คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ขสมก.ชงเผือกร้อนนายกฯ ขึ้นค่ารถเมล์สางหนี้แสนล.

โลโก้ เดลินิวส์ เดลินิวส์ 17/7/2560
© สนับสนุนโดย Dailynews Web Co. Ltd © สนับสนุนโดย Dailynews Web Co. Ltd


นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า วันนี้(17 ก.ค.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ในส่วนของ ขสมก. จะนำเสนอที่ประชุมเรื่องแผนฟื้นฟูขสมก.ระยะ 5 ปี (60-64) ด้วย โดยขณะนี้ ขสมก. มีหนี้สินสะสม 1.05 แสนล้านบาท ขาดทุนปีละประมาณ 5 พันล้านบาทจากค่าเหมาซ่อม ค่าดอกเบี้ยและค่าโดยสารที่ต่ำกว่าต้นทุน ดังนั้นจะขอให้แยกหนี้ออกจากการบริหารและเสนอแผนฟื้นฟูองค์การ ด้วยการขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณเช่ารถใหม่ 1,665 คัน คิดดอกเบี้ยค่าเช่าต่ำกว่า 3% แทนการซื้อรถเพื่อลดภาระ รวมทั้งติดตั้งระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติหรืออีทิคเก็ตแทนคนเพื่อทยอยลดพนักงานเก็บค่าโดยสารจาก ที่มี 12,000 คน ในปี 64 จะเหลือ 6,000 คัน หรือจากพนักงาน 4.8 คนต่อรถ 1 คัน เหลือ 2.4 คนต่อรถ 1 คัน เพื่อลดภาระด้านสวัสดิการและพนักงาน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า รถใหม่จำเป็นต้องเก็บค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุน เนื่องจากปัญหาการขาดทุนส่วนหนึ่งมาจากการเก็บค่าโดยสารที่ต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งขสมก.กำลังรอผลศึกษาต้นทุนและการคิดผลตอบแทนจากค่าโดยสารที่เหมาะสม รวมทั้งจัดสรรเส้นทางเดินรถ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนก.ค.นี้ เบื้องต้นมีแนวโน้มปรับขึ้นค่าโดยสาร ขสมก.ให้สอดรับกับต้นทุนที่แท้จริง เพื่อลดปัญหาการขาดทุนให้ได้ในปี 64 และเริ่มมีกำไร แต่หากรัฐบาลกังวลว่าการขึ้นค่าโดยสารจะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ ขสมก.ก็ยินดีไม่ขึ้นราคา แต่รัฐบาลต้องจัดสรรเงินอุดหนุนบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ (พีเอสโอ) ให้กับขสมก. เหมือนกับโครงการรถเมล์ฟรี เนื่องจากปัจจุบัน ขสมก. มีฐานะเป็นผู้ประกอบการเดินรถที่จะต้องเร่งปรับตัวให้แข่งขันเดินรถกับผู้ประกอบการเอกชนรายอื่นด้วย โดยมีรถโดยสารทั้งหมด 2,634 คัน เป็นรถธรรมดา 1,520 คัน ที่เหลือ1,114 คัน เป็นรถปรับอากาศ

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันนั้น กำลังรอคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายพิจารณาประเด็นปัญหาการคิดราคากลางว่าจะใช้วงเงินเดิม 4,021 ล้านบาทหรือที่บริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ชนะการประมูลครั้งก่อน 3,387 ล้านบาท ในวันที่ 17 ก.ค. นี้ จากนั้นบอร์ดจะนัดประชุมพิจารณาในวันที่ 19 ก.ค. ก่อนที่จะหมดวาระในวันที่ 20 ก.ค. เช่นเดียวกับโครงการรถเมล์ไฟฟ้า ที่กรมศุลกากรแจ้งกลับขสมก.ว่า ไม่สามารถปรับลดภาษีนำเข้าให้ขสมก.ได้อาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติต่อหน่วยงานอื่นส่งผลให้ราคากลางจัดซื้อตัวรถปรับสูงขึ้นอีกคันละ 5 ล้านบาท จากคันละ 10 ล้านบาทเป็น 15 ล้านบาท กระทบราคากลางจัดซื้อรถ 200 คัน ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1,000 ล้านบาท จาก 2,000 ล้านบาท เป็น 3,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบทำให้วงเงินราคากลางจัดซื้อโครงการภาพรวมเพิ่มขึ้นจาก 2,702บาท เป็น 3,702 ล้านบาท จะรายงานปัญหาให้นายกรัฐมนตรีทราบถึงความล่าช้าที่เกิดขึ้น โดยในส่วนของรถเมล์ไฟฟ้าหากต้องการให้กรมศุลฯลดภาษีนำเข้าอาจต้องนำเสนอครม.พิจารณา


เพิ่มเติมจาก เดลินิวส์

image beaconimage beaconimage beacon