คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ยื่นฟัน'พุฒิพัฒน์-พวก' ปมฟอกเงินทุจริตช่วยคนจน

โลโก้ เดลินิวส์ เดลินิวส์ 13/6/2561

จากกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)มีมติให้อายัดทรัพย์สินของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)ได้แก่นายพุฒิพัฒน์ เลิศเชาวสิทธิ์ อดีตปลัดพม.นายณรงค์คงคำอดีตรองปลัดพม.และนายธีรพงษ์ศรีสุคนธ์อดีตผู้ตรวจราชการพม.กับพวกที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์รวม12รายจำนวน41รายการมูลค่าประมาณ88ล้านบาทหลังมีพฤติการณ์ทุจริตการยักยอกเงินช่วยเหลือคนยากไร้

© สนับสนุนโดย Dailynews Web Co. Ltd

ล่าสุดเมื่อวันที่13มิ.ย.ที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ(บก.ปปป.)นายวิทย านีติธรรมเลขานุการกรมสำนักงานป้องและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) เดินทางเข้ายื่นหนังสือพล.ต.ต.กมล เหรียญราชา  ผบก.ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดนายพุฒิพัฒน์กับหญิงสาวคนสนิทพร้อมพวกอดีตข้าราชการ พม.

นายวิทยา ระบุว่า วันนี้นำหนังร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อให้สืบสวนสอบสวนในคดีอาญาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินในคดีดังกล่าวจากการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดในช่วงปี 2558-2560 หรือปีงบประมาณ 2559-2560 มีลักษณะการทำผิดในรูปแบบเงินทอนแต่ไม่ได้ทอนเงินผ่านธนาคารเป็นแบบหิ้วกลับจึงทำให้ยากต่อการตรวจสอบโดยพบว่าในแต่ละปีมีการทุจริตประมาณ80ล้านบาทหรือร้อยละ30ซึ่งก่อนที่ปปง.จะเข้ามายึดอายัติทรัพย์พบว่ามีการเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปยังบุคคลอื่นและแปรสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์และรถยนต์จากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีการโยกย้ายทรัพย์สินออกนอกประเทศทั้งนี้พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวมีการนำทอนกลับมาไว้ที่ศูนย์ช่วยเหลือคนจนในพื้นที่ก่อเหตุและส่งต่อมาที่ปลัดพม.แต่ยังไม่พบเส้นทางการเงินไปถึงระดับกระทรวงหรืออดีตรัฐมนตรีทั้งนี้ปปง.จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่ถูกยึดทรัพย์สินเข้ามาชี้แจงถึงที่มาของทรัพย์สินภายใน30วันหากพบว่าเป็นทรัพย์สินที่ไม่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดจะคืนทรัพย์สินให้แต่หากชี้แจงไม่ได้จะต้องยึดไว้จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

ด้านพล.ต.ต.กมลระบุว่าเบื้องต้นได้นัดปปง.มาแจ้งความร้องทุกข์อย่างเป็นทางการในวันที่19มิ.ย.นี้หลังจากนี้จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดประกอบด้วยปปง.ปปป.และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)พร้อมยอมรับว่าคดีดังกล่าวมีความซับซ้อนพอสมควรแต่ทางปปง.ได้ดำเนินการพอสมควรจนมีความชัดเจนมากขึ้นหลังจากนี้จะต้องขออนุมัติจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนเพื่อให้ปปป.มีอำนาจในการสืบสวนสอบสวนโดยมีแนวทางดำเนินงานโดยร่วมกันลงพื้นที่ติดตามผู้ต้องหาและทรัพย์สิน

พล.ต.ต.กมลเหรียญราชาผบก.ปปป.เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจสอบเงินทอนวัดล็อต4ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนของบก.ปปป.เพื่อหาพยานหลักฐานวัดทั่วประเทศที่ได้รับงบอุดหนุนเกิน1ล้านบาทแต่ยังไม่มีการร้องทุกข์และยังไม่มีวัดใดถูกดำเนินคดีเพราะต้องรอพ.ต.ท.พงศ์พรพราหมณ์เสน่ห์ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(ผอ.พศ.)ตรวจสอบสำนวนก่อนดำเนินการร้องทุกข์จึงจะสรุปว่ามีจำนวนกี่วัดอย่างไรก็ตามบก.ปปป.ได้ประชุมร่วมกับพศ.ทุกเดือนเพื่อติดตามความคืบหน้าอยู่แล้ว กรณีสื่อมวลชนเสนอข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงควรจะสอบถามกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงหรือพศ.ก่อนเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนแก่สังคม.


เพิ่มเติมจาก เดลินิวส์

image beaconimage beaconimage beacon