คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

กทพ.เล็งสร้างทางด่วน เชียงใหม่-ขอนแก่นแก้ปัญหาจราจร

โลโก้ เดลินิวส์ เดลินิวส์ 13/9/2560
© สนับสนุนโดย Dailynews Web Co. Ltd © สนับสนุนโดย Dailynews Web Co. Ltd

นายสุทธิศักดิ์ วรรธนวินิจ รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน ในฐานะรักษาการแทนผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางพิเศษ(ทางด่วน)ในเส้นทางต่างๆว่า ขณะนี้ กทพ.อยู่ระหว่างจัดหาที่ปรึกษาเข้ามาดำเนินโครงการก่อสร้างทางพิเศษสายพระราม3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอก กทม.ด้านตะวันตก เมื่อได้ตัวแล้วจะพิจารณาเรื่องเอกสารต่างๆ และการร่างเงื่อนไขการประกวดราคา(ทีโออาร์)เพื่อเปิดประกวดราคาต่อไป ตั้งเป้าหมายต้องได้ผู้รับเหมาภายในปีนี้ และเริ่มก่อสร้างประมาณเดือน เม.ย.-พ.ค.61โดยในส่วนของเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้นั้นมีอยู่แล้ว เพราะได้มาจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย(ทีเอฟเอฟ)โดยขณะนี้เรื่องได้พ้นจาก กทพ.ไปแล้ว อยู่ที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)กระทรวงคมนาคม และสำนักงานอัยการพิจารณา เมื่อมีการตรวจสอบครบตามขั้นตอนครบทุกหน่วยงานแล้วก็จะนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติต่อไป

นายสุทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับทางพิเศษสายกระทู้-ป่าตอง ขณะนี้ติดเรื่องรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)เพียงอย่างเดียว หากผ่านอีไอเอจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อส่งให้กระทรวงคมนาคม นำเสนอ ครม.อนุมัติ เพื่อดำเนินการประกวดราคาก่อสร้างได้ทันที อย่างไรก็ตามสายกระทู้-ป่าตอง เป็นการเจาะทะลุภูเขา ถือเป็นโครงการแรกๆ ที่ดำเนินการในรูปแบบนี้ จึงต้องพิจารณาเรื่องสิ่งแวดล้อมมากหน่อย ส่วนเงินลงทุนก็มาจากกองทุนทีเอฟเอฟ โดยยืนยันว่าจากการพูดคุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต2-3รอบ ก็ได้รับผลตอบรับอย่างดี เพราะเส้นทางสายนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุบนเส้นทางเขานาคเกิด ซึ่งเป็นทางเชื่อมเข้าไปยังชายหาดต่างๆของภูเก็ต และสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวด้วย

นายสุทธิศักดิ์ กล่าวอีกว่า กทพ.ยังได้ศึกษาทางด่วนใน จ.เชียงใหม่ และขอนแก่นเพิ่มเติมด้วย โดยในส่วนของเชียงใหม่นั้น จะขึ้นไปดูอีกครั้งกลางเดือน ต.ค.นี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาการจราจรจากสนามบินเข้าไปในเมือง และจากเส้นทางด้านนอกเข้าไปในเมือง คาดว่าจะเป็นรูปเป็นร่างเดือน ต.ค.นี้ เบื้องต้น กทพ.มีผลการศึกษาของตัวเองแล้ว แต่ต้องรอให้ที่ปรึกษาสรุปผลการศึกษาให้ชัดเจนก่อน ส่วนรูปแบบการลงทุนนั้น ตามนโยบายของรัฐบาล คือ ต้องการให้เอกชนเข้ามาลงทุน แต่ท้ายที่สุดแล้วจะดำเนินการอย่างไรขึ้นอยู่กับผลการศึกษา

เพิ่มเติมจาก เดลินิวส์

image beaconimage beaconimage beacon