คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

เปิดปูมหลัง 'สหพันธรัฐไท' แบ่งแยกดินแดน กบฏร้ายแรง ทำลายชาติ โทษประหาร

โลโก้ ไทยรัฐ ไทยรัฐ 12/9/2561 ไทยรัฐออนไลน์

คิดว่าเรื่องแบ่งแยกดินแดน แบ่งผืนแผ่นดินไทย มันจะหมดไปตั้งแต่ภายหลังถูกรัฐประหารโดยรัฐบาลทหารเมื่อปี 2557 แต่กลับกลายเป็นว่ากระแสฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ประโคมข่าวการจับกุมผู้ที่จำหน่ายเสื้อยืดสีดำ มีสัญลักษณ์การแบ่งแยกการปกครองเป็น "สหพันธรัฐไท" ทั้งยังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ไล่ล่าติดตามกลุ่มดังกล่าว

ไทยรัฐออนไลน์: ภาพประกอบข่าว © ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

ว่ากันว่า ที่มาของการเคลื่อนไหว เกิดจากกลุ่มคนหนี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ยุยงปลุกปั่น และมาตรา 112 หมิ่นเบื้องสูง ไปอาศัยอยู่ที่ฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ซึ่งมี นายชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือ ลุงสนามหลวง เป็นแกนนำ โดยที่มีเครือข่ายการเคลื่อนไหวที่อยู่ในประเทศไทย ใช้ช่องทางการเคลื่อนไหวผ่านการขายเสื้อ หรือขายธงที่มีสัญลักษณ์ของสหพันธรัฐไท เจ้าหน้าที่จับกุมเครือข่ายได้แล้ว 3-4 คน นอกจากนี้ "บิ๊กป้อม" ยังลั่นวาจา หากมีการเชื่อมโยงไปถึงใคร จะดำเนินคดี เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นกบฏ พร้อมประสาน สปป.ลาว ช่วยสกัดกั้นเคลื่อนไหว ช่วยเหลือกลุ่มดังกล่าว โดยเฉพาะช่องทางโซเชียลมีเดีย ทำให้เกิดความคิดให้มีการแบ่งแยกการปกครองโดยที่ไม่ให้มีสถาบัน รวมทั้งให้เกิดรัฐใหม่ 

ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์ เปิดข้อมูลที่มา 'สหพันธรัฐไท' แท้จริงแล้ว มันมีอยู่จริงๆ ไหม? มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และใคร? คือตัวการขับเคลื่อนแบ่งแยกประเทศกันแน่ ...ข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ติดตาม และต่อต้านเรื่องดังกล่าวมาตลอด โดยระบุว่า...

"ย้อนกลับไปเมื่อปี 2559 หากใครได้ติดตามเรื่องราวการเปิดตัวสหพันธรัฐไท ที่มีการประกาศเปิดเผยกระจายในโลกโซเชียล ยิงตรงประเด็น แบ่งแยกประเทศไทยออกจากกัน และจัดตั้งเป็น "สหพันธรัฐไท" ใช้ระบอบสาธารณรัฐคล้ายฝรั่งเศสและเยอรมนี โดยระบอบดังกล่าว ไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ และประเทศไทยจะไม่เป็นราชอาณาจักร แต่จะเป็นสาธารณรัฐที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข ความเคลื่อนไหวเรื่องสหพันธรัฐไท เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในโลกโซเชียล" 

ขบวนการดังกล่าว เคลื่อนไหวปฏิบัติการในประเทศเพื่อนบ้านใกล้สุดก็ประเทศลาว ยาวไปจน ยุโรป (บางประเทศ) และสหรัฐอเมริกา เชื่อมโยงกันปั่นป่วนเข้ามาสู่ประเทศไทย มีการเคลื่อนไหวเพื่อล้มล้างการปกครองของประเทศ เพื่อแบ่งแยกประเทศเป็นรัฐต่างๆ หวังรวมเป็นสหพันธรัฐ เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐ  จัดตั้งมวลชนแบบเดียวกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทยในอดีต โดยมีแกนนำเป็นอดีตรัฐบาลกลุ่มก้อนที่เคยถูกล้มล้างไป  

"การเคลื่อนไหวดังกล่าวมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐาน "กบฏและอั้งยี่" ผู้ที่เป็นหัวหน้าใหญ่หรือแกนนำมีความรับผิดในทางอาญาด้วยโทษประหารชีวิตสถานเดียวเท่านั้น ส่วนสมาชิกและผู้ปฏิบัติการ มีความผิดฐานเป็นผู้ร่วมการกบฏและเป็นสมาชิกหรือผู้ปฏิบัติงานของอั้งยี่ ซึ่งมีโทษสถานหนัก" 

ในวันที่บ้านเมืองเราขับเคลื่อนด้วยความทันสมัยเทคโนโลยีมีโซเชียลทุกมุมเมือง นั่นก็หมายความว่า ข้อมูลการแทรกซึมปั่นป่วนประเทศของกระบวนการดังกล่าวก็เข้ามามีบทบาทกับผู้รับรู้ข่าวสารและอาจจะถูกชักจูงได้ง่ายๆ รวมไปถึงการเผยแพร่ หรือแชร์ข้อความที่เป็นความผิดตามกฎหมาย นำความเดือดร้อนมากมายมาสู่ตัวเองและครอบครัว ดังนั้น "เรื่องกบฏ เรื่องอั้งยี่และซ่องโจร" ถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย รัฐบาลควรเผยแพร่กระจายข่าวสารและโทษที่ผู้ร่วมกระบวนการจะได้รับ เพื่อไม่ให้เกิดการลุกลามบานปลายมากไปกว่าที่เป็นอยู่ 

เพิ่มเติมจาก ไทยรัฐ

image beaconimage beaconimage beacon