คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ยูโร ปอนด์ แข็งค่า ขานรับข่าวดี Brexit

โลโก้ ประชาชาติ ประชาชาติ 12/9/2561 jit

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 11 กันยายน 2561

14876767951487677334l © Matichon 14876767951487677334l

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/9) ที่ระดับ 32.82/84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดในวันจันทร์ (10/9) ที่ระดับ 32.84/86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวานนี้มีสัญญาณความคืบหน้าของข้อตกลง Brexit ส่งผลให้ค่าเงินปอนด์และยูโรแข็งค่าขึ้นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม ความวิตกกังวลเกี่ยวกับประเด็นการค้าโลกและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงและหันมาถือครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างดอลลาร์สหรับ โดยนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐ และประเทศคู่ค้าอย่างจีนและแคนาดา ภายหลังจากที่ยังไม่มีความชัดเจนว่าสหรัฐ จะเริ่มเก็บภาษีสินค้านำเข้าจึนอีกเมื่อใด รวมทั้งการเจรจาเรื่องข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ฉบับใหม่กับแคนาดาที่ยังไม่มีบทสรุปออกมา

ขณะเดียวกันวานนี้ (10/9) ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า สหรัฐกำลังพิจารณาจัดการประชุมสุดยอดระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือโดยนายจอห์น โบลตัน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า การประชุมกันครั้งที่ 2 ระหว่างนายทรัมป์และคิมนั้นมีความเป็นไปได้ ซึ่งอาจจะจัดขึ้นก่อนช่วงสิ้นปีนี้ หลังจากที่ได้ประชุมร่วมกันมาแล้วที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.75-32.86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.82/84 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/9) ที่ระดับ 1.1583/85 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (10/9) ที่ระดับ 1.1561/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินปอนด์และยูโรแข็งค่าขึ้นหลังจากนายมิเชล บาร์นิเยร์ ตัวแทนเจรจาของฝ่ายสหภาพยุโรป (EU) ในประเด็น Brexit กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่ EU จะบรรลุข้อตกลง Brexit กับอังกฤษภายในเวลา 6-8 สัปดาห์นี้ โดยนักลงทุนมองว่าถ้อยแถลงของนายบาร์นิเยร์เป็นการส่งสัญญาณท่าทีผ่อนคลายของ EU ในประเด็นดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงก่อนถึงกำหนดการแยกตัวของอังกฤษออกจาก EU อย่างเป็นทางการในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมปีหน้า

ทั้งนี้สำหรับการประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ที่จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีนี้ (13/9) นักลงทุนคาดการณ์ว่าจะคงนโยบายการเงินไว้แบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1592-1.1643 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1628/30 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/9) ที่ระดับ 111.38/40 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (10/9) ที่ 111.03/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วงบ่ายมีการเปิดเผยตัวเลขยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่น ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.3% เมื่อเทียบเป็นรายปีในเดือนสิงหาคม ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.1% ส่งผลให้ค่าเงินเยนอ่อนค่าต่อเล็กน้อยในช่วงบ่าย โดยช่วงนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ๆ หลังจากที่ขาดปัจจัยทางเศรษฐกิจ รวมทั้งปัจจัยภายนอก โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 111.11-111.56 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 111.47/49 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (PPI) เดือน ส.ค. (12/9), การผลิตภาคอุตสาหกรรมของยูโรโซน (12/9) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐ (13/9), อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ของสหรัฐ (13/9), การประชุมกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) (13/9), ยอดค้าปลีกเดือน ส.ค.ของสหรัฐ (14/9), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน ส.ค.สหรัฐ (14/9), ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นเดือน ก.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนของสหรัฐ (14/9)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -3.50/-3.10 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.10/-3.4 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

 

เพิ่มเติมจาก ประชาชาติ

image beaconimage beaconimage beacon