คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

"บิ๊กฉัตร"มั่นใจได้"ไอยูยูฟรี"ปลอดสินค้าประมงผิดกฎหมาย

โลโก้ เดลินิวส์ เดลินิวส์ 16/5/2561
© สนับสนุนโดย Dailynews Web Co. Ltd

​เมื่อวันที่ 16 พ.ค. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย เปิดเผยภายหลังการตรวจเยี่ยมและติดตามการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของศูนย์ติดตามและเฝ้าระวังการทำประมง (FMC) กรมประมง ว่า ศูนย์ติดตามและเฝ้าระวังการทำประมง (FMC) ถือเป็นหน่วยงานสำคัญในการควบคุมการทำประมงให้เป็นไปตามกฎ กติกา อย่างครบวงจร ตั้งแต่การควบคุมเรือที่เกี่ยวข้องกับการทำประมง ควบคุมการทำประมง เช่น พื้นที่ทำประมงที่ถูกต้อง พฤติกรรมการทำประมงอย่างถูกต้องตามเครื่องมือ จนถึงควบคุมการใช้แรงงานบนเรือประมง ที่สามารถส่งข้อมูลพฤติกรรมและเส้นทางการทำประมง ระหว่างการออกทำประมงให้ศูนย์ PIPO เป็นฐานในการเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เรือต้องแสดงในการใช้แรงงาน เพื่อให้ตรวจสอบทั้งก่อนออกและหลังกลับจากการทำประมง โดยศูนย์FMC จะรวบรวมและสอบทานทุกข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำประมงของประเทศไทย จากทุกหน่วยงาน ทั้งกรมประมง กรมเจ้าท่า ศปมผ. กระทรวงแรงงาน ตำรวจ ด้านการวิเคราะห์ข้อมูล โดยการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์ กำหนดเป้าหมาย โดยจัดชั้นความเสี่ยงตามพฤติกรรมการทำประมง ผลการวิเคราะห์ข้อมูลจะนำมากำหนดเป็นชั้นความเสี่ยงของเรือประมงที่แม่นยำ ซึ่งจะทำให้ศูนย์ PIPO และหน่วยตรวจในทะเล สามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างชัดเจน ตรงตัวคนทำผิด ส่วนผู้ที่ปฏิบัติตามกฎหมายก็จะได้รับความสะดวกรวดเร็ว

​"ได้มอบหมายให้ศปมผ. จัดส่งเจ้าหน้าที่ จำนวน 5 คน เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ FMC ทุกวัน เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน เพื่อให้เป็นผู้ติดตามและฝึกฝนเจ้าหน้าที่ให้มีขีดความสามารถเพิ่มมากขึ้น นอกจากนั้นยังให้จัดทำกระบวนการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างหน่วยงานให้มีความชัดเจน ตั้งแต่การติดตาม เฝ้าระวัง การสืบสวน การจับกุมผู้กระทำผิด การดำเนินคดี ตั้งแต่ชั้นหน่วยจับ ตำรวจ อัยการ และศาล ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องเห็นประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นให้ได้ภายในเดือนกรกฎาคม 2561 นี้ และพัฒนาศักยภาพในการเฝ้าระวังทำประมงผิดกฎหมายให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งไทยจะก้าวไปสู่การเป็นผู้นำการทำประมงอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน ตามที่ไทยได้ประกาศผลักดันเป็นวาระร่วมของอาเซียนตั้งแต่ปี 2559 ได้ทันการเป็นประธานอาเซียนครั้งต่อไปในปี 2562 แล้ว ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในการทำให้ประเทศไทยเป็นไอยูยูฟรี หรือ ปลอดจากสินค้าประมงและการทำประมงผิดกฎหมายได้ทั้งระบบภายใน 2-3 ปีข้างหน้าด้วย"พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว.

เพิ่มเติมจาก เดลินิวส์

image beaconimage beaconimage beacon