คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

"ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A" ภัยร้ายใกล้ตัว

โลโก้ PPTVHD36 PPTVHD36 19/6/2560

ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A อันตรายถึงชีวิต

© สนับสนุนโดย Bangkok Media and Broadcasting Company Limited

ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พูดถึงไข้หวัดใหญ่ ว่าเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจที่อาจรุนแรงได้  โดยไวรัสตัวนี้จะส่งผลให้ผู้ป่วยมีไข้สูงกว่า มีอาการอ่อนเพลียมากกว่าไวรัสก่อโรคระบบทางเดินหายใจชนิดอื่นๆ ซึ่งมีมากมายหลายเชื้อ และมีโอกาสที่ปอดจะอักเสบได้มากกว่า และยังมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้มากกว่า ซึ่งหากผู้ป่วยมีอาการรุนแรงอาจมีอันตรายถึงชีวิตได้

โดยไข้หวัดใหญ่ที่ก่อโรคในคน มีสายพันธุ์ A (มี 2 สายพันธุ์ย่อย คือ H1N1 และ H3N2), B (มี 2 สายพันธุ์ย่อย คือตระกูล Victoria และ ตระกูล Yamagata) และ C สายพันธุ์ A และ B จะสามารถก่อโรครุนแรงได้ แต่สายพันธุ์ C มักก่อโรคแบบไม่รุนแรง สายพันธุ์ A นอกจากจะรุนแรงแล้ว ยังมีการกลายพันธุ์ แลกเปลี่ยนสายพันธุกรรม ระหว่างไวรัสของมนุษย์กับหมู หรือ นกและสัตว์ปีกต่างๆ ทำให้เกิดไวรัสลูกผสมที่มีโอกาสระบาดในวงกว้าง และรุนแรงมาก เช่นที่เกิดล่าสุดคือ ไวรัส A H1N1 (2009) เกิดจากการผสมผสานของไวรัสสายพันธุ์ของคน หมู และนก พอเริ่มติดในคนเป็นครั้งแรกในปี 2009 ก็เกิดการระบาดเกิดขึ้นทั่วโลกในเวลาอันรวดเร็ว แล้วสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ดี ทำให้ในที่สุดไวรัส A H1N1 (2009) กลายเป็นไวรัสประจำฤดูกาลไปแล้ว ในขณะที่ไวรัสสายพันธุ์ B  อาจมีความรันแรงได้ แต่ติดเชื้อเฉพาะในคน จึงไม่เกิดปรากฏการณ์ไวรัสลูกผสม การระบาดจึงไม่ค่อยรุนแรงเท่าไวรัสสายพันธุ์ A  

© สนับสนุนโดย Bangkok Media and Broadcasting Company Limited

ติดต่อด้วยการไอ จาม สัมผัส

เชื้อไข้หวัดใหญ่จะอยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะสามารถแพร่ไปยังผู้อื่นได้ด้วยการไอ หรือจามรดกันในระยะใกล้ชิด หรืออาจติดจากการที่มือไปสัมผัสน้ำมูกน้ำลายที่มีเชื้อปนเปื้อนอยู่ โดยเชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก และตา ที่สัมผัสโดนเชื้อที่ติดมากับมือนั่นเอง

ยิ่งเจอคนเยอะ ยิ่งเสี่ยงเป็นไข้หวัดใหญ่

ผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มากที่สุดคือผู้ที่ต้องเจอผู้คนเยอะ โดยเฉพาะเด็ก ๆ ในโรงเรียนจะมีโอกาสได้รับเชื้อค่อนข้างเยอะ  เพราะเด็กๆอยู่ด้วยกันเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นเด็กนักเรียนจึงเป็นกลุ่มเสี่ยงมักจะเป็นคนที่นำเชื้อไข้หวัดใหญ่เข้าบ้าน

ผู้เป็นโรคเรื้อรัง เด็กอ่อน และสตรีมีครรภ์เสี่ยงอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป

โรคไข้หวัดใหญ่ก่อความรุนแรงในแต่ละคนไม่เท่ากัน คนที่แข็งแรงดี เมื่อได้รับเชื้อ อาจมีอาการไม่มาก โดยคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่แล้วมีโอกาสที่จะมีผลรุนแรง คือ กลุ่มบุคคลที่มีโรคประจำตัว เช่นโรคปอด โรคไต  โรคหัวใจ  กลุ่มคนที่มีโรคเรื้อรังอยู่ก่อนแล้วเหล่านี้เมื่อเป็นไข้หวัดใหญ่อาจจะมีอาการปอดอักเสบรุนแรง เพราะร่างกายและภูมิต้านทานไม่แข็งแรง ส่วนหญิงตั้งครรภ์ก็มีความเสี่ยงเช่นกัน รวมทั้งเด็กเล็กที่มีอายุต่ำ 2 ปี หรือเด็กอ่อน เวลาเป็นไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรงกว่าผู้ใหญ่

ล้างมือให้สะอาดลดโอกาสเป็นโรค

อย่างที่บอกไปข้างต้นว่าโรคนี้สามารถติดต่อได้ด้วยการสัมผัส ดังนั้นวิธีป้องกันคือต้องล้างมือด้วยการฟอกสบู่บ่อยๆ หรือใช้เจลแอลกอฮอล์เมื่อสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ ในที่สาธารณะ และหลีกเลี่ยงการพบปะกับคนที่กำลังป่วยหรือเป็นหวัด  และหากเลี่ยงสถานที่ที่มีฝูงชนอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก เช่น โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า ก็จะลดโอกาสเสี่ยงที่จะป่วยไปได้อีก

ผู้ป่วยไม่ควรกินยาเอง แนะปรึกษาแพทย์

ส่วนผู้ที่ป่วยควรเก็บตัวอยู่บ้าน และใส่หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อให้กับคนในบ้าน ปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจามด้วยกระดาษทิชชู่แล้วทิ้งขยะทันที ในกรณีที่ไม่มีกระดาษทิชชู่ ควรปิดปากและจมูกด้วยต้นแขนเสื้อ เพื่อไม่ให้เชื้อโรคสัมผัสกับมือหรือแพร่กระจายในอากาศ  และไม่ควรกินยาแอสไพรินเองก่อนปรึกษาแพทย์ เนื่องจากยาอาจรบกวนการทำงานของตับ

รพ.เปิดฉีดวัคซีนฟรี หวังลดจำนวนผู้ป่วยไม่ให้แพร่ระบาด แนะเด็กนร.ฉีดก่อนร.ร.เปิด

โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน มีวัคซีนชนิด 3 สายพันธุ์ (ได้แก่ A 2 สายพันธุ์ และ B 1 สายพันธุ์) และ 4 สายพันธุ์ (ได้แก่ A 2 สายพันธุ์ และ B 2 สายพันธุ์) ซึ่งแบบ 4 สายพันธุ์ จะป้องกันได้ครอบคลุมเชื้อได้มากกว่าแบบ 3 สายพันธุ์เล็กน้อย โดยส่วนตัวอยากจะให้คนมาฉีดวัคซีนกันให้มากขึ้น จะเป็นแบบไหนก็ได้ เพื่อลดจำนวนผู้ป่วย และลดการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ และอยากให้นักเรียนทุกคนได้รับวัคซีนก่อนที่โรงเรียนจะเปิดเพราะการติดเชื้อในโรงเรียนเป็นปัญหาใหญ่ เนื่องจากเด็กจะชอบเล่นด้วยกันอยู่ด้วยกัน ทำให้แพร่เชื้อหากันได้ง่าย โดยกระทรวงสาธารณสุขได้ทำการจัดสรรวัคซีนให้ฉีดฟรี ที่โรงพยาบาลรัฐทุกแห่ง

ขอบคุณภาพจาก : www.seven02.s3.amazonaws.com

เพิ่มเติมจาก PPTVHD36

image beaconimage beaconimage beacon