คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

เงินรุ่นอยู่ไหน! เด็กวิศวะ ม.บูรพา แฉอีก #บอยสกล อมเงินกิจกรรมร่วมล้าน

โลโก้ ไทยรัฐ ไทยรัฐ 12/9/2561 ไทยรัฐออนไลน์
ไทยรัฐออนไลน์: ภาพประกอบข่าว © ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

โป๊ะแตกภาค 2 เพื่อนร่วมรุ่นที่ม.บูรพา แฉ #บอยสกล อมเงินค่ากิจกรรมรุ่นที่ 22 ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมล้านหายล่องหน หลังเป็นตัวตั้งตัวตีเก็บเงินคนละ 1,500 - 1,700 บาท อ้างเอาไว้นำไปใช้ทำกิจกรรมตลอดสี่ปี ก่อนชิงลาออก

ท็อป (นามสมมติ) อดีตนิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา รุ่นที่ 22 ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของบอย สกล กล่าวว่า เมื่อปี 2557 ตนเองได้รู้จักกับบอย สกล ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมคณะ และอยู่หอพักในมหาวิทยาลัยด้วยกัน ก็ถือว่ามีความสนิทสนมกันในระดับหนึ่งทีเดียว

โดยปกติบอย จะเป็นคนที่พูดเก่ง ความสามารถในการพูดโน้มน้าวใจคนให้คนคล้อยตามได้เสมอๆ และบ่อยครั้งบอยมักจะเล่าให้เพื่อนๆ ฟังว่า มาจากครอบครัวที่มีฐานะ มีรถยนต์ขับ เรียนที่โรงเรียนมัธยมมีชื่อเสียง ซึ่งเพื่อนๆ ก็เชื่อกัน

กระทั่งที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่ง บอย สกล ก็ได้รับความไว้วางใจให้เป็นประธานรุ่น เพราะเป็นคนที่มีทักษะการพูด ซึ่งเหตุการณ์ทุกอย่างก็ดำเนินไปเป็นปกติทุกอย่าง ต่อมาบอยก็ได้แจ้งกับทุกคนว่า จะมีการเก็บเงินจากเพื่อนๆ ร่วมรุ่นทุกคน คนละ 1,700 บาท เพื่อนำเงินส่วนนี้ไปใช้ในการทำกิจกรรมของรุ่นตลอดเวลา 4 ปี เก็บครั้งเดียวและจะไม่มีการเก็บเพิ่มอีก

"ผมต้องบอกว่านิสิตคณะวิศวกรรมศาสตร์ ทั้งรุ่นมีทั้งหมดประมาณ 700 คน ซึ่งส่วนใหญ่มากกว่า 500 คน ก็จ่ายให้นายบอยหมดคนละ 1,700 บาท เพราะบอยไปบอกกับเพื่อนๆ ว่า ถ้าหากใครไม่จ่าย ก็จะไม่มีสิทธิ์เข้าเรียนในวิชาๆ หนึ่ง เพื่อนๆ ก็อยากให้มันจบๆ ก็พร้อมใจกันจ่าย คิดเป็นเงินรวมๆ แล้วก็มากกว่า 8 แสนบาท เงินจำนวนนี้บอยเก็บไว้คนเดียว"

ท็อป กล่าวอีกว่า ช่วงเทอมที่ 2 ของปี 1 บอยก็เรียกเพื่อนๆ ที่ทำงานในคณะมาประชุม และบอกว่า เงินที่เก็บมีมากกว่าหนึ่งล้านบาท ตอนนี้เหลือเพียงหลักหมื่นเท่านั้น โดยโบ้ยไปว่า เงินส่วนใหญ่ถูกประธานสโมสรนิสิต มหาวิทยาลัยบูรพา ยืมเอาไปบริหารจัดการทั้งหมด และบอยก็บอกว่า ตนเองไม่รับรู้เพียงแค่ส่วนที่มันเหลืออยู่เพียงประมาณสองพันกว่าบาท

ส่วนเงินที่เหลือทั้งหมดถ้าอยากได้คืน ให้ไปแจ้งตำรวจ พร้อมกับมอบเรื่องเงินที่หายไปให้กับรองประธานรุ่นเป็นคนจัดการต่อ เพราะบอยจะซิ่วไปเรียนที่จุฬาฯ แล้วจึงไม่สามารถจัดการปัญหาเรื่องเงินที่เกิดขึ้นต่อนี้ได้

ทั้งนี้ พอจบปีหนึ่ง บอยก็ซิ่วออกไปจริงๆ โดยปัญหาเรื่องเงินร่วมล้านบาทก็ยังคงค้างคาอยู่ และนิสิตร่วมรุ่น 500 กว่าคนที่จ่ายเงินไป ก็ไม่มีใครได้รับคำตอบว่า เงินของพวกตนนั้นหายไปที่ไหนกันแน่

อย่างไรก็ตาม ท็อป บอกว่า ส่วนตัวไม่ได้โกรธหรือผูกใจเจ็บกับบอย สกล แต่อย่างใด เพราะเรื่องมันเกิดขึ้นนานแล้ว อีกอย่างเรื่องที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ น่าจะทำให้บอยอยู่ในสังคมได้ยากขึ้น และอยากให้เรื่องเหล่านี้เป็นประสบการณ์ เป็นบทเรียนให้บอยได้คิดได้ว่า สิ่งที่ทำลงไปมันไม่เหมาะสมอย่างไรบ้าง

ส่วนเรื่องเงินโดยส่วนตัวก็มอง เงินจำนวน 1,700 บาท สำหรับบางคนอาจจะมองว่าไม่เยอะ อาจจะมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่กับบางคน กับบางครอบครัว กว่าที่เขาจะหาเงินจำนวนนี้มาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย

เพิ่มเติมจาก ไทยรัฐ

image beaconimage beaconimage beacon