คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

สรุปมหากาพย์"แม่ปุ๊ก"วางยาลูก! อ้างป่วยเรียกสงสารรับเงินบริจาค

โลโก้ เดลินิวส์ เดลินิวส์ 23/5/2563


กลายเป็นเรื่องราวร้อนแรงที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์และเป็นที่สนใจอยู่บนโลกออนไลน์ เกี่ยวกับเรื่องราวของ นางสาวนิษฐา หรือ แม่ปุ๊ก วัย 29 ปี ที่ถูกตำรวจกองปราบจับกุมในคดีฉ้อโกงกว่า 10 ล้านบาท โดยเจ้าตัวมีพฤติการณ์ฉ้อโกงประชาชน ด้วยการโพสต์ข้อความเปิดรับบริจาคเงินและหลอกขายสินค้า ซึ่งอ้างจะนำเงินไปรักษาลูกวัย 3 ขวบที่ป่วย แต่สุดท้ายผลการตรวจลูกพบเกิดจากสารเคมีที่เป็นกรดคล้ายน้ำยาล้างห้องน้ำ ส่วนเด็กที่บอกว่าเป็นลูกนั้น ก็เป็นการรับมาเลี้ยงโดยการอุปการะ

© สนับสนุนโดย เดลินิวส์

โดยเรื่องราวของ แม่ปุ๊ก มีอาชีพขายของออนไลน์ อยู่ที่ดอนเมือง กรุงเทพฯ เริ่มเป็นที่รู้จักในโซเชียลมีเดียเมื่อปลายปี 2560 โดยแม่ปุ๊กบอกว่าตัวเองเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว เลี้ยงลูกตามลำพัง ถูกสามีทิ้งไป มีทั้งหมดลูก 2 คน คนโตเป็นผู้หญิงชื่อ น้องอมยิ้ม อายุ 3 ขวบ (อายุในตอนนั้น) คนเล็กเป็นผู้ชาย ชื่อน้องอิ่มบุญ ปัจจุบันอายุ 3 ขวบ และเมื่อเดือนธันวาคม 2560 หนูอมยิ้มเริ่มป่วย โดยมีอาการหน้าตาบวม ปากคอบวม และอาเจียน ซึ่งแม่ปุ๊กให้ข้อมูลว่าก่อนหน้านี้น้องทานอาหารทะเลเข้าไป หมอจึงสันนิษฐานว่าน้องแพ้อาหารทะเล

หลังจากนั้นหนูยิ้มกลับป่วยเรื้อรัง ไม่ยอมหายและมีอาการแย่ลงเรื่อยๆ เริ่มมีอาการเหนื่อยหอบ เลือดกำเดาไหล อาเจียนเป็นฟองบ้าง เป็นเลือดบ้าง ความดันสูง เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น จนกระทั่งช่วงเดือนธันวาคม 2561 หมอส่องกล้องพบว่าทางเดินอาหารของหนูยิ้มอักเสบอย่างรุนแรง มีแผลตั้งแต่หลอดลมยาวไปจนถึงกระเพาะอาหาร ทำให้ทางเดินอาหารส่วนต้นบอบช้ำมาก จนเมื่อต้นมกราคม 2562 แม่ปุ๊กโพสต์ในเฟซบุ๊กอ้างว่าหมอบอกว่าหนูยิ้มป่วยเป็น โรคเรนินโนม่าห์ ซึ่งเป็นโรคประหลาด มีเพียงหนึ่งในล้านเท่านั้น มีค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก

หลังจากนั้นไม่นานแม่ปุ๊กเริ่มขอรับความช่วยเหลือจากชาวเน็ตให้ช่วยกันอุดหนุนสินค้าต่าง ๆ ที่ขาย เช่น กล้วยแปรรูป เสื้อผ้า รวมทั้งให้หมายเลขบัญชีเพื่อขอรับบริจาคเป็นค่ารักษาพยาบาลลูกด้วย โดยจะไลฟ์หรือโพสต์รูปอัปเดตอาการป่วยของหนูยิ้มตลอด แม้แต่ตอนน้องอ้วก ทำให้หลายคนเสียน้ำตาให้กับชะตากรรมและความเข้มแข็งของน้อง ที่แม้จะป่วยหนักก็ยังยิ้มสู้

ทำให้เพจและสื่อหลายแห่งอาสาเป็นสะพานบุญช่วยบอกต่อ จนเกิดเป็นแคมเปญ ช่วยหนูยิ้มกลับมายิ้มอีกครั้ง มีการผลิตกระเป๋าผ้าเพื่อหนูยิ้มออกมาจำหน่าย ไหนจะสินค้าอื่น ๆ และเงินบริจาค แต่ในขณะเดียวกันหนูยิ้มก็อาการทรุดลง ตัวบวมหน้าบวม เดินไม่ได้ หัวใจเต้นเร็ว แล้วในที่สุดหนูยิ้มก็เสียชีวิตด้วยภาวะไตวายเฉียบพลันเมื่อสิงหาคม 2562

หลังหนูยิ้มเสียชีวิต กลับมีดราม่าเกิดขึ้น เนื่องจากหลายคนออกมาบ่นว่า สั่งซื้อของจากแม่ปุ๊กและโอนเงินไปแล้ว แต่ไม่ได้ของ พอทวงถามก็บ่ายเบี่ยง แต่คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ของ เลือกที่จะไม่ติดตามทวงถาม เพราะคิดว่าเป็นการทำบุญ ทำให้เรื่องนี้เงียบไป แต่ก็มีหลายคนเริ่มตั้งข้อสังเกตในพฤติกรรมของแม่ปุ๊ก

จนมาเมื่อต้นปี 2563 แม่ปุ๊กเริ่มโพสต์เรื่องการล้มป่วยของน้องอิ่มบุญ ลูกชายคนเล็กอีก โดยอาการป่วยคล้ายกับอาการของหนูอมยิ้มมาก เช่น อาเจียนเป็นเลือด ตัวบวม หลายคนมองว่าอาจเป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ แต่ก็มีบางคนเริ่มเกิดความสงสัย และก็ทำเช่นเคยโดยการอุดหนุนสินค้าต่าง และยังเปิดรับเงินบริจาคด้วย ซึ่งก็มีคนจำนวนมากที่เห็นใจในชะตากรรมของแม่ปุ๊กกับลูก ส่งความช่วยเหลือไปให้อีกเช่นเคย นอกจากนี้แม่ปุ๊กมักจะโพสต์อัปเดตอาการป่วยของน้องอิ่ม และบิลค่ารักษาพยาบาล รวมทั้งโพสต์ตัดพ้อว่าอยากขายไต หรือเฉือนเนื้อตัวเองไปขายมารักษาลูก

แต่การสั่งซื้อสินค้าก็เกิดปัญหาเดิมอีก เมื่อลูกค้าทวงถามก็บ่ายเบี่ยงไปเรื่อยๆ เช่น อ้างว่าตัวเองป่วย เคลื่อนไหวร่างกายไม่ได้ โทรศัพท์ไม่มีเน็ต จนหลานคนเริ่มตั้งข้อสังเกตเรื่องน้องอิ่ม เช่น มีคนเสนอให้พาน้องไปรักษากับแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญ แม่ปุ๊กกลับไม่รับข้อเสนอ ส่วนเฟซบุ๊กของแม่ก็เริ่มปิดบ้างเปิดบ้างจนผิดสังเกต คนที่ติดตามและให้ความช่วยเหลือมาตั้งแต่กรณีหนูยิ้มเริ่มสงสัยว่า เป็นไปได้หรือไม่ว่าแม่ปุ๊กวางยาลูกทั้งสองคนเพื่อขอเงินบริจาค

จนเรื่องราวดังกล่าวมีการถูกพูดถึงและนำไปโพสต์ จึงคนไปถามว่าจริงหรือไม่ และเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2563 แม่ปุ๊กจึงไปแจ้งความว่ามีบุคคล 2 คน โพสต์เฟซบุ๊กโจมตีเธอว่าวางยาลูกเพื่อรับเงินบริจาค ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีคนไปแจ้งความจับแม่ปุ๊กในข้อหาฉ้อโกงด้วยเช่นกัน เนื่องจากโอนเงินแล้วไม่ได้ของ พร้อมกับมีกระแสออกมาว่า หนูยิ้มและน้องอิ่มอาจไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของแม่ปุ๊ก

ด้านแพทย์ได้มีการตรวจร่างกายน้องอิ่มบุญอย่างละเอียด ปรากฎว่า พบสารเคมีที่ออกฤทธิ์เป็นกรด ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส คล้ายสารเคมีที่เป็นส่วนผสมของน้ำยาล้างห้องน้ำหรือน้ำยาซักฟอก เข้าสู่ร่างกายโดยการกลืนเข้าไป ทำให้มีแผลในปาก ลำไส้ และกระเพาะอาหาร และแพทย์ได้ทำการกลับไปตรวจสอบเคสของหนูยิ้มใหม่อีกครั้ง พบว่ามีอาการเหมือนกัน และอวัยวะภายในถูกกัดกร่อนเช่นเดียวกัน

ทีมแพทย์สงสัยพฤติกรรมของผู้เป็นแม่ จึงตัดสินใจนำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ และสืบสวนเพิ่มเติมจนพบว่ามีลักษณะของการแสวงหาประโยชน์จากเด็กชัดเจน จนนำไปสู่การตรวจสอบสูติบัตรของหนูยิ้ม พบว่าแม่ปุ๊กไม่ได้เป็นแม่เด็ก และไม่สามารถตามหาพ่อแม่ที่แท้จริงได้ ส่วนสูติบัตรของน้องอิ่มบุญ ระบุว่ามารดาคือแม่ปุ๊ก ไม่มีชื่อบิดา แต่ไม่ปรากฏประวัติการฝากท้อง

สุดท้ายวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 ตำรวจกองปราบเข้าจับกุมตัวแม่ปุ๊กใน 5 ข้อหา ได้แก่ 1.รับไว้ซึ่งเด็กโดยมีความมุ่งหมายเพื่อเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ 2.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 3.ทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตาย 4.ฉ้อโกงโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และ5.ฉ้อโกงประชาชน

© สนับสนุนโดย เดลินิวส์

ซึ่งตอนนี้เรื่องที่ว่าน้องอิ่มเป็นลูกของแม่ปุ๊กหรือไม่นั้น ต้องรอพิสูจน์ด้วยการตรวจดีเอ็นเอ และต้องได้รับความยินยอมจากมารดา แต่แม่ปุ๊กไม่ยอมให้ตรวจ จึงต้องร้องขออำนาจจากศาล และเบื้องต้นจากการสอบสวน แม่ปุ๊กไม่ยอมรับเรื่องวางยาลูก แต่ยอมรับสารภาพข้อหาฉ้อโกงประชาชน ส่วนน้องอิ่มบุญตอนนี้อาการดีขึ้นและออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว น้องได้รับการดูแลให้อยู่ในที่ที่ปลอดภัย ภายใต้ความดูแลของกรมกิจการเด็กและเยาวชน

ส่วนพ่อของแม่ปุ๊กไม่เชื่อว่าลูกสาวจะทำอย่างนี้ คิดว่าลูกถูกปรักปรำหรือหมอตรวจผิดพลาด แต่ยอมรับว่าเพิ่งรู้วันนี้ว่าหนูอมยิ้มไม่ใช่หลาน ไม่ทราบว่าลูกสาวไปรับเลี้ยงมาจากไหน แต่ยืนยันว่าน้องอิ่มบุญเป็นหลานแน่นอน เพราะตนเป็นคนไปส่งโรงพยาบาลตอนคลอดเอง..


เพิ่มเติมจาก เดลินิวส์

image beaconimage beaconimage beacon