คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

"โหน-ธนากร" ผู้ชายมีฝัน มุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง

โลโก้ เดลินิวส์ เดลินิวส์ 6/10/2561

© สนับสนุนโดย Si-Phaya Publishing Co.,Ltd.

นักแสดงหนุ่ม โหน-ธนากร ศรีบรรจง พระเอกป้ายแดงที่ทางช่อง 7 สีเอชดี ผลักดันขึ้นแท่นพระเอกอย่างเต็มตัว งานนี้เรียกว่าไม่ทำให้ผิดหวังเพราะละครเรื่อง ชะชะช่า ท้ารัก ออกอากาศไปไม่เท่าไรก็ทำให้ โหน ขึ้นแท่นขวัญใจสาว ๆทันที และแน่นอนว่าเนื้อหอมขนาดนี้ เราไม่พลาดที่จะขอคิวด่วน ๆ ของหนุ่มโหนทันที และตอนนี้เขาพร้อมแล้วที่จะมาพูดคุยกับเราถึงทุกเรื่องราวของชีวิต เอาละเราไปคุยกับ โหน กันเลยดีกว่ากับบทบาทพระเอกเรื่องแรกใน ชะชะช่า ท้ารัก

ใน ชะชะช่า ท้ารัก เรื่องนี้มีร้องเพลงด้วย ตัวผมก็ชอบร้องเพลงอยู่แล้ว และมันไม่ใช่เพลงที่ต้องใช้อารมณ์อะไรมาก ในเรื่องมันจะเป็นเพลงกึ่งคุย ไม่เน้นเพราะ เน้นฮา แน่นคุย คอมเมดี้กันไป แต่ก็มีเพลงที่เน้นเพราะเหมือนกันครับชื่อว่า ใจนำทาง อันนี้เป็นเพลงช้าเพราะ ๆ พระเอกร้องให้นางเอก หวาน ๆ อ้อน ๆ แม่ยกหน่อยหนึ่งครับ การถ่ายทำเรื่องนี้ก็สนุกนะครับ เพราะว่าเวลาไปกองถ่ายก็เหมือนไปเจอเพื่อน สนุกสนาน แต่มันก็มีความกดดันซ่อนอยู่ครับเพราะว่าเมื่อปี 2013 เวอร์ชั่นนั้นพี่ ๆ เขาทำไว้ดีมากครับ ทำให้เวอร์ชั่น 2018 ของพวกเราทั้งนักแสดง และผู้จัดกดดันมากครับ เพราะคนรอดูเรื่องนี้อยู่ ซึ่งเวอร์ชั่น 2013 ก็ได้ดูนะครับ ตอนนั้นผมยังเด็กอยู่มาก

โหน แก้ความกดดันยังไง?

ผมก็เปลี่ยนเป็นความสนุกครับ แล้วอีกอย่างบทก็ปรับเปลี่ยนให้เข้ายุคเข้าสมัย มีการส่งไลน์ส่งข้อความกัน สมัยโน้นเต็มที่ก็โทรศัพท์บ้าน ซึ่งตรงนี้เราจะไม่เปรียบเทียบเพราะว่ามันคนละ พ.ศ. กัน และเราก็ต้องขอบคุณรุ่นพี่ด้วยซ้ำครับ เพราะพี่เขาปูมาดีมาก ทำให้รุ่นเราทำงานได้ง่ายขึ้น

วันที่รู้ว่าได้ขึ้นแท่นพระเอกเต็มตัว วันนั้นรู้สึกยังไง?

วันนั้นดีใจมากครับ รีบโทรฯหาแม่บอกแม่ก่อนเลยว่าได้เป็นพระเอกแล้วครับ แม่ก็ดีใจกับเรา ตอนนั้นดีใจทำอะไรไม่ถูกเลย เพราะว่าพอรู้ว่าได้เป็นพระเอกแว้บแรกดีใจ แว้บต่อมากดดัน (หัวเราะ) เพราะว่าเราต้องทำการบ้านหนักขึ้น มันไม่ได้แค่เรื่องเป็นนักแสดงแล้ว แต่มันคือเราต้องพาทุกคนไปให้สุดขนาดไหน แต่ไม่ใช่พระเอก นางเอก เท่านั้นนะครับที่จะทำให้ละครประสบความสำเร็จ มันเป็นเรื่องขององค์รวมนักแสดงทุกคน ทีมงานทุกคนคือสำคัญหมดครับ

© สนับสนุนโดย Si-Phaya Publishing Co.,Ltd.

เป็นพระเอกแล้ว ต้องดูแลตัวเองมากขึ้นมั้ย?

ก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้นครับ เราก็ต้องออกกำลังกายมากขึ้น ดูแลการกิน ตอนนี้ผมก็ทานคลีน และโชคดีที่ผมไม่ชอบทานของหวานอยู่แล้ว ทำให้ตอนนี้ผมน้ำหนักหายไปเกือบ 10 กว่ากิโล ไม่เหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนจะอวบ ๆ หน่อย

กว่าโหนจะมาเป็นพระเอกวันนี้ได้ เส้นทางเป็นยังไง?

ผมใช้ระยะเวลาประมาณ 4 ปี หลังจากที่ผมเข้าประกวด ดิคอมเมดี้มา ก็เข้ามาอยู่ช่อง 7 ก็เป็นพระรองมาจนวันนี้ ได้ขึ้นมาเป็นพระเอก ก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่นะครับ และระหว่างทางผมเข้าใจผู้ใหญ่เลย ว่าคนเราจะขึ้นมาเป็นพระเอกได้มันต้องใช้เวลา และมันต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องของการแสดงพอสมควรนะครับตอนนั้นถ้าผมเข้ามาเซ็นสัญญากับช่อง แล้วก็ได้เล่นเป็นพระเอกเลย เราอาจจะจบตั้งแต่เรื่องแรก ก็ได้ครับ เพราะฉะนั้นผู้ใหญ่เขาก็ให้เราเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อน ให้ลองไปเล่นบทนั้นบทนี้ บทถ้าเป็นพระเอกนิ่ง ๆ เป็นยังไง พระเอกคอมเมดี้เป็นยังไง จนเข้าที่เข้าทางเขาก็ส่งให้เราเป็นพระเอกเต็มตัว ตรงนี้ก็ต้องขอบพระคุณผู้ใหญ่มาก ๆ ครับ

เคยท้อแท้กับการทำงานในวงการมั้ย?

เคยครับ อย่างมีถ่ายละครติด ๆ กันหลายวัน ต้องตื่นเช้า นอนดึก บางทีเราก็รู้สึกว่าเบื่อ เหนื่อย มันเหมือนอยู่กับที่ ผมก็เริ่มคิดหาคำตอบว่าทำไมเราต้องอยู่แบบนี้ ก็หาคำตอบจนเจอครับ ที่อยู่แบบนี้ก็เพราะว่าเราคิดว่ามันไม่มีอะไร มันก็จะไม่มีอะไรจริง ๆ แต่ถ้าเราไม่คิดแบบนั้น เราคิดว่านี่คืองานของเรา นี่คือสิ่งที่เราต้องทำเพราะมันเป็นงานที่เรารัก และผมมองมุมใหม่เวลาที่ไปกอง ก็ไม่ได้มองว่าไปทำงาน ก็มองว่าไปหาเพื่อน ไปเจอพี่ ๆ สนุกสนานกันไป แล้วเราก็ได้เงินด้วยจากการไปเจอเพื่อน ๆ พี่ ๆ ในกอง (หัวเราะ)

แต่พอเราทำงานไปเรื่อย ๆ เราก็รู้แล้วว่าเราต้องโฟกัสอะไร เราหาตัวเองเจอแล้วว่าเป้าหมายของเราคืออะไร ผมเชื่อว่านักแสดงที่เข้าวงการมาทุกคนก็อยากจะมีชื่อเสียง อยากให้ละครออกมาแล้วเป็นที่ชื่นชอบของคนดู ผมเห็นพี่ ๆ หลายคนในวงการที่เขาไปถึงจุดนั้นแล้ว ทุกคนไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเองเลย เพราะฉะนั้นผมเองก็ต้องไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองเหมือนกันครับ

มีความฝันอยากจะเข้าวงการนี้ตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า?

เมื่อตอนเด็ก ๆ ผมอยากจะเป็นนักดนตรีเปิดหมวกตามสะพานลอย ตามจตุจักร เห็นแล้วชอบจริง ๆ คือตอนเด็ก ๆ แม่พาไปเที่ยวอิมพีเรียลสำโรง เราก็เห็นพี่ ๆ เขาสะพายกีตาร์ตัวหนึ่งเล่นดนตรี เปิดกล่องกีตาร์ เห็นแล้วเท่มาก ก็เลยฝึกเล่นกีตาร์ จะเป็นแบบนั้นให้ได้ แต่พอโตขึ้นทำให้รู้ว่าการเล่นกีตาร์บนสะพานลอยมันร้อนนะ ก็เปลี่ยนเลย เราก็ยังเล่นดนตรีเหมือนเดิมแต่ไม่เปิดหมวกบนสะพานลอยแล้วเพราะมันร้อน ก็หันไปเล่นวงดนตรีกับเพื่อนในห้องแอร์เย็น ๆ แทน (หัวเราะ)

© สนับสนุนโดย Si-Phaya Publishing Co.,Ltd.

ตอนเด็ก ๆ โหนเป็นเด็กยังไง?

ผมเป็นเด็กเรียบร้อย ไม่เคยตีกับใคร ผมเรียนเตรียม อุดมฯ เลิกเรียนก็ซ้อมดนตรีกับเพื่อน กลับถึงบ้านก็แกะเพลง มาเรียนเลิกเรียนก็ซ้อม คือไม่ได้ไปหนีเที่ยว หรือยกพวกตีกับใครเลย และขอ

บอกเลยว่าสมัยเรียน ผมป๊อป มากเลยนะครับ รุ่นพี่รุมจีบ (หัวเราะ) แต่ไม่มีแฟนนะ ไม่สนใจเลยเพราะอยู่กับเพื่อนแล้วมันสนุก พักเที่ยงก็อยู่กับเพื่อน เล่นกีตาร์ ไม่ได้คิดจะมีแฟนเลยจริง ๆ (หัวเราะ) แต่มามีแฟนตอน ม.3 ไปชอบรุ่นพี่ ม.6 แต่พี่เขามาจีบเราก่อน พี่เขาขอเป็นแฟนเราก็โอเคคบเลย (หัวเราะ) เพราะพี่เขาก็ป๊อปมากเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่พอพี่เขาจบ ม.6 ไปเข้ามหาวิทยาลัย ก็แยกย้ายกันไปเป็นธรรมชาติครับ

แล้วตอนนี้มีแฟนหรือยัง?

ยังไม่มีครับ ผมมองว่ายังไม่ถึงเวลาที่จะมีแฟน แต่ก็มีคนคุยอยู่บ้างครับ เราก็คุยกันเป็นเพื่อนไป ส่วนสถานะแฟนตอนนี้ยังไม่ได้ให้ใครเลยครับ คุยเป็นเพื่อนกันไปเรื่อย ๆ ก่อนดีกว่า ผมว่าอีกไกลครับกว่าจะมีครอบครัว ตอนนี้ผมเพิ่งจะ 23 เองครับ ไม่รีบร้อน

จริง ๆ โหนชอบผู้หญิงแบบไหน?

จริง ๆ ผมชอบผู้หญิงอ่อนน้อมถ่อมตน แม่บ้านแม่เรือน มีความน่ารัก จิตใจดีไม่เก็บตังค์สามีประมาณนั้น (หัวเราะ) จะมีไหมครับแบบนี้ แต่ผมว่าจริง ๆ คนเราเวลาเจอกันครั้งแรกมองตากันแล้วเคมีเข้ากัน คุยด้วยแล้วสบายใจ อยู่ด้วยแล้วมีความสุข มันก็จะอยู่กันได้ยาว ๆ แล้วที่ผ่านมาผมก็มีแฟนแก่กว่าตลอดนะ แต่ก็ไม่ห่างกันมากแค่ปีสองปี ก็แปลกที่ผ่านมาเจอแต่คนแก่กว่า อาจจะด้วยนิสัยเราโต เพราะว่าทำงานตั้งแต่เด็ก แล้วหัวเลี้ยวหัวต่อวัยรุ่นเราก็ทำงาน เราอยู่กับผู้ใหญ่เยอะ มันก็ทำให้มีความคิดโตกว่าเพื่อนรุ่นเดียวกัน เลยอาจจะทำให้เราชอบคนที่คุยกันรู้เรื่องโตหน่อยครับ.

...........................................

กาญจนา สิทธิเม่ง รายงาน


เพิ่มเติมจาก เดลินิวส์

image beaconimage beaconimage beacon