คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

สมาร์ทมันนี่

ขุมทรัพย์กองทุน”กทปส.-ดีอี” เงินล้นเฉียด4หมื่นล.เหตุเงื่อนไขกม.เข้ม

โลโก้ ประชาชาติ ประชาชาติ 6 วันทีผ่านมา bow

เปิดขุมทรัพย์กองทุนเกรด A "กทปส." ยอดคงเหลือ 3.8 หมื่นล้านบาท ปี"61 พร้อมตั้งงบอุดหนุนอีก 1.5 พันล้านบาท ย้ำคุมเข้ม TOR ทั้งก่อนและหลังได้ทุน ประธานกองทุนฯระบุข้อจำกัดกฎหมายเยอะส่งผลให้ทุนไม่ได้ตามเป้า ฟาก "ดีอี" มีเงินในกรุ 1.5 พันล้านบาท แต่ยังไร้แววนักวิจัยได้ทุน รอลุ้นแผนแม่บทดิจิทัลคลอด พร้อมเปิดรับไอเดียดีเน้นพัฒนา "ดิจิทัลซีเคียวริตี้-อินฟราสตรักเจอร์" เสริมแกร่งพัฒนาคนและต่อยอดเน็ตประชารัฐ

2F4F37BC-29DD-4DF6-B1CC-4153B3A4943A © Matichon 2F4F37BC-29DD-4DF6-B1CC-4153B3A4943A

พลเอกสุกิจ ขมะสุนทร ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในปี 2560 กทปส.ได้จัดสรรเงินสนับสนุนโครงการสำคัญ ได้แก่ การจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงและสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) วงเงิน 13,819.64 ล้านบาท เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน

โทรคมนาคมและลดความเหลื่อมล้ำ

ในการเข้าถึงบริการโทรคมนาคมของประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้าน และจัดสรรเงินสนับสนุนโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัล 3.98 ล้านครัวเรือน เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านของประชาชนในการรับชมทีวีดิจิทัล วงเงิน 2,749.42 ล้านบาท, จัดสรรเงินสนับสนุนโครงการวิจัย 13 โครงการ รวม 103.36 ล้านบาท และจัดสรรเงินอุดหนุนประจำปีให้กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ตามที่ พ.ร.บ. กสทช. กำหนด 474.31 ล้านบาท

เข้มเกณฑ์ให้ทุนวิจัย

"แม้จัดสรรเงินทุนได้หลายโครงการ แต่ยังไม่น่าพอใจ มีอีกหลายโครงการวิจัยที่น่าสนับสนุน แต่ให้ไม่ได้เพราะข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ให้ทุนวิจัยด้านใดได้บ้าง ทำให้เงินที่สนับสนุนงานวิจัยมีน้อย ส่วนใหญ่เป็นโครงการ USO หรือบริการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างทั่วถึง ซึ่งแต่ละปีมีคนยื่นขอทุนเยอะ แต่บอร์ดสกรีนแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ ถ้าจะให้อนุมัติได้มากกว่านี้ต้องแก้กฎหมาย"

ส่วนโครงการที่ได้รับทุนไปแล้วเกือบทั้งหมดดำเนินการเสร็จตามเวลาและวัตถุประสงค์ที่ขอมา มีบ้าง อาทิ โครงการประเภทส่งเสริมการรู้เท่าทันสื่อ และบางโครงการที่ตีกลับไปให้แก้ไขหรือเพิ่มเติมให้ตรง TOR (ข้อกำหนดทางเทคนิค) เพราะขั้นตอนตรวจรับมีคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบอย่างละเอียด

"ขั้นตอนก่อนให้ทุนและหลังให้ทุนแล้วจะมีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองตรวจสอบละเอียด บางโครงการที่อยากทำวิจัยมากเพราะคนกังวลเยอะคือ คลื่นเป็นอันตรายต่อคนและสัตว์จริงหรือไม่ แต่คณะกรรมการมองว่า เป็นขอบเขตของสำนักงาน กสทช.ที่ต้องทำอยู่แล้ว จะมาตั้งของบฯจากกองทุนไม่ได้ หรือที่กังวลว่าจะมีการล็อกสเป็กให้บางหน่วยงานหรือหน่วยงานรัฐ ก็มีระเบียบชัดเจนว่า ถ้าวงเงินเกิน 500 ล้านบาท ต้องเสนอให้ที่ประชุม ครม.อนุมัติ ถ้าเป็นโครงการจากหน่วยงานรัฐต้องให้รัฐมนตรีต้นสังกัดลงนามส่งมา เมื่อส่งมาแล้วก็ใช่ว่าจะได้ทุกโครงการ ถ้าไม่เข้าตามเกณฑ์ที่ กม.กำหนด บอร์ดกองทุนก็อนุมัติให้ไม่ได้ ตัวกรรมการแต่ละคนได้รับการแต่งตั้งตามที่กฎหมายกำหนด"

คงเหลือ 3.8 หมื่นล้าน

แหล่งข่าวจากสำนักงาน กสทช.เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในปี 2560 กองทุน กสทช.มีรายรับ 9,064.12 ล้านบาท มีการเบิกจ่ายรวม 2,482.20 ล้านบาท ณ 31 ธ.ค. 2561 มีเงินคงเหลือ 38,399.13 ล้านบาท ส่วนเป้าหมายปี 2561 ในการให้ทุนสนับสนุนได้วางกรอบวงเงินไว้ที่ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 1.โครงการที่เปิดให้ผู้มีสิทธิ์ขอรับการสนับสนุนยื่นขอทุน 300 ล้านบาท 2.โครงการที่ กทปส.เปิดให้ผู้สนใจเข้ามาทำวิจัยตามโจทย์ที่กำหนด 700 ล้านบาท แบ่งเป็นด้านบรอดแคสต์ 200 ล้านบาท โทรคมนาคม 200 ล้านบาท, การบริหารคลื่นความถี่ 70 ล้านบาท ด้านการวิจัยและพัฒนา 200 ล้านบาท อีก 30 ล้านบาทเป็นงานวิจัยต่อเนื่อง และ 3.เงินสนับสนุนกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ 500 ล้านบาท

กองทุนดีอี 1.5 พันล้าน

ด้านนางวรรณพร เทพหัสดิน ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สถานะของกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ วันที่ 28 ก.พ. 2561 มีเงินรวม 1,558.76 ล้านบาท มีแหล่งรายได้ทางเดียวคือ ตามมาตรา 24(4) คือเงินรายได้ 15% ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ซึ่งในสิ้นปีงบประมาณ 2560 (30 ก.ย. 2560)สำนักงาน กสทช.ได้นำส่งเข้ากองทุนดีอี รวม 1,182 ล้านบาท ส่วนปีงบประมาณปี 2561 ณ วันที่ 31 ม.ค. 2561 ได้รับเงินที่สำนักงาน กสทช.นำส่งเพิ่มอีก 375.88 ล้านบาท ขณะที่ตาม พ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. 2560 กำหนดให้กองทุนมีรายได้ที่สำคัญมาจากเงินทุนประเดิมที่รัฐบาลจัดสรรให้เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรให้จากงบประมาณรายจ่ายประจําปี 15% ของเงินที่ได้รับจากการจัดสรรคลื่นความถี่ ตาม พ.ร.บ. กสทช. และ 15% ของรายได้ของสํานักงาน กสทช.

ตั้งกรอบให้ทุนพันล้านบาท

ส่วนการจัดสรรเงินต้องเป็นการใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัลฯ ตามนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล โดยกำหนดให้ 1.เพื่อส่งเสริม สนับสนุน หน่วยงานรัฐและเอกชนหรือบุคคลทั่วไปในการพัฒนาดิจิทัลฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์สาธารณะไม่แสวงหากำไรและไม่ทำลายการแข่งขันตามปกติวิสัยของกิจการภาคเอกชน 2.ให้ทุนอุดหนุนการวิจัยและพัฒนาแก่หน่วยงานรัฐและเอกชนหรือบุคคลทั่วไปเกี่ยวกับการพัฒนาดิจิทัลฯ 3.จัดสรรเป็นเงินอุดหนุนแก่ สดช.ในส่วนที่นอกเหนืองบประมาณ และเป็นค่าใช้จ่ายให้สํานักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เห็นสมควร รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายในการบริการกองทุน

สำหรับในปีนี้ได้กำหนดกรอบเบื้องต้นในการจัดสรรเงินที่มีอยู่ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็น 1,000 ล้านบาท สำหรับการส่งเสริมสนับสนุนและให้ทุนตามที่ พ.ร.บ.ระบุไว้ โดย 20% ประกาศเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอตามวัตถุประสงค์กองทุน อีก 80% เป็นการจัดสรรให้ทุนตามแนวทางของกองทุน อีก 500 ล้านบาทจะจัดสรรให้ สดช. 75 ล้านบาท ดีป้า 64 ล้านบาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุน 27 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่คณะกรรมการกองทุนพิจารณาอีก 344 ล้านบาท

เน้นซีเคียวริตี้-เน็ตประชารัฐ

"กรอบแนวทางการให้ทุนในปีงบประมาณ 2561 กำหนดให้ต้องเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทการพัฒนาดิจิทัล ที่ต้องครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน กลุ่มประชาชน และต้องเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่ซ้ำซ้อนกับกองทุนอื่น โดยการจัดลำดับความสำคัญของโครงการจะเน้นที่ Digital Manpower Digital Security Digital infrastructure และการต่อยอดเพื่อใช้ประโยชน์จากโครงการเน็ตประชารัฐ"

เลขาธิการ สดช.กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ตั้งกองทุนฯในปี 2560 ยังไม่เคยให้ทุนสนับสนุนหน่วยงานใด นอกจากเงินอุดหนุนให้หน่วยงานตามที่ พ.ร.บ.กำหนด เพราะต้องรอให้แผนแม่บทดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมประกาศใช้ก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาพัฒน์ ก่อนเข้าที่ประชุม ครม.อีกครั้ง คาดว่าราวเดือน พ.ค.นี้ ส่วนระเบียบคณะกรรมการดิจิทัลฯ ว่าด้วยการบริหารกองทุน ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการประกาศกำหนดรูปแบบการให้ทุนอุดหนุนอย่างน้อยปีละครั้ง

"ถ้าแผนแม่บทประกาศแล้ว สดช.จะประกาศเชิญชวนให้ผู้มีโครงการที่น่าสนใจยื่นขอรับทุนได้ และจะประกาศรายละเอียดโครงการที่เป็นโจทย์วิจัย หลัก ๆ คือเปิดให้ยื่นขอรับการสนับสนุนได้ทั้งปี ตอนนี้สนใจขอรับทุนส่งโครงการเข้ามาให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองพิจารณา ระหว่างรอขั้นตอนการประกาศใช้แผนแม่บท อาทิ โครงการเทเลเมดิซีนของกระทรวงสาธารณสุข"

เพิ่มเติมจาก ประชาชาติ

image beaconimage beaconimage beacon