คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

9 เหตุผลควรซื้อ? 'Apple Watch Series 4' ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด

โลโก้ ไทยรัฐ ไทยรัฐ 14/9/2561 ไทยรัฐออนไลน์
ไทยรัฐออนไลน์: ภาพประกอบข่าว © ไทยรัฐออนไลน์ ภาพประกอบข่าว

คาดว่าทุกคนคงได้เห็นภาพแล้วว่า Apple Watch Series 4 ที่เพิ่งเปิดตัวไปนั้นมีหน้าตาแตกต่างไปจากเดิม ถือเป็นครั้งแรกของการเปลี่ยนแปลงดีไซน์แอปเปิลวอทช์เลยทีเดียว

วันนี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะขออาสามารวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ 'Apple Watch Series 4' พร้อมให้คุณตัดสินว่านี่คือสมาร์ทวอทช์ที่ควรค่าแก่การเสียเงินที่สุดในนาทีนี้หรือไม่?

1. ดีไซน์ใหม่ มีตัวเรือนให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ 40 มม. และ 44 มม. ลำโพงดังขึ้น 50 เปอร์เซ็นต์ ปรับแต่งมาเพื่อการโทร การใช้ Siri และวอล์คกี้ทอล์คกี้ ดังนั้นจอแสดงผลที่ใหญ่ขึ้นนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเห็นไอคอน แอปฯ และฟอนต์ที่ใหญ่และอ่านง่ายขึ้น  

2. ด้านหลังของ Apple Watch Series 4 ทำมาจากเซรามิกสีดำและผลึกแซฟไฟร์ ที่ช่วยให้การส่งผ่านคลื่นวิทยุระหว่างด้านหน้าและหลังดีขึ้นกว่าเดิม จึงส่งผลให้การใช้งานระบบเซลลูลาร์ลื่นไหลมากขึ้น

3. ปุ่ม Digital Crown สามารถตอบสนองแบบสั่นได้แล้ว จึงให้ความรู้สึกที่มีความเป็นกลไกมากขึ้นและรวดเร็วฉับไวยิ่งขึ้น ส่วนดีไซน์ของปุ่มจะเป็นเส้นสีแดงวงรอบเท่านั้น ต่างจาก Series 3 Cellular ที่เป็นสีแดงทั้งหมด

4. Apple Watch Series 4 มาพร้อมชิพ S4 เจเนอเรชั่นถัดไปที่มีโปรเซสเซอร์ 64 บิตแบบ Dual-core ที่ปรับแต่งมาเฉพาะ จึงประมวลผลได้เร็วกว่าเดิม 2 เท่า รวมถึงมีหน้าปัดแบบใหม่ที่สามารถเพิ่มแอปฯ ได้มากถึง 8 แอพฯ (อันนี้ดีมาก...ถูกใจเราเป็นการส่วนตัว) 

5. เพิ่มฟีเจอร์ ECG เพื่อให้ผู้ใช้อ่านค่าคลื่นไฟฟ้าหัวใจได้จากบนข้อมือโดยตรง (แต่แอปฯ นี้ยังใช้ได้เพียงแค่ในสหรัฐอเมริกาเท่านั้นจ้า)

6. มีเซนเซอร์วัดหัวใจแบบไฟฟ้าตัวใหม่ที่ใส่ไว้ในฝาครอบแซฟไฟร์ด้านหลัง เพียงสัมผัสปุ่ม Digital Crown แค่ 30 วินาที แอปฯก็จะแสดงผลวิเคราะห์การเต้นของหัวใจได้ แอปฯสามารถวิเคราะห์ได้ว่าการเต้นของหัวใจของผู้ใช้อยู่ในภาวะปกติ หรือมีสัญญาณผิดปกติเกี่ยวกับภาวะหัวใจ และจะบันทึกข้อมูลนี้เป็นไลฟ์ PDF เพื่อให้พร้อมแชร์ไปยังแพทย์ของผู้ใช้ได้

7. มีการตรวจจับการล้มใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและไจโรสโคปเจเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งสามารถวัดการล้มได้ เพราะถ้าหากระบบตรวจจับแล้วว่า มีการล้มหรือตกจากที่สูง และไม่ขยับเป็นเวลา 60 วินาที ระบบจะส่งสัญญาณไปยัง Siri เพื่อขอความช่วยเหลือ

8. ทางแบรนด์ได้เคลมว่า นี่คือนาฬิกาเพื่อการออกกำลังกายอย่างแท้จริง เนื่องจากมีการตรวจจับการออกกำลังกายโดยอัตโนมัติจะแจ้งเตือนให้เริ่มต้นออกกำลังกายด้วย

9. Apple Watch Series 4 (รุ่น GPS) และ (รุ่น GPS + Cellular) มีให้เลือก 3 สีได้แก่ สีเงิน สีทอง และสีเทาสเปซเกรย์ ซึ่งทั้งสองรุ่นจะวางจำหน่ายตั้งแต่วันศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561 เป็นต้นไป โดยรุ่นธรรมดาจะมีราคาเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนรุ่น Cellular จะมีราคาเริ่มต้นที่ 499 ดอลลาร์สหรัฐฯ

บทสรุป

ถ้าถามความคิดเห็นส่วนตัวของ IT by Choice เราอยากจะบอกว่าการเปลี่ยนแปลงดีไซน์และฟีเจอร์ของ Apple Watch Series 4 เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ใครกำลังคิดจะซื้ออยู่แล้วก็จัดไปได้เลย เพราะหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นทำให้เราใช้ประโยชน์จากการปรับแต่งหน้าปัดได้มากขึ้น แต่อย่าเพิ่งไปหวังกับฟีเจอร์ ECG เพราะไม่รู้ว่าประเทศไทยจะใช้ได้เมื่อไหร่

แล้วก็ Apple Watch Nike+ สาย Sport Band สี Pure Platinum/Black และสาย Sport Loop สี Summit White แบบสะท้อนแสงสวยกินใจเรามาก

แต่ข้อด้อยของ Apple Watch ที่แบตฯ หมดเร็วก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม เพราะถึงแม้ทางแบรนด์เคลมไว้ว่าจะอยู่ได้นาน 18 ชั่วโมง (ซึ่งอาจจะอยู่ได้นานกว่า Series 3 ซึ่งยังคงอยู่ได้น้อยว่า Series 2 อยู่ดี ถือว่าเป็นนาฬิกาออกกำลังกายที่อยู่ได้น้อยมากเลย) 

ส่วนใครที่อยากได้ Apple Watch ราคาถูก...ตอนนี้ Series 3 ราคาลดลงไป โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 279 ดอลลาร์สหรัฐฯแล้วจ้า

เพิ่มเติมจาก ไทยรัฐ

image beaconimage beaconimage beacon