คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

‘อัจฉริยะ’ แฉ! ทนายสายโจร ตุ๋นช่วยคดี 80 ล้าน โดนขู่จะยิงให้ตาย

โลโก้ KhaosodKhaosod 17/10/2561

'อัจฉริยะ' เปิดโปง ทนายสายโจร ซัดต้องทำลายวงจรอุบาทว์

จากกรณี 'อัจฉริยะ' เรืองรัตนพงษ์ ออกมาแฉสองพี่น้อง ทนายสายโจร หลอกลวงญาติผู้เสียหายในคดีต่างๆ โดยหลอกว่าสามารถวิ่งเต้นเรื่องคดีความได้ สุดท้ายไม่ได้ช่วยจริง จนมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนทาง เพจชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วม 30 ราย

ตรวจสอบพบว่าสองทนายโดนถอดถอนใบอนุญาตจากการเป็นทนายความ ล่าสุดรายการ โหนกระแส วันที่ 17 ต.ค. โดย อริสรา กำธรเจริญ เป็นผู้ดำเนินรายการแทน หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- เวลา 13.30-14.10 น. ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ "อัจฉริยะ" และ "ทนายพีท" ซึ่งเคยทำงานใกล้ชิดทนายที่หลอกลวง

ทนายพีทไปรู้จักทนายสองพี่น้องได้อย่างไร?

ทนายพีท : "มีรุ่นพี่เขาประกาศหางาน ให้ไปทำงานสำนักงานของเขาผ่านทางเฟซบุ๊ก ผมเห็นพอดี ก็ทักไปว่าผมสนใจที่จะสมัครเป็นทนายความ ก็ติดต่อเข้าไป ทำมา 9 เดือน"

การทำงานของทนายความสองพี่น้องเป็นยังไง?

ทนายพีท : "คนพี่เขาจะเข้าไปคุยกับนักโทษในเรือนจำเอง ตอนแรกเขาจะยื่นใบอนุญาตทนายความ บางเรือนจำ ต้องพูดตรงๆ เขาไม่ได้ตรวจสอบใบอนุญาต ว่าคนนี้ถูกปลดไปแล้ว หรือยังไง เมื่อยื่นไปแล้วเขาก็จะอนุญาตให้เข้าไปคุยกับโจทก์ได้"

เขาถูกถอดใบอนุญาตตั้งแต่ปี 58 ก็ใช้วิธีการนี้?

ทนายพีท : "ครับ เขาก็หลอกขาย 100/2 คือเรื่องการขยายผลเกี่ยวกับผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พูดง่ายๆ คือซัดทอดไปยังผู้ต้องหารายอื่น เขาจะบอกว่าเข้าไปหลอกว่าได้เคสนี้มาจากตำรวจ ตามที่เขากล่าวอ้าง เพื่อให้นักโทษสนใจเคสนี้ คุยอะไรเสร็จก็ขอเบอร์ญาติ เพื่อไปติดต่อเรื่องสัญญาจ้างและจำนวนเงิน พอติดต่ออะไรเสร็จแล้ว ได้เงินมาแล้ว ถึงจะให้ทนายความในสำนักงานเข้าไปทำ"

ให้พี่อัจอธิธายเคส 100/2 ให้เข้าใจอีกที?

อัจฉริยะ : "คือ พ.ร.บ.ยาเสพติด เป็นเรื่องการขยายผลจากผู้ต้องหาที่ถูกจับได้ ขยายผลไปถึงขบวนการใหญ่ หลังจากทราบข้อมูลจากผู้ต้องหา ไปจับกุมผู้รวมขบวนการได้ ก็จะไปจับกุม และมีบันทึกการจับกุม และอ้างว่าคนนี้เป็นผู้ให้เบาะแส ทางทนายความหรือตัวผู้ต้องหาก็จะส่งผลการขยายผลการจับกุมยื่นต่ออัยการ ต่อศาลเพื่อขอลดโทษ จากเดิมที่ได้รับโทษจากการสารภาพ ตรงนี้โทษก็จะลดเกือบครึ่ง"

ง่ายๆ ถ้าเขาใช้บริการทนายความคนที่มาหลอก ก็จะได้รับโทษลดลง?

อัจฉริยะ : ส่วนมากต้องดูว่าเขาขยายผลจริงมั้ย สองพี่น้องเป็นการหลอกลวงทั้งสิ้น ร้อยละ 95 จับไม่ได้ ศาลจะยกก็ไม่มีผล เพราะได้เงินไปแล้ว คือการขยายผลต้องเป็นนักโทษจริงๆ และจับจริง แต่ส่วนมากที่เราตรวจสอบ มีผู้เสียหายร้องกับเรามา มากกว่า 30 ราย ยอดเงินก็ 80 ล้านบาท

วิธีการก็จะไปตีสนิทกับเจ้าหน้าที่เรือนจำ เมื่อเจ้าหน้าที่เรือนจำลอกรายชื่อผู้ต้องหาให้สองพี่น้อง เขาก็จะเลือกเหยื่อนักโทษคดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย ใช้บัตรทนายความเข้าไปเยี่ยมนักโทษในเรือนจำ เข้าไปคุยในเรือนจำว่าเขาสามารถช่วยเหลือทางคดี สามารถช่วยวิ่งเต้น 100/2 ลดโทษได้ถ้าจ้างเขา

เขาก็จะมีวิธีหว่านล้อม เหมือนขายประกัน เมื่อเหยื่อหลงเชื่อ แล้วก็ไปนัดว่าจ่ายเงิน 50 เปอร์เซ็นต์ แล้วทำสัญญากัน เขาก็ไปขอบันทึกโรงพัก เขาก็ปลอมขึ้นมา บันทึกการจับกุม เขาเอาตรงนี้ไปยื่นต่อศาล และเอาที่มีประทับตราให้นักโทษและญาติผู้ต้องหาดู แต่จริงๆ เอกสารที่เอามาแสดงเป็นเอกสารปลอมทั้งสิ้น ทำเอง ไม่ได้ทำโดยตำรวจ

มันปลอมได้ง่ายๆ เลยเหรอ?

อัจฉริยะ : "มันปลอมได้โดยใช้คอมพิวเตอร์ เขาเอาไปถ่ายรูปแล้วเอามาสแกน เรามีการตรวจสอบแล้ว และลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ บางคนไม่ได้มีชื่อเป็นตำรวจ ปลอมขึ้นมาเฉยๆ แล้วปลอมลายเซ็นตำรวจ"

เอาไปให้ผู้ต้องหาดู เขาก็ดูไม่ออก?

อัจฉริยะ : "ดูไม่ออก แล้วเวลาเขาให้ศาลออกหมายมา เรียกพยานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไปเบิกความเพื่อยืนยันว่านักโทษคนนี้ขยายผล 100/2 จริง ปรากฏว่าตำรวจก็ไม่รู้เรื่อง เขาก็ไปบันทึกถึงศาลปลอมว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนี้ แขนหัก ขาหัก

ซึ่งพอไปยื่นแล้ว ก็ทำยื่นใบรับรองแพทย์ปลอมต่อศาลอีก ซึ่งทุกขั้นตอนเขามีการปลอมทุกฉบับ อะไรก็ได้ที่ทำให้เหยื่อหลงเชื่อ วันที่เขาไปหลอก บางรายจ่าย 2 แสน ต่ำสุดนะ ปริมาณที่เงินที่เขาเรียก"

ทำไมเลือกคดียาเสพติด?

อัจฉริยะ : "หนึ่งได้เงินเยอะ สองหลอกง่าย เพราะพวกทำผิดก็อยากได้รับโทษ จะได้ออกมาเร็วขึ้น จึงยอมจ่ายเงิน"

ตอนทนายพีททำงานอยู่ รู้มั้ยว่าเขาหลอก?

ทนายพีท : "ไม่รู้เลยครับ พวกเอกสารอะไรพวกนี้จะได้มาก่อนขึ้นศาล 1 วันหรือแค่ 1 คืน ผมดูรายละเอียดแค่ว่ามีชื่อนักโทษที่เขาไปหลอกมา สองดูว่ายาเยอะกว่าของนักโทษเขามั้ย สามดูชื่อคนที่ซัดทอดได้เป็นชื่ออะไร เพื่อเตรียมเรื่องการสืบพยาน ก็ไม่รู้เอกสารตรงนี้ปลอมหรือเปล่าเพราะมีลายเซ็นมาแล้วเรียบร้อย จริงหรือปลอม ตรวจสอบค่อนข้างจะยาก"

9 เดือนที่ทำงาน เขาหลอกไปเยอะมั้ย?

ทนายพีท : "น่าจะประมาณ 10 ล้านบาท เยอะมาก เกิน 10 ล้านขึ้น"

มารู้ตอนไหนว่าเขาหลอก? 

ทนายพีท : "รู้ตอนหลังที่มีลูกความมาติดต่อผมแล้ว ผมก็เลยมีการสืบว่าตัวเขาเป็นทนายจริงมั้ย มีลูกความส่งตัวที่เขาไปสภาทนายความ ปรากฏว่าเขาถูกลบชื่อออกจากสภาทนายความแล้ว ตอนหลังมาทราบอีกว่าเขาโดนคดี มีหมายจับ พอรู้ก็ลาออก เหมือนเราเป็นทนายความ ไปรับใช้คนที่ไม่ได้เป็นทนายความ มันใช่เหรอ แล้วต้องมาฟังลูกความที่เขาบอกว่าต้องเสียเงินเป็นแสนๆ ไปกู้หนี้ยืมสิน บางคนก็ต้องกู้หนี้นอกระบบ"

โทรศัพท์หาคุณบี นามสมมติ ถูกทนายสองพี่น้องหลอกไปเท่าไหร่?

บี : "ตอนที่เขามาทำงานให้ที่บ้าน 1 ล้านบาท หลอกไปเมื่อ 8 เม.ย.ปีนี้ค่ะ เขาจะเข้ามาคุยว่าเขารู้จักตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และจะเคลียร์หลายๆ อย่างให้เราได้ มีเส้นสาย เขาจะใช้ความน่าเชื่อถือในรุ่นพี่รุ่นน้อง ซึ่งทุกคนก็โดนหลอกมาเหมือนกัน"

รู้จักได้ยังไง?

บี : "รู้จักจากรุ่นพี่อีกที และรุ่นน้องที่เป็นทนาย ที่ทำงานอยู่กับเขา"

อะไรทำให้ไว้ใจ?

บี : "ตอนนั้นของหนูเขามาเที่ยวแถวบ้าน เราเจอหลังจากวันนั้นอีก 1 วัน พี่สาวโดนคดีเราก็ติดต่อเขา เหมือนเคยพูดคุยกับเขา ที่ไว้ใจกว่านั้น เขาใช้รุ่นพี่อีกคน ที่เป็นรุ่นพี่ในคณะ มหาวิทยาลัยเดียวกัน ใช้รุ่นพี่คนนี้เป็นเครื่องมือ คนนี้เป็นที่รู้จักของหลายๆ คน ตัวแกเองก็โดนหลอกเหมือนกัน เราก็เชื่อตรงนั้น รุ่นน้องที่เป็นทนายในสำนักงานก็รู้จักกับเราเหมือนกัน ก็เลยไม่คิดว่าจะโดนหลอกลวง ตัวเขาบอกว่าตอนเขามาคุยกับเรา เขาบอกว่าเขาเป็นทนายทั้งบ้าน สามารถทำงานให้เราได้ เราเลยไว้ใจที่จะจ้างเขา"

พี่สาวถูกคดีอะไร?

บี : "คดียาเสพติด แต่เขาโดนจับแบบไม่ได้ทำ เราเลยอยากช่วย โทษอยู่ที่ครอบครองประมาณ 10 ปี แต่ตอนนั้นเขาบอกว่าเราจะโดนครอบครองโทษ 20 ปี แต่ให้เราสู้ ขายฝันเราเหมือนกัน เราก็มีความรู้พื้นฐานอยู่บ้าง ให้เราสู้แล้วให้เราใช้ 100/2 ทำไม เพราะต้องเป็นคดีทีเรารับว่าเราทำจริงๆ ก็เลยงงว่าจะให้เราเอา 100/2 ทำไม เราก็ไม่รับ

รอบแรกเขาได้เงินไป 5 แสน มาเอาเงินสด 3 แสน ให้โอนไป 2 แสน ถัดจากนั้นอีก 1 อาทิตย์ เขามาบอกว่าพี่สาวหนูมีปัญหากับชุดจับ ต้องเคลียร์ชุดจับ ไม่งั้นจะมีปัญหา ตอนแรกก็ปฏิเสธว่าไม่ทำ เขาบอกว่าไม่ได้นะ เหมือนพูดไปเรื่อย เคสที่เจอตำรวจจะยัดรอบสอง เราก็เกิดความหวาดระแวง"

เขาเรียก 1 ล้านมาเลยเหรอ?

บี : "รอบแรกเขาเรียก 5 แสน จบทุกอย่างแล้วจะสู้คดีให้ เราก็ไว้ใจตรงนั้น อีกครั้งเขามาพูดกับตัวเรา เราบอกว่าเราไม่มีให้ เขาก็บอกว่าจะคุยกับพี่สาวคนโต เขาก็ได้เงินไปอีก 5 แสน ก็พูดแบบนี้แหละ บอกว่าตำรวจคนนี้ไม่ดี ต้องให้ออกจากพื้นที่

ตอนนั้นเราคิดแค่ว่าจะทำยังไงให้พี่สาวเราออกมาเจอแม่ เพราะแม่เราก็ป่วย เป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องยอมเสียเงิน 1 ล้าน เราอยู่ในพื้นที่ที่ทำงานสุจริต พอเขามาพูด เราก็รู้สึกว่าทำยังไงก็ได้ ให้พี่สาวออกมาเจอแม่ เพราะแม่เขาไม่กล้าเข้าไปเยี่ยม"

มารู้วันไหนว่าถูกหลอก?

บี : "วันที่ 12-13 ก.ย. หนูเดินทางไปที่สภาทนายความ ปรากฏว่าไม่มีชื่อทนายจริงๆ เพราะวันแรกที่เขามาพูดกับหนู เขาบอกว่าจะเป็นคนขึ้นว่าความเอง"

พี่อัจจะดำเนินคดีกับเขายังไง?

อัจฉริยะ : "ตอนนี้แจ้งไปยัง 19 แห่งทั่วประเทศ กองบัญชาการภูธรภาค 8 บชน.ต่างๆ ไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองปราบปราม ไปตอนบ่าย เพื่อดำเนินคดีกับสองพี่น้องและทนายความที่เกี่ยวข้องร่วมขบวนการ ณ ตอนนี้มีผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ทยอยเข้ามาให้นำไปแจ้งความ ทั่วประเทศจำนวนมาก"

ตอนนี้เขาจะแจ้งความพี่อัจ?

อัจฉริยะ : "ตอนนี้เขาก็ข่มขู่น้องเขา และขู่จะยิงผมทิ้งด้วย (หัวเราะ) ก็เฉยๆ บอกว่า 24 ต.ค. จะมายิงหัวผม ผมบอกว่ามาเลย (หัวเราะ) คนนี้พฤติการณ์เขาไม่ได้มีแค่นี้ พฤติการณ์หลอกลวงมีเยอะมาก ไปหลอกผู้หญิงคนนึงแต่งงาน ก็ได้เงินไปล้านนึงเหมือนกัน"

เขาเป็นผู้หญิง?

อัจฉริยะ : "ใช่ ก็เป็นผู้หญิงไปหลอกผู้หญิงมาแต่งงาน เขาเป็นสาวทอม ได้เงินไป 1 ล้าน เขาเป็นคนกะล่อนปลิ้นปล้อน ขนาดไปคุยในเรือนจำ ลิงยังหลับเลย พูดจนหลง จนยอมเสียเงินให้เขา อันนี้ถือว่าเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง บอกได้เลยว่าร้ายแรงมาก ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอัยการถึงไม่ตรวจสอบข้อมูลก่อนไปยื่นศาล

วันนี้ผมทำหนังสือถึงอัยการหลายจังหวัด กลับเพิกเฉยหมดเลย เขาบอกว่าไม่ใช่ผู้เสียหาย จะไม่ใช่ผู้เสียหายได้ยังไง เขาเอาข้อมูลอันเป็นเท็จมายื่นต่อคุณ มันก็ต้องเป็นเท็จ คุณต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือผู้ต้องขังหรือญาติผู้เสียหาย นั่นก็อีกคดี ฉ้อโกง"

พี่อัจจะเตือนทางญาติผู้เสียหายได้ยังไง?

อัจฉริยะ : "จริงๆ การขยายผลเป็นเรื่องดี จับรายใหญ่ได้ก็เห็นด้วย แต่อันนี้ไม่ใช่ บอกเลยกระบวนการเหล่านี้ต้องช่วยกัน ผู้ต้องหาที่ซื้อ 100/2 แบบนี้ก็ต้องถูกลงโทษเพิ่ม ถ้าตั้งทนายความมาสู้คดีก็ไม่ได้ว่าอะไรนะ แต่วันนี้คุณรู้อยู่แล้ว คุณยอมจ่ายเงินเพื่อให้คุณโดนลดโทษ ก็มองว่าต้องถูกลงโทษทั้งสองฝ่าย"

คุณบีมีโอกาสได้เงินคืนมั้ย?

อัจฉริยะ : "เราก็ดำเนินการให้อยู่ ให้เขาไปแจ้งความแล้ว ในคดีสองพี่น้องฉ้อโกง กำลังดำเนินคดีแล้ว"

พีทได้รับผลกระทบมั้ย?

ทนายพีท : "ก็เป็นเรื่องขาดความน่าเชื่อถือเรื่องลูกความเขา เขาจะอ้างว่าเราเป็นพวกเดียวกัน แบบนั้นมากกว่า ที่ผ่านมาแจ้งไปเยอะ เข้าใจบ้าง บางคนก็ไม่เข้าใจ ก็อยากจะบอกทางผู้เสียหาย ที่ถูกฉ้อโกงให้มาช่วยร้องทุกข์ที่เคยได้คุยกับทางผู้เสียหายและลูกความ อยากให้มาร้องทุกข์"

อัจฉริยะ :"อย่าลืมนะว่าเงินที่หลอกลวงเขาไปสองสามแสน ถ้าคนมันสุจริตจริง ขณะนี้เรากำลังปูพรมทั่วประเทศ ในการรื้อคดีเขามาทั้งหมด ถ้าคุณเป็นญาติผู้ต้องหา มีส่วนร่วม ไม่มาแสดงความบริสุทธิ์ใจ คุณจะถูกดำเนินคดีด้วย ก็ฝากถึงสภาทนายความ ขอให้ช่วยกันออกมาเตือน และทำลายวงจรอุบาทว์ ทนายโจรพวกนี้ซะที"

เพิ่มเติมจาก Khaosod

image beaconimage beaconimage beacon