คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

"บินไทย" บีบ "นกแอร์" ลดบทบาท "พาที"

โลโก้ ประชาชาติ ประชาชาติ 29/5/2560 ประชาชาติธุรกิจออนไลน์

ในช่วงที่ "การบินไทย" ขาดทุนอย่างหนัก จนต้องทำ "แผนปฏิรูปองค์กร" มีคำถามหนึ่งที่ผู้บริหารถูกถามอยู่บ่อยครั้งคือ การบินไทยจะขายหุ้น "นกแอร์" หรือไม่? คำตอบที่ได้คือ ยังอยู่ระหว่างการศึกษา

จนกระทั่งการบินไทยจัดตั้งแนวทางความร่วมมือภายใต้ชื่อ "ไทยกรุ๊ป" ผนึกการทำงานกับสายการบินลูกอย่าง "นกแอร์" และ "ไทยสมายล์" คำถามจึงเปลี่ยนไปเป็นการบินไทยจะเข้าไปซื้อหุ้นนกแอร์เพิ่มหรือไม่ ? เพื่อเพิ่มอำนาจในการกำกับนโยบายและแนวทางการบริหารนกแอร์ได้มากขึ้น 

หลังที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบมจ.สายการบินนกแอร์ ได้มีมติอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียน 781.25 ล้านบาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 625 ล้านบาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่เป็น 1,406.25 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญใหม่ 781.25 ล้านหุ้น จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม 625 ล้านหุ้น ในอัตรา 1 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ กำหนดการจองซื้อระหว่างวันที่ 16-19 และ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ คาดว่าจะระดมทุนได้ราว 2.28 พันล้านบาท

ทว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม นกแอร์ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ใจความระบุว่า การบินไทย ที่เป็นผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของนกแอร์ ไม่ได้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิ แต่นกแอร์ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ถือหุ้นรายอื่นที่จองซื้อหุ้นเข้ามาทั้งตามสิทธิและจองเกินสิทธิ ทำให้นกแอร์ได้รับเงินเพิ่มทุนเพียงพอต่อแผนการใช้เงินบริษัท และจะไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องหรือการดำเนินธุรกิจ

และในวันเดียวกัน การบินไทยได้ชี้แจงเรื่องการไม่เพิ่มทุนในนกแอร์ว่า บอร์ดการบินไทยได้พิจารณาจากรายงานของคณะทำงานเฉพาะกิจ (Special Task Force) ที่ตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาความเหมาะสมและความคุ้มค่าในการลงทุนในสายการบินนกแอร์แล้ว พบว่าการบินไทยยังไม่สมควรลงทุนเพิ่ม เนื่องจากการบินไทยควรจะมุ่งเน้นการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปบริษัท ที่ยังมีประเด็นที่ต้องดำเนินการอยู่อีกมากก่อน 

"บินไทย" บีบ "นกแอร์" ลดบทบาท "พาที" © ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ "บินไทย" บีบ "นกแอร์" ลดบทบาท "พาที"

อย่างไรก็ตาม การบินไทยยังคงให้ความร่วมมือในฐานะผู้ถือหุ้น เพื่อสนับสนุนให้นกแอร์สามารถพลิกฟื้นและเดินหน้าต่อไปได้ 

รายงานข่าวจากคณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยหลังการบินไทยไม่เพิ่มทุนในสายการบินนกแอร์ว่า ในทางตรงกันข้าม จะลดสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ 39.2% ลงด้วย

คาดว่า "กลุ่มจุฬางกูร" ที่ถือหุ้นอยู่ 22% จะเพิ่มสัดส่วนเข้ามาถือหุ้นเพิ่ม ท้ายที่สุดการบินไทยจะเหลือสัดส่วนการถือหุ้นเพียง 20 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ส่วนการหาพันธมิตรร่วมทุนนั้น มีทั้งต่างชาติและทุนไทยพร้อมที่จะเข้าร่วมลงทุนได้แล้ว คาดว่าจะเป็นกลุ่มนักลงทุนจากจีน 

สำหรับบทบาทของนายพาที สารสิน ซีอีโอนกแอร์ จากนี้ไปจะปรับบทบาทลดลง ด้วยการตั้ง "คณะผู้บริหาร" แผนฟื้นฟูนกแอร์ เข้าไปร่วมบริหารในทุกด้าน

ส่วนความร่วมมือระหว่างการบินไทยกับนกแอร์ภายใต้ไทยกรุ๊ปยังคงทำงานเชื่อมโยงกันเหมือนเดิม 

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีการบินไทยยังไม่เพิ่มทุนให้นกแอร์ว่า การบินไทยมีนโยบายชัดเจนเกี่ยวกับนกแอร์ หลังจากนี้การบินไทยจะประกาศทิศทางการบริหารนกแอร์ด้วยตัวเอง 

"ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนไทยหรือนักลงทุนต่างประเทศสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมการบินไทยดีทั้งนั้นแต่ขอให้เลือกพาร์ตเนอร์ที่ดี ที่เข้ามาแล้วสามารถพัฒนาการบินของประเทศ แต่เมื่อมาแล้วต้องเชื่อมโยงกับการบินระดับโลกได้หรือไม่ มาเสริมจุดอ่อนของเราได้หรือไม่" นายสมคิดกล่าว
ก่อนหน้านี้ "พาที สารสิน" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สายการบินนกแอร์ กล่าวในที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปีว่า จะทำนกแอร์กลับมามีกำไรให้เร็วที่สุด หลังจากที่นกแอร์ต้องเผชิญการแข่งขันสูงมากในปีที่ผ่านมา


โดยเฉพาะด้านราคาตั๋วเครื่องบินเส้นทางบินในประเทศทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์มุ่งขยายเส้นทางบินระหว่างประเทศในระยะไกลขึ้น ด้วยการสร้างเครือข่ายเส้นทางบินสู่เอเชียตะวันออก หลังเปิดให้บริการสู่ย่างกุ้ง โฮจิมินห์ และฮานอยแล้ว

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาการบินไทยได้ส่งคนของตัวเองไปกำกับดูแลด้านการขายและการตลาดของนกแอร์ และหากเป็นไปตามแผน คาดว่าน่าจะเห็นผลได้ภายในไตรมาส 3 นี้ 
"แต่หลังจากที่นกแอร์เพิ่มทุนแล้วเสร็จ สัดส่วนการถือหุ้นของการบินไทยจะลดลงเหลือประมาณ 22.5% และกลุ่มจุฬางกูรจะขยับขึ้นมาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แทน ดังนั้น คงต้องรอดูว่าแผนยุทธศาสตร์จะยังคงเดินตามเดิม หรือจะปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับนโยบายกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่"
ขณะที่การบินไทยก็มีความเคลื่อนไหวในการประชุมผู้บริหารถึงแผนการทำงานสำหรับเชื่อมต่อเน็ตเวิร์กของนกแอร์อีกครั้งแล้วเมื่อ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา


อีกด้านหนึ่ง เมื่อเช้าวันที่ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา นกแอร์ได้รายงานผลการขายหลักทรัพย์ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า จำนวนหุ้นที่เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม 625 ล้านหุ้นนั้น ขายไปได้ 510.99 ล้านหุ้น ได้เงินสุทธิรวม 1,224.6 ล้านบาท และมีจำนวนหุ้นคงเหลือ 114 ล้านหุ้น หรือประมาณ 18.24% 


จากตัวเลขข้างต้นนี้สะท้อนว่า การเพิ่มทุนของนกแอร์ครั้งนี้ไม่ได้รับการตอบรับจากผู้ถือหุ้นรายอื่น ทั้งการจองซื้อหุ้นตามสิทธิและจองเกินสิทธิ 

นั่นหมายความว่า นกแอร์อาจไม่ได้รับเงินเพิ่มทุนที่เพียงพอต่อแผนการใช้เงิน การแก้ปัญหาด้านสภาพคล่องในการดำเนินธุรกิจก็อาจไม่บรรลุผลทั้งหมด และมีความเป็นไปได้สูงว่านกแอร์อาจต้องกู้เงินหรือเพิ่มทุนอีกครั้ง !

เพิ่มเติมจาก ประชาชาติ

image beaconimage beaconimage beacon