คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้จาก “It” นิยายเขย่าขวัญจาก สตีเฟน คิง

โลโก้ Sapparot Sapparot 13/9/2560 Sapparot

กระแสหนัง “It” มาดีกว่าที่คาด เมื่อมันกวาดรายได้กว่า 117.2 ล้านเหรียญบนบ็อกซ์ออฟฟิศในสัปดาห์แรกที่เข้าฉาย จนขึ้นแท่นเป็นอันดับที่ 3 หนังทำเงินในสัปดาห์เปิดตัวสูงสุดประจำปี 2017 เรียกได้ว่าหนังทำมาได้ดีสมกับที่หยิบนิยายสยองชื่อเดียวกันนี้ของ สตีเฟน คิง มาถ่ายทอดลงจอเงิน และยังทำให้ตัวตลกเพนนีไวส์กับบอลลูนสีแดงก็กลายเป็นสัญลักษณ์ความหลอนร้ายไปทันที

วันนี้เราขอเกาะกระแสหนัง หยิบ 10 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้จาก It มาฝากกัน ใครชมภาพยนตร์มาแล้วมันจะช่วยให้คุณเข้าใจที่มาที่ไปความเขย่าขวัญและแรงบันดาลใจของสตีเฟน คิง ส่วนใครที่ยังไม่ได้ชม ข้อมูลเหล่านี้น่าจะช่วยเพิ่มอรรถรสการดูหนังของคุณให้มากขึ้น

1. นิยายเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากนิทานพื้นบ้าน

It ได้รับแรงบันดาลใจมาจากนิทานพื้นบ้านของสวีเดนเรื่อง The Three Billy Goats Gruff เป็นเรื่องราวของพี่น้องแกะ 3 ตัว ที่ต้องการข้ามคูน้ำไปกินหญ้าที่อีกฟากฝั่ง แต่ใต้สะพานนั้นมีสัตว์ประหลาดซ่อนอยู่และไม่ยอมให้พวกมันผ่านไปง่ายๆ

© Provided by Coconuts Media Limited

คิงเขียนไว้ในเว็บไซต์ stephenking.com ว่า ผมคิดว่าจะให้เมืองเป็นตัวแทนของสะพาน และถ้ามันมีสัตว์ประหลาดที่ซ่อนอยู่ภายใต้สะพานได้ สถานที่ที่ให้ซ่อนตัวอยู่ใต้เมืองได้ก็น่าจะเป็นอุโมงค์ ทางระบายน้ำ อะไรเทือกๆ นี้ ผมคิดว่าจะเล่าเรื่องยังไงดีที่ผสมผสานเรื่องราวของเด็กๆ ไว้พร้อมกับเรื่องเมื่อพวกเขากลายเป็นผู้ใหญ่ และในฤดูร้อนปี 1981 นั่นแหละ ที่ผมคิดว่าต้องลงมือเขียนเรื่องสัตวประหลาดใต้สะพานสักที หรือจะปล่อยให้เป็นเพียง “มัน” (It) ไปเรื่อยๆ

2. สตีเฟน คิง ใช้เวลาถึง 4 ปีในการเขียนเรื่องนี้

นิยายเรื่อง It เป็นนิยายเล่มที่ 4 ของคิงที่พิมพ์ออกขายในชั่วเวลา 14 เดือน ระหว่างปี 1986-1987 ฟังเผินๆ เหมือนนี่จะเป็นช่วงเวลาที่ไอเดียเขียนนิยายแล่นไหลจนผลิตผลงานออกมาได้หลายเรื่องในเวลาติดต่อกัน แต่จริงๆ แล้วคิงใช้เวลาเขียน It นานถึง 4 ปีเลยทีเดียว

3. It เป็นนิยายที่ยาวที่สุดอันดับ 2 ในบรรดางานเขียนทั้งหมดของสตีเฟน คิง

It มีความยาวถึง 1,138 หน้า เป็นรองก็เพียงแต่เรื่อง The Stand ที่ยาว 1,153 หน้า

© Provided by Coconuts Media Limited

4. ฉากเพศสัมพันธ์อันน่าตกใจในนิยายกลายเป็นที่น่ากระอักกระอ่วนต่อการนำมาดัดแปลงเป็นซีรีส์-ภาพยนตร์

ในหนังสือ มีการบรรยายถึงการมีเพศสัมพันธ์กันของเด็กๆ กลุ่ม The Losers’ Club ระหว่างเด็กชายกับเด็กหญิงคนเดียวในกลุ่มนั้น คิงเขียนให้มันเป็นพิธีกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงที่เด็กๆ เอาชนะ ‘มัน’ ได้แต่กลับหลงอยู่ในอุโมงค์ระบายน้ำ

คิงได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า ตอนที่แต่งเขาไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ในแง่ของเซ็กส์เลย ไม่ได้จะให้มันเป็นฉากวาบหวิวหวือหวาอะไร แค่มองว่ามันเป็นการเชื่อมต่อวัยเด็กสู่วัยผู้ใหญ่ แต่ด้วยวันเวลาล่วงผ่าน ทำให้มุมมองที่คนรุ่นใหม่มีต่อเรื่องแบบนี้มันอ่อนไหวมากขึ้น

5. สตีเฟน คิง เขียนเรื่องนี้ขึ้นในช่วงที่ติดโคเคน

แม้ปัจจุบันคิงจะลาขาดต่อสารเสพติดมาร่วม 30 ปีแล้ว แต่ย้อนไปในระหว่างปี 1978-1986 ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังแต่งเรื่อง It ด้วย เป็นช่วงที่เขาเสพติดโคเคนงอมแงม โดยมีนิยายเรื่อง The Tommyknocker เป็นผลงานเรื่องสุดท้ายก่อนคิงจะลาขาดยาเสพติดทุกอย่าง

© Provided by Coconuts Media Limited

6. “มัน” กลับมาอาละวาดในเมืองทุก 27 ปี น่าแปลกที่การนำนิยายเรื่องนี้มาสู่เวอร์ชั่นคนแสดงก็เกิดขึ้นในอีก 27 ปีให้หลังเช่นกัน

ในนิยาย สัตว์ประหลาดไร้ชื่อที่ถูกเรียกว่า “มัน” กลับมาอาละวาดชาวบ้านเมืองเดอร์รีทุกๆ 27 ปี อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญที่น่าแปลกใจ เมื่อ It ถูกหยิบมาทำเป็นซีรีส์ในอีก 27 ปีหลังจากตีพิมพ์ครั้งแรกด้วยเหมือนกัน โดยมินิซีรีส์เรื่อง “It” ได้ออกฉายในปี 1990 หลังจากโปรดักชั่นเฮ้าส์ประสบปัญหาต้องหยุดถ่ายทำและเปลี่ยนมือผู้โปรดิวซ์ไปหลายราย

7. เมืองเดอร์รีในนิยาย จำลองมาจากสถานที่จริงคือเมืองบังกอร์ ในรัฐเมน สหรัฐฯ

สตีเฟน คิง เขียนให้ที่เกิดเหตุหลอนในเรื่องนี้คือเมืองเดอร์รี ในรัฐเมน ที่เป็นตัวแทนเมืองบังกอร์ สถานที่ซึ่งเขาอาศัยอยู่มาตั้งแต่ปี 1979

คิงเคยถกเถียงกับภรรยาในช่วงหาที่อยู่ใหม่ว่าจะย้ายไปอยู่ที่ไหน ระหว่างพอร์ตแลนด์และบังกอร์ สำหรับคิง แทนที่จะเป็นพอร์ตแลนด์ดูเป็นเมืองผู้มีความรู้ดูปัญญาชนเกินไป เขาชอบใจในสภาพเมืองชนชั้นแรงงานของบังกอร์มากกว่า เขาอยากสร้างสรรค์งานเขียนที่่นี่ งานเขียนที่จะผสานตัวประหลาดในจินตนาการทั้งหลายกับนิทานพื้นบ้านแกะ 3 ตัวกับสัตว์ประหลาดใต้สะพานเข้าด้วยกัน

© Provided by Coconuts Media Limited

8. เพนนีไวส์ มาในคราบของตัวตลก เพราะสตีเฟน คิง คิดว่ามันเป็นสิ่งที่เด็กๆ หวาดกลัวมากที่สุด

แม้คิงจะต้องการให้ “มัน” เป็นส่วนผสมของสัตว์ประหลาดน่าสยองทุกตัวเท่าที่จะคิดได้เข้าด้วยกัน แต่ก็คิดว่ามันจะต้องมีตัวใดตัวหนึ่งที่ขมวดรวมทุกความสยองเข้าด้วยกันและจะต้องน่าสะพรึงกลัวที่สุดแบบที่ไม่อยากแม้แต่จะพบเจอ ถ้าเจอก็ต้องหวีดสุดเสียง และก็ได้คำตอบให้ตัวเองว่า ไม่มีอะไรจะทำให้เด็กๆ ขนพองสยองเกล้าได้มากเท่ากับ “ตัวตลก” อีกแล้ว

© Provided by Coconuts Media Limited

9. สตีเฟน คิง เองก็เคยมีประสบการณ์ชวนขนลุกเกี่ยวกับตัวตลกมาแล้ว

จากคำสัมภาษณ์เมื่อปี 2005 คิงเผยว่าเขาเองเคยมีประสบการณ์น่ากลัวเกียวกับตัวตลกมาอยู่เหมือนกัน ครั้งหนึ่งในการเดินทางโดยเครื่องบิน ผู้โดยสารในที่นั่งถัดจากเขาคือคนที่มาสคอตเป็น Ronald McDonald หรือตัวตลกฉีกยิ้มกว้างจาก McDonald เขาคิดในใจว่า ถ้าเกิดเครื่องบินตกขึ้นมา ตัวเขาก็คงนอนตายข้างๆ ตัวตลกนี่แหละ คิดแล้วมันก็หลอนๆ ดีเหมือนกัน

10. สำหรับตัวเขาเอง “It” เปรียบเสมือนข้อสอบปลายภาคของการเขียนเรื่องสยองขวัญ

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นตัวพ่อแห่งนิยายสยองขวัญ แต่ก็มีคำถามหนึ่งที่เขายังตอบไม่ค่อยได้เมื่อถูกถามว่าอะไรทำให้เขาสร้างเรื่องเขย่าขวัญได้ถึงขั้นนี้ จนเมื่อปี 2009 เขาก็ให้คำตอบเกี่ยวกับสิ่งนี้ผ่านบทสัมภาษณ์กับ Time ว่า

จู่ๆ ผมก็คิดกับตัวเองว่า ทำไมไม่เขียนเรื่องสยองที่เป็นเหมือนข้อสอบไฟนอลของเรื่องสยองขวัญทั้งหลายดูเล่า เรื่องสยองที่มีสัตว์ประหลาดที่รวมเอาทุกความหวาดกลัวของเด็กๆ ไว้ด้วยกัน และจะทำแบบนั้นยังไงน่ะเหรอ ก็แต่งให้เหมือนนิทานที่เล่าต่อๆ กันมา ว่ามีเมืองที่มีเรื่องราวแปลกๆ เกิดขึ้นแต่ทุกคนกลับพยายามทำเหมือนทุกอย่างยังปกติยังไงเล่า

ภาพ: stephenking.com, เฟซบุ๊ก IT Movies, geek 

it © Provided by Coconuts Media Limited it

เพิ่มเติมจาก Sapparot

image beaconimage beaconimage beacon