำเพื่ออะไร ส่วนจะเอาดีด้านร้ายเลยมั้ย คือมันก็สนุกดี ได้ทำอะไรเยอะมาก ใครมองฝนเป็นนางร้ายไม่มีปัญหาเลย ขอแค่อินกับตัวละครในแต่ละเรื่องที่ฝนเป็น จะดีหรือร้ายฝนยินดีมาก ถ้าคนดูเชื่อและชอบในสิ่งนั้นค่ะ

บท แม่เลี้ยงดาหวัน ใน เขี้ยวราชสีห์ ที่กำลังออนแอร์ หลายคนจับตาการร่วมงาน อาร์ต พศุตม์ ตอนถ่ายทำอึดอัดมั้ย?

ไม่มีอึดอัดเลยค่ะ มันเลิกกันไปนานแล้ว ฝนเจอพี่อาร์ตในกองก็ทักทายปกติ ไม่มีปัญหา แต่ไม่ได้สนิทกันเหมือนตอนเป็นแฟนกัน เราสนิทเหมือนเพื่อนร่วมงาน มันมีระยะอยู่ เพียงแต่เราไม่ได้ทำงานด้วยความไม่สบายใจ ถ้าไม่สบายใจฝนไม่รับละครตั้งแต่แรก เราแยกได้เรื่องงานและส่วนตัว ตอนคบกันเรื่องดี ๆ ก็มี ถ้าเรามาจำแต่เรื่องไม่ดี ชีวิตก็ไม่เดินต่อไปข้างหน้า ตอนนั้นเราอาจยังเด็กทั้งคู่ มันก็มีปัญหาบ้าง แต่เวลาช่วยรักษาใจของเราแต่ละคน และเราโตแล้วก็ไม่รู้ว่าจะมาโกรธกันเพื่ออะไรค่ะ


มองเป้าหมายในฐานะนักแสดงไว้ตรงไหน?

อาชีพนักแสดงกลายเป็นอาชีพที่ฝนรักไปแล้ว คืออาชีพหลักแท้ ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะไปหาอาชีพไหนที่จะหาเงินได้เท่านี้แล้ว แค่เราต้องพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่คิดว่าเราดีแล้ว มีชื่อเสียง มีเงินแล้วแล้วย่ำอยู่กับที่ ทุกอย่างมีวันหมดไป แต่ถ้าเราพัฒนาเรื่อย ๆ เคารพผู้ใหญ่ มีวินัยเหมือนวันแรกที่เรามา ฝนว่ามันไม่ได้ยากเกินไปที่จะอยู่ในวงการ ถ้าเรามีความสุขกับมันและเคารพอาชีพของเราเองค่ะ คือฝนเป็นนักแสดงมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยปี 1 ฝนสามารถดูแลทั้งครอบครัวได้ด้วยตัวคนเดียว มันคือความภูมิใจในชีวิต ต้องขอบคุณในหน้าที่การงานนี้ค่ะ

เคยมีโมเมนต์ที่ตัวเองเหลิงไปกับชื่อเสียงบ้างมั้ย?

ไม่มีเลย ฝนโชคดีที่โตมากับพี่กอบสุข จารุจินดา ฝนเล่นละครเรื่องแรกที่พี่กอบสุขเป็นผู้จัด พี่เขาดึงฝนให้เกิดมาในวงการนี้ เป็นเหมือนแม่อีกคน พี่กอบสุขสอนทุกอย่าง ทั้งการตรงต่อเวลา การเคารพผู้ใหญ่ การทำงานที่ดี และเรื่องไม่หลงตัวเองด้วย และเราก็รู้ตัวตั้งแต่แรกว่าเราเป็นคนดี มีวินัย พัฒนาตัวเอง เราจะยู่ตรงนี้ได้ แต่ถ้าวันนึงเรารู้สึกว่าตัวเองเก่งแล้ว วันนั้นแหละเป็นจุดที่ไม่โอเค เราทำงานมาปีนี้ก็ 12 ปีแล้วก็เห็นคนที่เข้ามาไม่กี่ปีก็ไปก็มี คนที่เข้ามาแล้วอยู่นานแบบมีความสุข มันเป็นเพราะเขาพัฒนาตัวเอง เคารพผู้ใหญ่ มีวินัย เลยทำให้เขาอยู่ได้นานขนาดนี้ค่ะ ฝนอาจไม่ใช่คนที่เก่งที่สุดหรือสวยที่สุด แต่ฝนพัฒนาตัวเองตลอดเวลา ฝนรักอาชีพ ให้เกียรติทุกคนที่ฝนทำงานด้วย มันเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ฝนว่านักแสดงจะอยู่ได้นานหรือไม่ก็อยู่ที่ฝีมือบวกกับนิสัย ดวงและโอกาส แต่ถ้าคุณมีโอกาสและมีดวง คุณสวยด้วยแต่ไม่มีวินัย นิสัยไม่ดี วันนึงก็ต้องตก ก็ไม่มีใครอยากช่วยเหลือค่ะ

อยู่วงการมา 12 ปี เราก็ผ่านข่าวหนัก ๆ มาแล้ว คิดว่าได้เรียนรู้อะไรมากที่สุด?

สิ่งที่สอนมากที่สุดคือเราได้โตขึ้น สำคัญที่สุดคือให้เราปล่อยวางได้ พอเรามาอยู่อาชีพนี้ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็กลายเป็นว่า ถ้าเรื่องดีคนจะพูดถึงบ้างแต่ไม่ค่อยจำ แต่หากผิดนิดเดียวจะจำและพูดไปนานเลย แต่ถ้าเราเอาเรื่องไม่ดีสัก 10 เปอร์เซ็นต์มาเก็บไว้ที่ตัว ทั้งที่เรื่องดีตลอดชีวิตเรามีเยอะมากอีก 90 เปอร์เซ็นต์ แต่เราดันเก็บสิ่งไม่ดี ที่คนอื่นว่าเรามาอยู่ในใจ เราจะใช้ชีวิตแบบไม่มีความสุข สิ่งไม่ดีก็เป็นบทเรียนสอนให้เราเรียนรู้ว่าต่อไปเราจะได้ไม่ทำผิด หรือไม่ทำสิ่งที่เราทำแล้วเรามานั่งเสียใจ แต่มันจะแค่เป็นบทเรียนค่ะ ไม่มีสิทธิมาทำให้ชีวิตเราแย่ ฝนได้เรียนรู้ว่าเราเป็นคนธรรมดาที่ไม่สามารถขอร้องให้ทุกคนมารักได้ มันเป็นธรรมดาบนโลกนี้ ที่มีคนรักก็ย่อมมีคนเกลียด เลยไม่รู้ว่าจะเอาใจเราไปทำให้เป็นทุกข์ทำไมซึ่งนานเหมือนกันฝนถึงได้ปลง ตอนแรกมีคิดนะว่าทำไมต้องมาว่าเราด้วย พอมาตอนนี้เป็นเรื่องธรรมดา คนที่ดีเลิศที่สุดในโลก ยังมีคนหาว่าไม่ดี แต่เราแค่ปุถุชน เลยคิดได้ผ่านมาและผ่านไปทั้งเรื่องดีไม่ดี และเราก็เป็นตัวเราอย่างดีที่สุด เรารู้ตัวเราเอง ไม่ต้องเอาชีวิตไปแขวนกับปากคนอื่น มันทำให้เราเหนื่อยค่ะ

ฝนจะไม่เปลี่ยนตัวเอง เพราะคำวิจารณ์ของใคร?

ไม่ค่ะ ฝนจะดูว่าเขาวิจารณ์เพราะอะไร ถ้าด้วยความสะใจ ฉันมีอำนาจในการพิมพ์ การพูด เราก็ไม่สนใจ แต่ถ้าคนที่เขามาบอกเราเพื่อให้เราปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น อันนั้นฝนฟังเต็มที่เลย และเก็บไปพัฒนาตัวเอง

ถามถึงเรื่องหัวใจกับอาร์ม ยังมีอะไรต้องปรับจูนกันอีกบ้าง?

ไม่ต้องปรับจูนกันเลยค่ะ เหมือนเรารู้จักกันตอนโตแล้ว โชว์ความเป็นตัวเองทุกอย่าง ไม่มีสร้างภาพใด ๆ เอาตัวจริงมาเจอกันเลยไม่ต้องปรับตัว เพราะถ้าไม่รักในตัวจริงกันตั้งแต่แรก มันจะเหนื่อยในตอนหลังที่คบไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อตัวจริงเราออกมา คือเราคุยกันแบบตรง ๆ เป็นตัวของตัวเองที่สุด ตอนนี้เราคบกันมาประมาณ 9 เดือนแล้วค่ะ

เป็นอีกคู่ที่ตั้งแต่เปิดตัวก็มีภาพหวาน ๆ ให้เห็นตลอด?

ต้องบอกว่าเป็นความรักที่ดีมาก ตั้งแต่รู้จักกันมาก็มีแต่พากันไปในสิ่งที่ดี (ยิ้ม) ส่วนวิธีดูแลความรักอันดับแรกคือความเข้าใจ เอาใจเขามาใส่ใจเรา เห็นอกเห็นใจ มันสำคัญที่สุดสำหรับฝนในการจะคบใครสักคนนึง ซึ่งจริง ๆ ฝนประทับใจเขาหลายเรื่องมาก เขาเป็นคนน่ารักมาก อย่างช่วงเรารู้จักกัน 1-2 เดือนแรก วันนั้นเรานัดไปทานข้าวกัน แต่ก่อนถึงวันนัดฝนไม่สบายมาก เข้าโรงพยาบาล เลยโทรฯ ไปบอกเขาตอนตี 3 ว่าฝนไปไม่ได้แล้ว เขาก็บอกไม่เป็นไร แล้วก็มาดูแลเราที่โรงพยาบาลตลอด อีกอย่างนึงที่สำคัญสุดคือความสม่ำเสมอ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ ทุกเช้าเขาต้องส่งข้อความทางไลน์มาทักทาย ประมาณว่า ขอให้เป็นอีกวันดี ๆ ของเรา ก็ยังเป็นอย่างนี้เสมอในทุกวัน และเราไม่ต้องห่วงเขาเลย เขาไม่ใช่คนเที่ยว ไม่ใช่คนดื่ม ที่เราต้องห่วงว่าจะกลับบ้านรึยัง จะไปกับใคร แล้วฝนเป็นคนแบบไม่ชอบโทรฯ เช็ก ซึ่งยิ่งเขาดีแบบนี้เราก็ไม่รู้จะไปเช็กอะไรเขาเลยค่ะ

รักครั้งที่ผ่าน ๆ มา ทำให้เราได้เรียนรู้หรือปรับใช้กับความรักครั้งนี้ยังไงบ้างมั้ย?

เยอะเลย ในแง่ตัวเราเอง ตอนเป็นเด็กเรายังใจร้อน อยากวีนก็วีน แต่พอโตขึ้นก็รู้สึกว่าทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร สุดท้ายคุยกันดี ๆ นั่นเป็นคำตอบสำคัญที่สุด เหมือนเรามาเจอกันในวันที่เหมาะสมทั้งอายุและประสบการณ์มาก ฝนยังบอกพี่อาร์มเลยว่าถ้ามาเจอฝนตอนอายุ 20 พี่อาร์มอาจไม่ชอบเพราะฝนนิสัยไม่ดี (หัวเราะ) เราเป็นแฟนที่เอาแต่ใจตัวเอง

คาดหวังกับรักครั้งนี้แค่ไหน?

ฝนรู้ว่าทุกอย่างบนโลกไม่มีอะไรแน่นอน ดังนั้นฝนอยากทำวันนี้ที่มีความสุข ให้มันดีที่สุด วันข้างหน้าถ้าเราต้องแยกจากกันไปด้วยเหตุผลใดก็ตาม เราก็ไม่เสียใจ เพราะเราทำเต็มที่และไม่ทำสิ่งไม่ดีกับเขาค่ะ

วันนี้มุมมองแต่งงานเราเป็นยังไง?

เมื่อก่อนไม่เคยคิดเลย เป็นคนไม่อยากแต่งงาน เพราะคุณพ่อคุณแม่ฝนเลิกกัน และรู้สึกว่าผู้หญิงสมัยนี้ไม่แต่งงานก็ได้ เมื่อก่อนเราคิดว่าถ้าเจอแฟนที่ดีก็อยู่ด้วยกันไป ไม่ต้องแต่ง มุมมองของฝนเมื่อก่อนคือถ้าแต่งไปปุ๊บแล้วเลิกกัน ผู้หญิงเป็นฝ่ายเสียหาย แต่พอฝนเริ่มโตขึ้น อาจด้วยมาเจอพี่อาร์มด้วย ความคิดเราเลยเปลี่ยน จากที่เราคิดแง่ลบเรื่องการแต่งงานมันก็มองมุมที่ดีขึ้น ถ้าเราเจอคนที่ดีคนนึงแล้ว และเราก็อยากฝากชีวิตไว้กับเขา และเขาก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเรา มันก็ไม่น่าจะมีปัญหา การแต่งงานก็อาจเป็นเรื่องที่ว่าเพื่อให้ผู้ใหญ่สบายใจค่ะ

ค่อนข้างมั่นใจว่าอาร์มเป็นเจ้าบ่าวของเรา?

อยากให้เป็นเลยล่ะ (หัวเราะ) เพราะเขาน่ารักมาก เป็นผู้ชายอบอุ่นซึ่งฝนไม่รู้ว่าจะไปหาแบบนั้นที่ไหนได้อีกแล้ว คุณพ่อคุณแม่ฝนโอเคกับเขามาก เขาเข้ากับผู้ใหญ่ได้ดีมาก คุณแม่ฝนมีอะไรก็ไลน์กับพี่อาร์มตลอด
คุณแม่รักเขา

อาร์มมาเปลี่ยนมุมมองความรักฝนด้วย?

เปลี่ยนเรื่องที่เราอยากมีลูก อยากมีครอบครัวเมื่อก่อนไม่คิด รู้สึกแค่อยากทำงาน ไม่อยากมีลูก ไม่อยากมีภาระผูกพัน ตอนนี้ภาพครอบครัวเราชัดขึ้น เริ่มมีความรู้สึกว่าถ้าจะมีลูกจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายดี คิดว่าเด็กน่ารัก ถ้าได้อยู่เป็นครอบครัวคงดี เพราะคุณพ่อคุณแม่ตอนนี้เขาเริ่มเป็นห่วงฝนว่าถ้าลูกไม่แต่งงานแล้วถ้าพ่อแม่เป็นอะไรไปจะอยู่กับใคร คุณพ่อคุณแม่อยากให้มีคนดี ๆ มาดูแลเรา ซึ่งพี่อาร์มก็ดีจนฝนยังบอกเขาเลยว่าไม่รู้จะไปหาจากไหนแล้วที่อยู่ด้วยแล้วอุ่นใจขนาดนี้ โชคดีมากที่ได้เจอเขา และมีอะไรเขาก็ให้คำปรึกษาเรา ช่วยเราทุกอย่าง อย่างฝนเป็นพิธีกรรายการ แจ๋ว ก็ขอคำปรึกษาเขาเยอะมาก และเขาก็ให้คำปรึกษาที่ดีมาก เพราะเขาเป็นพิธีกรมาแสนนาน ตอนแรกเราไม่มั่นใจว่าเราจะทำพิธีกรออกมาดีรึเปล่า เขาปลดล็อกความคิดเราว่าขอแค่เป็นตัวของตัวเอง แล้วทำงานให้มีความสุข คนดูก็จะรักที่เราเป็นตัวเอง ตอนนี้เราเลยชอบงานพิธีกรไปเลย เพราะมันคือตัวเราล้วน ๆ ถ้าเขาดูละครแล้วชอบเรานั่นคือเขารักตัวละครนั้น แต่เวลาคนดูรักในการเป็นพิธีกรของเรา นั่นคือเขารักเราจริง ๆ

เราได้เรียนรู้อะไรจากเขามากที่สุด?

เขาเป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก มันเลยอยู่ด้วยแล้วอุ่นใจ ไม่มีอะไรเหนื่อย เขามองปัญหาทุกอย่างแก้ไขได้ เรื่องอะไรที่เราครียด เขาจะมีแง่คิดดี ๆ พูดให้เรามองในมุมที่เขามองแล้วชีวิตมีความสุขขึ้น พอฝนมาเจอพี่อาร์มฝนรู้เลยว่าทำไมถึงมีบางคู่ที่คบกันแค่ 4-5 เดือนแล้วตกลงแต่งงานกัน เขามั่นใจว่าเป็นเนื้อคู่จริง ๆ เข้าใจแล้วว่ามันดีขึ้นในทุกวัน ไม่เหมือนที่เราเจอมาเมื่อก่อน ตอนแรกมันดีมากแต่กราฟมันค่อยลงไปเรื่อย ๆ แต่คนนี้ดีขึ้นเรื่อย ๆ สวีทนะแต่ไม่ใช่แบบที่หลอกกัน

คลิกกันขนาดนี้ เคยมีคุยเรื่องแต่งงานกันบ้างมั้ย?

มันก็มีบ้างนิดหน่อย แต่ไม่ได้แพลนจริงจัง เพียงแต่มันเป็นความรู้สึกที่ดีและพี่อาร์มก็พูดตลอดเวลาว่า ถ้าทุกอย่างดีแบบนี้เราก็ไม่ได้หนีกันไปไหนอยู่แล้ว ถ้าวันนึงเขาขอแต่งงาน ฝนก็พร้อม รู้สึกว่าขอวันนี้ก็ไม่ได้แต่งพรุ่งนี้ ยังมีเวลาให้ทำอะไรอีกสักพัก แต่ส่วนตัวฝนแต่งงานก็ยังไม่อยากมีลูกเลย ขออีกสัก 3 ปี เรายังอยากใช้ชีวิตแบบไม่ต้องห่วง ยังอยากทำงานอยู่ค่ะ

ท้ายสุดอยากบอกอะไรกับแฟน ๆ ที่เป็นกำลังใจให้เราเสมอบ้าง?

ฝนขอบคุณมาก ๆ สำหรับคนที่คอยเป็นกำลังใจให้ฝนตลอด บางคนเป็นแฟนคลับฝนมาจะเป็น 10 ปีแล้ว อาจไม่ได้มีเยอะมาก แต่เราโตไปด้วยกันจริง ๆ แม้แค่พูดคุยเป็นกำลังใจให้กันในไอจี แค่นี้ก็เป็นความรู้สึกที่ดีมากที่ได้จากอาชีพนี้ มันกลายเป็นพลังบวกให้เราทำผลงานดี ๆ เพื่อส่งให้แฟน ๆ มีความสุขกับงานของฝน ขอบคุณหลายคนที่เข้าใจและเป็นกำลังใจให้ในทุกครั้งที่มีปัญหา มันเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่สำคัญมาก นอกจากครอบครัวฝนแล้ว ก็แฟน ๆ ที่น่ารักนี่แหละค่ะที่คอยเข้าใจกัน

มาในวันนี้ความมุ่งมั่นทุ่มเทในการทำงานและความอ่อนน้อมของ น้ำฝน นั้นยังมากมายเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือหัวใจที่ได้ อาร์ม มาดูแลจนน่าอิจฉา ทำให้เชื่อได้ว่า ทั้งวันนี้และอนาคต สาวน้ำฝนนั้นจะยังคงแฮปปี้ทั้งงานและรักเแน่นอน.

..............................................................
วันวิสาข์ ดอกเงิน : เรื่อง / พิชญวัฒน์ ปรุงศักดิ์ : ภาพ

เพิ่มเติมจาก เดลินิวส์

image beaconimage beaconimage beacon