คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

เที่ยว "ระยอง" ไม่ใช่แค่ (มอง) ทะเล

โลโก้ ไทยรัฐ ไทยรัฐ 9/7/2561 ไทยรัฐออนไลน์

© สนับสนุนโดย Trend VG3 Co., Ltd.

การออกไปเที่ยวกับครอบครัวอาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของการเดินทางท่องเที่ยว ที่ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีมากขึ้นของคนในครอบครัว...อย่างน้อยก็ ได้ละสายตาจากจอสี่เหลี่ยมเล็กๆตรงหน้ากันบ้างละ

ทริปแบบนี้ดีสำหรับครอบครัวที่มีลูกในวัยกำลังซนและกำลังเรียนรู้...

การให้เด็กๆได้ออกไปท่องโลกกว้างนอกห้องเรียน นอกตำรา นอกจอสมาร์ทโฟน เป็นเรื่องที่ดีทั้งนั้น เพราะนอกจากเด็กๆจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆแบบไม่ต่อต้านแล้ว ยังได้ซึมซับประสบการณ์ดีๆไปด้วย

ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดทริป Luxperience @สีสันตะวันออก นำร่องเป็นโปรเจกต์ให้ครอบครัวที่มีลูกวัยกำลังเรียนรู้ 6-7 ขวบ ออกไปท่องโลกกว้างพร้อมกับพ่อแม่สไตล์ Family Trip 2 วัน 1 คืน แบบไม่ไกลกรุงเทพฯ...แค่ ระยอง...ฮิ นี่เอง

เปิดทริปกันที่ สวนแสงแดด ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ที่มีคอนเซปต์การท่องเที่ยวแบบเปิดสวนให้นักท่องเที่ยวชมและชิมผลไม้หลากหลายแบบบุฟเฟต์ ในช่วงเดือน เม.ย.-ก.ค.ของทุกปี โดยให้ความรู้เรื่องการทำเกษตรแบบผสมผสานที่ทำให้มีผลผลิตทั้งขายทั้งส่งออกได้ตลอดทั้งปี

ภายในสวนมีทั้งทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง อ้อ! มะปรางอีกอย่าง ที่เจ้าของสวนบอกว่า ไม่ใช้ปุ๋ยเคมีเลย ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ล้วนๆมั่นใจได้ในคุณภาพและรสชาติความอร่อย

อิ่มจนพุงจิแตก...ได้เวลาให้คุณพ่อคุณแม่พาลูกๆไปเรียนรู้การทำบ้านปลาเทียม หรือการทำซั้งเชือกเป็นการสร้างบ้านเทียมให้สัตว์ทะเล เช่น ปลา หอย ฯลฯ กันที่ สะพานรักษ์แสม คลองตาโบ๊ย บ้านเนินฆ้อ อ.แกลง ที่นี่...เด็กๆจะได้ทำซั้งเชือก เพื่อให้สัตว์น้ำมีที่อยู่อาศัย เป็นกิจกรรมที่ทุกคนในครอบครัวได้ร่วมกันทำตั้งแต่แกะเชือกออกจากเกลียวให้กลายเป็นเส้นเล็กๆ ซึ่งเด็กๆสนุกสนานกันมาก มีลุงๆป้าๆแห่งศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลน มาช่วยให้ความรู้และเป็นโค้ชในการทำบ้านเทียมให้สัตว์ทะเล ซึ่งหลังจากสร้างบ้านเสร็จก็จะปล่อยปูแสมและปูทะเลคืนสู่ธรรมชาติลงป่าชายเลน ควบคู่ไปกับการปลูกป่าชายเลนให้เป็นแหล่งอาหารที่สำคัญของสัตว์น้ำ เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อน โดยเฉพาะสัตว์ทะเลอย่าง กุ้งกุลาดำ กุ้งแชบ๊วย หอยดำ หอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยแครง หอยกะพง ปูแสม ปูม้า ทั้งยังช่วยรักษาความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งด้วย

เรียกว่ามาเที่ยวที่เดียวได้ประโยชน์มหาศาลทั้งต่อครอบครัว สัตว์น้ำ ระบบนิเวศ...หาที่ไหน ได้แบบนี้

ช่วงบ่ายๆไปต่อกันที่ พิพิธภัณฑ์บ้านครูกัง ซึ่งเป็นอาคารห้องแถวไม้ 2 ชั้น ถือเป็นแหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนอีกแห่ง ที่เด็กๆจะได้รู้จักกับของโบราณที่อาจจะไม่เคยเห็นในชีวิตประจำวัน โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมสิ่งของเก่าโบราณที่มีทั้งของใช้และของตกแต่งบ้านของ ครูกัง หรือ บุญเกียรติ บุญช่วยเหลือ นำมาจัดแสดงไว้

ครูกัง บอกว่า เป็นคนชอบสะสมของเก่ามาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆโดยมีทั้งที่ซื้อมาและเป็นของตัวเองที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จนใกล้จะเกษียณก็เลยคิดว่าหากเกษียณแล้วต้องหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองเหงา กลัวเป็นโรคอัลไซเมอร์ จึงปรึกษากับภรรยาว่าในเมื่อเรามีของเก่า มีที่ ซึ่งแต่เดิมเป็นห้องแถวอยู่แล้ว จึงนำมาปัดฝุ่นเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของเก่าตั้งแต่ในอดีตให้ความรู้ จัดเป็นโซนต่างๆให้คนที่เข้ามาชมได้รู้สึกเหมือนกำลังย้อนวันวานกลับไปในอดีตงานนี้คุณพ่อคุณแม่ของน้องๆหลายคนน่าจะชอบมากกว่าเด็กๆ เพราะบางอย่างเป็นความทรงจำที่หาได้ยากแล้ว อย่างเช่น ร้านเสริมสวยโบราณ ร้านถ่ายรูปโบราณ นาฬิกาและของใช้ในครัวเรือน รวมไปถึงรถยนต์โบราณ คันโตที่จอดต้อนรับผู้มาเยือนอยู่หน้าบ้านด้วย

พิพิธภัณฑ์ที่นี่เก็บค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 80 บาท เด็ก 30 บาท ส่วนชาวต่างชาติผู้ใหญ่ราคา 150 บาท และเด็ก 80 บาท...ถือว่าไม่แพง มาได้ทุกวัน 8 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น ถ้าเสาร์อาทิตย์ก็อาจจะยาวไปถึงห้าหรือหกโมงเย็นถ้าคนเยอะ

มาระยองไม่ลงทะเลก็เรียกว่ามาไม่ถึง...หลังเสพความรู้คู่ความบันเทิงกันจนเต็มอิ่มแล้ว ก็ได้เวลาหาความสุขสนุกสนานเล่นน้ำทะเลกันละ...

งานนี้เด็กๆน่าจะสนุกสนานกว่าผู้ใหญ่ แถมในโรงแรมยังมีไฮไลต์เป็นสระว่ายน้ำที่มีตู้ปลาขนาดใหญ่ให้เด็กๆได้ว่ายน้ำ ดำน้ำชมปลาในตู้ไปพร้อมๆกัน...กับอีกสระเป็นสระน้ำติดทะเลมีไม้ระแนงหลังคาให้เด็กๆได้ว่ายเล่นกันทั้งวัน

หลับสนิทตลอดคืนแล้วตื่นมารับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าริมทะเล วันนี้...ทริปแรกของเราคือ บ้านมาบเหลาชะโอน ต.ซากพง อ.แกลง

มีคนถามว่าไปทำไม คำตอบคือ เราจะไปดูการสานกระเป๋าด้วยต้นกระจูด ของกลุ่มสานกระจูดบ้านมาบเหลาชะโอน ซึ่งเด็กๆจะได้ลงมือทำ DIY กระเป๋าสานกระจูดด้วยตนเอง พร้อมเรียนรู้ที่มาของภูมิปัญญาสานกระจูดของคนที่นี่ไปพร้อมๆกันด้วย ก่อนที่จะไปดูต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง หนึ่งในพืชกินแมลงไม่ใช่แมลงกินพืชกันที่ Rayong Smile Plants อ.บ้านค่าย ซึ่งเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ต้องถือว่ามีต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงมากที่สุดในประเทศไทย คือ กว่า 500 สายพันธุ์ และยังได้ชิมอาหารเมนูจากต้นไม้ที่ไม่เคยรู้ว่าเอามาทำอาหารกินได้ อย่าง ส้มตำไทยหม้อทอด, ตำทุเรียนหม้อทอด, หม้อชุบแป้งทอด ฯลฯ

ปิดทริปกันที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำระยอง หรือ ระยอง อควาเรียม เด็กๆตื่นเต้นกับอุโมงค์จำลองเหมือนอยู่ใต้ทะเล ที่มีทั้งสัตว์น้ำหายากและสัตว์น้ำมีพิษ รวมไปถึงปลาตัวโตๆ

คราวนี้อย่าว่าแต่เด็กๆเลย แม้แต่ผู้ใหญ่อย่างเราๆยังอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ ลบภาพจำสมัยก่อนที่ระยองต้องมีแต่ทะเลออกไปจากเมมโมรี...ได้เลย

เพราะไประยองคราวนี้...ได้มากกว่าทะเลหลายเท่า....!!!


เพิ่มเติมจาก ไทยรัฐ

image beaconimage beaconimage beacon