คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ว้าวมั้ย? Apple เปิดตัว iPhone 8-iPhone X ไร้ปุ่มโฮม ปลดล็อกด้วยใบหน้า

โลโก้ ไทยรัฐ ไทยรัฐ 12/9/2560 ไทยรัฐออนไลน์

สมการรอคอยหรือไม่ แอปเปิล เปิดตัว Apple Watch ซีรีส์ 3, Apple TV 4K พร้อม ไอโฟนใหม่ 3 รุ่น คือ iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X (ไอโฟน เท็น) โดยมาพร้อมกับหน้าจอที่ไร้ปุ่มโฮม ปลดล็อกจอด้วยใบหน้า หรือ Face ID ...

วันที่ 12 กันยายน ที่สตีฟจ๊อบส์ เทียเตอร์ (Steve Jobs Theater) สหรัฐฯ เป็นสถานที่การเปิดตัวไอโฟนรุ่นใหม่ โดยมีผู้สื่อข่าวจากสำนักต่างๆ ทั่วโลก เข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งการเปิดตัว เริ่มด้วยการรำลึกถึง สตีฟ จ็อบส์

เปิดตัวด้วย 'ทิม คุก' ซึ่งเขาระบุว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว ที่เปิดตัว สตีฟ จ็อบส์ เทียเตอร์ ด้วยเสียงของ สตีฟ จ็อบส์ และถือเป็นความภูมิใจ ที่ได้ต้อนรับทุกคนที่นี่ เราสร้างโรงละครนี้ เพื่อ สตีฟ จ็อบส์ เพราะเรามักจะจำภาพเขา ขณะที่ยืนอยู่บนเวที 

สตีฟ จ็อบส์ นอกจากจะเป็นอัจฉริยะแล้ว ยังสามารถทำให้ทุกคนแสดงความสามารถที่แท้จริงออกมา และยังเป็นแรงบันดาลใจ ให้คนทั่วโลกด้วย

ต่อกันด้วยการแนะนำ แอปเปิ้ล รีเทล สโตร์ ซึ่งมีการปรับโฉมครั้งใหญ่ ที่ไม่ได้มีแค่โซนขายของ แต่จะเป็นคอมมูนิตี้ ดึงดูดให้คนเข้ามา พร้อมเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของแอปเปิลได้ โดยคุณไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้าของแอปเปิล และสามารถมาที่แอปเปิล สโตร์ ได้ทุกๆวัน และล่าสุด แอปเปิล สโตร์ กำลังจะเปิดสาขาที่ไทม์ สแควร์ ซึ่ง 65 สาขา ของร้านแอปเปิลทั่วโลก เสริมทัพด้วยพนักงานที่มีคุณภาพ และมีแรงบันดาลใจ

ผลิตภัณฑ์แรกที่เปิดตัวคือ Apple Watch ซึ่งตอนนี้มียอดขายทั่วโลกขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แล้ว แซงหน้ายี่ห้อดังอย่าง Rolex สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ของ Apple Watch นั้น Heart Rate Monitor เป็นฟีเจอร์ที่หลายคนให้ความสำคัญ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือที่วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ดี และแม่นยำที่สุด ประเมินการเต้นหัวใจตลอดเวลา ซึ่งจะรวมไปถึงการวิเคราะห์โรคที่เกี่ยวกับหัวใจได้ด้วย

ทั้งนี้ Apple Watch Series3 ใช้งาน E-Sim และใช้พื้นที่หน้าจอ เป็นเสาสัญญาณ CPU ของ Apple Watch Series 3 เป็นแบบ Dual Core แรงขึ้นกว่าเดิม มี Siri ที่ตอบรับเร็วมากขึ้น

Apple Watch Series3 เริ่มเปิดให้จอง 15 กันยายน และขายจริง 22 กันยายน ราคาแบบมีซิมอยู่ที่ 399$ ส่วนแบบไม่มีซิมอยู่ที่ 329$ พร้อมลดราคา Apple Watch Series1 เหลือ 249$ 

ต่อมาเป็นการเปิดตัว Apple TV 4K มี HDR เพื่อชดเชยข้อจำกัด ของภาพที่มีแสงสว่างและความมืดอยู่ด้วยกัน มาพร้อมชิป A10x ที่อยู่บน iPad Pro รุ่นใหม่ ทั้งนี้ Apple TV 4K ใส่เทคโนโลยี HDR10 อัพเกรดมาจัดหนัก สำหรับคอหนัง ในราคาเท่า HD 

นอกจากนี้ Apple TV 4K จับมือค่ายหนัง Netflix และ Amazon Prime นำหนัง 4K มาให้ดูกันอย่างจุใจ ส่วนหนัง HD ที่ซื้อใน iTunes จะอัพให้เป็น 4K ฟรี ส่วนราคานั้น 64GB อยู่ที่ 199$

ต่อกันที่การเปิดตัว iPhone รุ่นล่าสุด หลังจาก iPhone มีการพัฒนามาตลอด 10 ปี โดยใช้ชื่อว่า iPhone8 และ iPhone8 Plus มี 3 สี คือ เงิน เทา และ ทอง (ใหม่) ไม่มีสี JET black ซึ่งรูปลักษณ์คล้ายกับ iPhone7 แต่ฝาหลังเป็นกระจก ซึ่งถือเป็นกระจกที่มีความแข็งแรงสุดในสมาร์ทโฟน กันน้ำ กันฝุ่น ลำโพงดังกว่า iPhone 7 25% มาพร้อมชิป A11Bionic และ CPU 6Core มีชิปประมวลกราฟฟิก ที่แยกออกมาเป็นครั้งแรก 

ภาพประกอบข่าว © ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

สำหรับ iPhone 8 มาพร้อมเลนส์ 12 ล้านพิกเซล และ iPhone 8 Plus มาพร้อมกล้อง 2 ตัวเหมือนเดิม ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง 1.8 และ 2.8 ที่เพิ่มเติมคือ เซนเซอร์ใหม่ ที่เก็บสีสัน และมิติได้สวยงามขึ้น ถ่ายก่อนปรับแสงทีหลัง หมดปัญหาการถ่ายรูปในที่แสงน้อย พร้อมรองรับการถ่ายวิดีโอแบบ 4K 60 FPS

นอกจากนี้ ยังมาพร้อมเทคโนโลยี AR ภาพเสมือนจริง อาทิ ถ้าหากอยากรู้ว่าดาวดวงไหนชื่ออะไร สามารถนำยกกล้องขึ้นจับภาพดวงดาว ได้ทันที ก็จะมีชื่อดวงดาวปรากฏขึ้นมา นอกจากนี้ยังโชว์แอพเกมแบบ AR ที่เอาหุ่นยนต์มาสู้กัน ซึ่งได้ภาพแบบเสมือนจริง

ที่ใหม่กว่านั้น คือ iPhone 8 มาพร้อมกับ หูฟังไร้สาย AirPods และ Wireless Charging ซึ่งเป็นการชาร์จไร้สาย

iPhone 8 มีขนาด 64GB และ 256GB ราคาเริ่มที่ 699$ ส่วน iPhone 8 Plus มีขนาด 64GB และ 256GB เช่นกัน ราคาเริ่มที่ 799$ วางขาย 22 ก.ย.นี้ ขณะที่ iOS 11 เปิดให้ดาวน์โหลดพร้อมกัน 19 ก.ย.นี้

ยังไม่หมดเท่านี้!!!!

เพราะ Apple ยังเปิดตัว iPhone X (ไอโฟน เท็น) ที่หลายคนต้องร้องว้าว เพราะมาพร้อมขอบสแตนเลส กล้องแนวตั้ง 2 ตัว ไร้ปุ่มโฮม จอ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว ที่ใหญ่กว่า iPhone7 Plus ความละเอียด 458 พิกเซลต่อนิ้ว มี 2 สีให้เลือก คือ ดำและเงิน ปลดล็อกโดยการเลื่อนขึ้น กดปุ่มด้านข้างเพื่อนเรียก Siri ปลดล็อกจอด้วยใบหน้า หรือ Face ID

ที่น่ารักคงเป็น Animoji อิโมจิแบบเคลื่อนไหวได้ ด้วยการเลียนแบบหน้าของผู้ส่ง นอกจากนี้ ยังอัดเสียง ก่อนส่งผ่าน iMessage ให้เพื่อนได้

ส่วนกล้องแนวตั้งของ iPhone X นั้น เป็นกล้องขนาด 12 ล้านพิกเซล มีระบบกันสั่น ใช้ Machine Learning‎ ช่วยในการโฟกัส กล้องหน้าถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ ส่วนแบต อยู่ได้นานกว่า iPhone7 ถึง 2 ชั่วโมง และรองรับระบบชาร์จไร้สายมาตรฐาน Qi

iPhone X มาพร้อมความจุ 64GB และ 256GB สนนราคาเริ่มต้นที่ 999$ เปิดให้สั่งจอง 27 ต.ค. และวางขายจริง วางขาย 3 พฤศจิกายนนี้.

เพิ่มเติมจาก ไทยรัฐ

image beaconimage beaconimage beacon