คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

เทรนด์ใหม่ บ้านใส่ใจสิ่งแวดล้อม ติดตั้ง‘โซลาร์รูฟท็อป’ ลดค่าไฟนาน 25 ปี

โลโก้ ไทยรัฐ ไทยรัฐ 9/12/2561 ไทยรัฐออนไลน์

เอกชนไทย โชว์เทรนด์ใหม่ กำลังมาแรง บ้านใส่ใจสิ่งแวดล้อม ติดตั้ง ‘โซลาร์รูฟท็อป’ ลดค่าไฟสุดคุ้มนาน 25 ปี สร้างพลังงานสะอาดใช้เอง สอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ของรัฐบาล

ไทยรัฐออนไลน์: ภาพประกอบข่าว © ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เทรนด์สร้างที่อยู่อาศัยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและเป็นไปตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม โดยสิ่งที่บริษัทของเรากำลังทำอยู่ในขณะนี้ คือ การทำบ้านให้ประหยัดพลังงานแบบที่ใช้พลังงานเอง และเป็นพลังงานที่สะอาด เริ่มจากบ้านและคอนโด ทุกหลังจะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) โดยปัจจุบันมีกว่า 30-40 โครงการ กว่า 1,000 หลังคาเรือน ซึ่งสามารถเลือกโซลาร์เซลล์เองได้ ว่า แต่ละบ้านมีความต้องการใช้พลังงานเท่าไร อีกทั้งยังมีแอปพลิเคชัน แสดงสถานะของโซลาร์เซลล์ที่ติดหลังคาบ้าน และยังบอกจำนวนการผลิตกำลังไฟฟ้า ประหยัดเงินจำนวนเท่าไร และที่สำคัญจะบอกว่าเราช่วยรักษาโลกไปจำนวนเท่าไรแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทางบริษัทจะเดินหน้าต่อไปมีอีก 3 แนวทาง คือ 1.การรอนโยบายโซลาร์รูฟท็อปเสรีของรัฐบาล หากเกิดขึ้นลูกบ้านของเสนาจะได้เงินคืนและได้เงินทอน 2.รอแบตเตอรี่กักเก็บไฟฟ้าให้อยู่ในราคาที่จะคุ้มค่ากับผู้บริโภค 3.การค้าขายไฟฟ้าระหว่างบ้าน ซึ่งทั้ง 3 แนวทางจะต้องดูแนวทางด้วยว่าจะต้องคุ้มค่ากับผู้บริโภคจึงจะมีการนำมาใช้

“จุดเริ่มต้นเกิดจากที่ได้ลงพื้นที่ในช่วงน้ำท่วมหนัก พ.ศ.2554 เราเห็นน้ำที่สูงเกินหัวคน ดังนั้นจึงมีความคิดว่าต้องทำอย่างไรไม่ให้ภัยพิบัติในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก โดยพยายามหาทางช่วยลดปัญหาโลกร้อนให้มากขึ้น แม้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ แต่สามารถแก้ไขในส่วนของเราได้ จากนั้นจึงหันมาดูแลการสร้างบ้านเขียวอย่างจริงจัง“ ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวต่อว่า ธุรกิจสีเขียวหรือ Go Green ได้วางเป้าหมายที่จะติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาที่อยู่อาศัย (โซลาร์รูฟท็อป) และประกอบกับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้า(อีวี) ที่อาจจะมาเร็วกว่าที่คิดไว้ ดังนั้นจึงได้ติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า (EV Charger Station) ให้กับทุกโครงการ โดยปัจจุบันมีโครงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ และสถานีอัดประจุไฟฟ้า ทั้งแนวราบภายใต้ชื่อ EV ready รองรับยานยนต์ที่ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าทั้งแบบไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) รวมถึงยานยนต์ไฟฟ้าชนิดแบตเตอรี่ (BEV) นำพลังงานทดแทนมาใช้ และพลังงานแสงอาทิตย์ที่เทรนด์ของโลกมาแรง ที่สำคัญยังช่วยให้ผู้ซื้อบ้านได้ใช้ค่าไฟฟ้าที่ถูกลงตลอดระยะเวลา 25 ปีซึ่งคุ้มค่าอย่างมาก ขณะเดียวกันยังนำโซลาร์รูฟท็อปมาติดตั้งเพื่อใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง ซึ่งสำคัญต่อการยกระดับสิ่งแวดล้อมให้กับสังคมไทย

“เราให้ความสำคัญกับการออกแบบพื้นที่สีเขียว การจัดวางผังให้สามารถรับแสงสว่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และติดตั้งระบบระบายอากาศ รวมถึงการติดตั้งหลอดไฟ LED เชื่อว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้าการพัฒนาบ้านจะรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยของผู้บริโภค ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะหรือสมาร์ทซิตี้ของรัฐบาล" ผศ.ดร.เกษรา กล่าว

เพิ่มเติมจาก ไทยรัฐ

image beaconimage beaconimage beacon