คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ข่าวอาหารและเครื่องดื่ม

เห็นแล้วหิว! สูตรลับขลุกขลิกกระดูกอ่อน

โลโก้ ไทยรัฐ ไทยรัฐ 5 วันทีผ่านมา ไทยรัฐออนไลน์
ภาพประกอบข่าว © ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

เรื่องกับข้าวกับปลา รวมไปถึงงานฝีมือเย็บปักถักร้อย ต้องยกให้กับคนชื่อ ภาณี เหมือนประสิทธิเวช หรือ พี่เม้า ของบรรดาเพื่อนๆ ที่อ่อนอาวุโสกว่า สมัยที่ยังสาวๆ คุณเม้าจะผูกอาชีพอยู่กับเรื่องแฟชั่นเสื้อผ้า โดยเปิดร้านชื่อว่า 21 บูติก โด่งดังขายดิบขายดีในย่านสยามสแควร์ แหล่งช็อปปิ้งยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ แต่ด้วยความชอบดื่มและกินเพราะมีเพื่อนฝูงน้องนุ่งเต็มบ้านเต็มเมือง คุณเม้าจึงหันไปทำร้านอาหารแทน ชื่อร้านตะไคร้ ร้านแรกเปิดที่เชียงใหม่เมื่อ 30 กว่าปีก่อน และด้วยวัยที่มากขึ้น คุณเม้าจึงเลิกทำร้านอาหารที่ชอบ แต่ก็ไม่อาจทนเสียงปี่กลองจากผู้มาชักชวนได้ เธอจึงรับมาช่วยดูแลคุณภาพอาหารของฟู้ดคอร์ต รวมทั้งอาหารของคณะแพทย์ที่ รพ.บำรุงราษฎร์ อยู่ในทุกวันนี้ และเป็นธรรมดาของคนที่ชอบเข้าครัวปรุงอาหาร ทุกวันนี้หลังเลิกงานจาก รพ.บำรุงราษฎร์ คุณเม้ายังกลับมาควงตะหลิวและโขลกน้ำพริกที่บ้านเป็นประจำทุกวัน แล้วถ่ายรูปลงเฟซบุ๊ก ก็มีความสุขแล้ว มีอยู่ช่วงหนึ่งคุณเม้ากลัวว่า คนไทยจะลืมวิธีการทำน้ำพริกนานาชนิด แล้วหันไปซื้อสำเร็จรูปทานกันเสียหมด จึงหันมาพิมพ์ตำราเกี่ยวกับน้ำพริกที่โขลกเองถ่ายรูปเองแจกฟรี ในชื่อว่า “โน่นนิด นี่หน่อย ก็อร่อยแล้ว” ตามมาด้วยตำราอาหารอีสานรสแซ่บในชื่อ “เป็นเรื่อง เป็นลาว” และก็ยังรับทำอาหารตามสั่งบ้าง พวกน้ำพริกต่างๆ ขนมจีนน้ำพริก ซาวน้ำ ฯลฯ ใครสนใจลองโทรหาที่เบอร์ 08-9177-3584

คุณเม้าไม่เพียงแต่จะมีฝีมือในการทำอาหารไทยรสแซ่บเท่านั้น แต่ยังได้ชื่อว่า รู้จักเก็บออมถนอมอาหารเป็นเริ่ด เพื่อจะได้เก็บไว้กินได้นานๆ รวมทั้งนำวัตถุดิบในการปรุงอาหาร หรืออาหารที่เหลือจากรับประทานที่แช่ทิ้งไว้ในตู้เย็น มาปรุงเป็นเมนูใหม่ได้อย่างน่ารับประทานทีเดียว โดยเฉพาะวันนี้คุณเม้ามีเมนูจากกระดูกอ่อนมาแนะนำ

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

เครื่องปรุง : กระดูกหมูอ่อน/กระเทียม/กะปิ/ พริกขี้หนูสด/น้ำปลา/น้ำตาลปี๊บ/พริกแดงชี้ฟ้าและผักชีสำหรับตกแต่งเพื่อความสวยงาม.......

วิธีทำ

1) ล้างซี่โครงกระดูกหมูอ่อนให้สะอาด แล้วนำมาสับเป็นชิ้นเล็กพอคำ
2) ต้มกระดูกหมูกับน้ำไม่ต้องมาก
3) ใส่กะปิลงไปนิดหน่อย เคี่ยวให้กระดูกเปื่อย (ที่ใส่กะปิเพราะกระดูกอ่อน จะได้มีกลิ่นหอมของกระปิเข้าไปในเนื้อหมู) แล้วตักกระดูกขึ้น
4) ผัดกะปิกับน้ำมันพืช พร้อมกระเทียมสดและพริกขี้หนูสดบุบพอแตก
5) นำ กระดูกที่เคี่ยวแล้วลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาล และน้ำปลานิดหน่อย เพราะกะปิจะมีรสเค็มอยู่แล้วไม่ต้องใส่มาก เพียงแค่นี้ก็จะได้เมนูขลุกขลิกกระดูกอ่อนที่แสนอร่อย ทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือใครที่ชอบผักสด จะมีเป็นเครื่องแนมก็ไม่ต่างจากทานข้าวคลุกน้ำพริกกะปิเลย.

เพิ่มเติมจาก ไทยรัฐ

image beaconimage beaconimage beacon