คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

กำแพงเบอร์ลิน: ครบรอบ 30 ปี การล่มสลายของม่านเหล็กที่แยกเยอรมนีออกจากกัน

โลโก้ Khaosod Khaosod 6 วันทีผ่านมา

กำแพงเบอร์ลิน : ครบรอบ 30 ปี การล่มสลายของม่านเหล็กที่แยกเยอรมนีออกจากกัน – BBCไทย

วันที่ 9 พ.ย. 2019 คือวาระครบรอบ 30 ปี การล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินเมื่อปี 1989 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่สุดของโลกในศตวรรษที่ 20

กำแพงเบอร์ลินถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1961 อันเป็นห้วงเวลาที่ยุโรปแบ่งออกเป็น 2 ขั้ว โดยกำแพงเบอร์ลินเองได้แบ่งแยกเมืองหลวงของเยอรมนีออกจากกันนานเกือบ 30 ปี

ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว

กำแพงแห่งหนึ่งผุดขึ้นในเวลาชั่วข้ามคืน สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คนทั้งสองฝั่ง และกลายเป็นปราการที่ขวางกั้นการไปมาหาสู่กันของผู้คนจากฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกของกรุงเบอร์ลิน

ในวันที่ 9 พ.ย. 1989 กำแพงเบอร์ลินถูกพังทลายลง และผู้คนจากทั้งสองฝั่งก็สามารถเดินทางไปมาได้อย่างเสรีอีกครั้ง

นี่คือเรื่องราวของกำแพงเบอร์ลิน ซึ่งไม่เพียงจะเป็นกำแพงที่แบ่งกั้นเมืองหลวงของเยอรมนี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่แบ่งแยกอุดมการณ์ทางการเมือง 2 ขั้วออกจากกันนานเกือบ 30 ปี

เหตุใดจึงมีการสร้างกำแพงเบอร์ลินขึ้น

ในช่วงสิ้นสุดของสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเดือน ก.ย. 1945 เยอรมนีได้ยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งประกอบไปด้วย สหราชอาณาจักร สหรัฐฯ ฝรั่งเศส และสหภาพโซเวียต

ฝ่ายสัมพันธมิตรได้ตัดสินใจแบ่งเยอรมนีออกจากกัน โดยที่แต่ละประเทศจะแบ่งกันควบคุมพื้นที่ส่วนต่าง ๆ ของเยอรมนี

ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว

อังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส ควบคุมพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเยอรมนี ในขณะที่พื้นที่ฝั่งตะวันออกจะอยู่ภายใต้การควบคุมของสหภาพโซเวียต

กรุงเบอร์ลินอยู่ในเขตของโซเวียต แต่เนื่องจากเป็นเมืองหลวงของเยอรมนี มันจึงถูกแบ่งออกเป็น 4 พื้นที่ โดยที่แต่ละส่วนจะอยู่ใต้การควบคุมของแต่ละประเทศ

พื้นที่ในส่วนของอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส กลายเป็นเบอร์ลินตะวันตก ขณะที่ส่วนของโซเวียตได้กลายเป็นเบอร์ลินตะวันออก

แผนภาพแสดงสีที่แบ่งฝั่งตะวันตกและตะวันออก © สนับสนุนโดย KHAO-SOD Co., Ltd. แผนภาพแสดงสีที่แบ่งฝั่งตะวันตกและตะวันออก

ภายในปี 1949 เยอรมนีได้แบ่งออกเป็น 2 ประเทศ คือ “สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี”(เยอรมนีตะวันตก) ควบคุมโดย อังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส ส่วน “สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี” (เยอรมนีตะวันออก) ควบคุมโดยสหภาพโซเวียต

หลังเยอรมนีได้แยกออกจากกัน ก็เป็นที่ชัดเจนอย่างรวดเร็วว่าสหภาพโซเวียตมีแนวคิดในการปกครองพื้นที่ในส่วนของตนที่แตกต่างออกไปจากแนวคิดของฝ่ายชาติตะวันตก

ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว

เยอรมนีตะวันตก ดำเนินรูปแบบการปกครองแบบเดียวกับในอังกฤษและอเมริกา ซึ่งให้เสรีภาพประชาชนในการเดินทาง ฟังเพลง และแสดงความคิดเห็นได้อย่างมีอิสระ

ภาพประกอบข่าว © Matichon ภาพประกอบข่าว

ขณะที่เยอรมนีตะวันออกมีการใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากกว่าในการควบคุมพฤติกรรมของประชาชน และมีตำรวจคอยสอดส่องอย่างใกล้ชิด

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ประชาชนต่างหลบหนีออกจากเยอรมนีตะวันออกไปยังฝั่งตะวันตกกันวันละหลายพันคน แม้ว่าจุดประสงค์หลักในการสร้างกำแพงเบอร์ลินคือเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นก็ตาม

ลำดับเหตุการณ์สำคัญของกำแพงเบอร์ลิน

  • 1949 เยอรมนีแยกออกเป็น 2 ประเทศอย่างเป็นทางการ คือ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี”(เยอรมนีตะวันตก) และ “สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี” (เยอรมนีตะวันออก)
  • 1952 เยอรมนีตะวันออก ปิดพรมแดนที่ติดกับเยอรมนีตะวันตก แต่ยังเปิดพรมแดนระหว่างเบอร์ลินฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกอยู่
  • 13 ส.ค.1961 พรมแดนระหว่างเบอร์ลินฝั่งตะวันออกกับฝั่งตะวันตกได้ปิดลง และกำแพงเบอร์ลินได้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลาชั่วข้ามคืน
  • 1987 ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน เยือนกรุงเบอร์ลิน และเรียกร้องให้นายมิคาอิล กอร์บาชอฟ ผู้นำโซเวียต รื้อถอนกำแพงเบอร์ลิน
  • 4 พ.ย.1989 ประชาชน 1 ล้านคนไปชุมนุมประท้วงที่ อเล็กซานเดอร์พลัทซ์ จัตุรัสหลักของเบอร์ลินตะวันออก หลังการประท้วงดำเนินไปได้ไม่กี่วันรัฐบาลเยอรมนีตะวันออกได้ประกาศลาออก
  • 9 พ.ย.1989 ประชาชนจำนวนมากในเยอรมนีตะวันออกได้ไปรวมตัวกันที่จุดผ่านแดน พร้อมเรียกร้องที่จะข้ามไปยังฝั่งตะวันตก เจ้าหน้าที่พิทักษ์พรมแดนจึงปล่อยให้ผู้คนนับพันข้ามฝั่งเข้าไปยังเบอร์ลินตะวันตก และเริ่มรื้อถอนกำแพงเบอร์ลิน
  • 3 ต.ค.1990 เยอรมนีตะวันออกและตะวันตกรวมประเทศกันอย่างเป็นทางการ
แผนภาพแสดงเยอรมนีที่ถูกแบ่งออกจากกัน โดยกรุงเบอร์ลินอยู่ในเขตที่โซเวียตปกครอง © สนับสนุนโดย KHAO-SOD Co., Ltd. แผนภาพแสดงเยอรมนีที่ถูกแบ่งออกจากกัน โดยกรุงเบอร์ลินอยู่ในเขตที่โซเวียตปกครอง

กำแพงเบอร์ลินสร้างขึ้นมาอย่างไร

ในปี 1961 นายนิกิตา ครุชชอฟ ผู้นำสหภาพโซเวียตขณะนั้น ได้สั่งการให้สร้างกำแพงขึ้นระหว่างเบอร์ลินตะวันออกกับเบอร์ลินตะวันตก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนหนีออกจากฝั่งตะวันออก

กำแพงถูกสร้างขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผุดขึ้นมาในค่ำคืนของวันที่ 13 ส.ค.

ผู้คนจำนวนมากตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองติดอยู่ในฝั่งหนึ่ง ขณะที่ญาติพี่น้อง และเพื่อนฝูงอยู่ที่อีกฟากหนึ่ง

ในช่วงแรก กำแพงเบอร์ลินมีสภาพเป็นแนวรั้วลวดหนาม

แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันได้กลายสภาพเป็นกำแพงคอนกรีตที่แข็งแรง มีหอสังเกตการณ์ และเจ้าหน้าที่ติดอาวุธคอยควบคุม และลาดตระเวนอย่างเข้มงวด เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีผู้ใดข้ามผ่านไปได้

กำแพงเบอร์ลินใหญ่เพียงใด

กำแพงเบอร์ลินมีความยาว 155 กม. สูง 4 เมตร และภายในปี 1989 มีหอสังเกตการณ์ 302 แห่งตลอดแนว

ที่จริงกำแพงเบอร์ลินประกอบไปด้วยแนวกำแพง 2 แนวที่ขนานกันไป โดยมีช่องว่างตรงกลางที่ทอดยาวไปตามแนวกำแพงทั้งสองฝั่ง ซึ่งบริเวณนี้จะมีทหารคอยคุ้มกัน และเต็มไปด้วยกับระเบิด เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้คนข้ามพรมแดน

กำแพงเบอร์ลินได้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่แบ่งแยกยุโรปฝั่งตะวันออกและตะวันตกออกจากกัน จนถูกเรียกขานว่า “ม่านเหล็ก” (iron curtain)

ผู้นำสหภาพโซเวียตระบุว่า มันเป็นเกราะคุ้มกัน แต่อังกฤษ อเมริกา และฝรั่งเศส มองว่ามันเป็นคุกที่จองจำผู้คนไม่ให้หลบหนีออกจากฝั่งตะวันออก

ชีวิตหลังกำแพงเบอร์ลินเป็นอย่างไร

ในช่วงนั้นมีผู้พยายามข้ามกำแพงราว 5,000 คน แต่ก็ทำได้ยากและเต็มไปด้วยอันตราย

มีประชาชนกว่า 100 คนที่ถูกสังหารขณะพยายามข้ามกำแพงแห่งนี้ตลอดระยะเวลา 28 ปี ระหว่างปี 1961-1989 นอกจากนี้ ยังมีผู้คนอีกหลายร้อยรายที่ถูกสังหารขณะพยายามหลบหนีออกจากเยอรมนีตะวันออกด้วยการข้ามพรมแดนส่วนอื่น ๆ ที่เชื่อมกับฝั่งตะวันตก

ชีวิตในเบอร์ลินตะวันออกเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทางการใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดควบคุมการดำเนินชีวิตของประชาชน

คนในเบอร์ลินตะวันออกที่เคยทำงานในฝั่งตะวันตกต่างต้องตกงาน

ส่วนคนที่มีญาติมิตรอยู่คนละฝั่ง ต่างก็ต้องพลัดพรากจากกัน หลายคนไม่ได้พบบุคคลผู้เป็นที่รักอีกจนกระทั่งกำแพงเบอร์ลินได้ล่มสลายลง

เกิดอะไรขึ้นกับกำแพงเบอร์ลิน

ช่วงทศวรรษที่ 1980 เริ่มมีการประท้วงการที่สหภาพโซเวียตใช้อำนาจควบคุมหลายประเทศในแถบยุโรปตะวันออก

ผู้คนในเยอรมนีตะวันออกต้องการมีเสรีภาพเพิ่มขึ้นในการเดินทาง การดำเนินชีวิต และการแสดงความคิดเห็น พวกเขาจึงได้ออกไปชุมนุมเรียกร้องขอเสรีภาพเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงการเดินทางออกนอกประเทศ

หลังจากชาวเยอรมนีตะวันออกหลายร้อยคนหลบหนีผ่านประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ฮังการี และเชโกสโลวาเกีย รัฐบาลเบอร์ลินตะวันออกก็พบว่าเป็นการยากขึ้นทุกขณะที่จะหยุดยั้งเสียงเรียกร้องของประชาชนให้ปล่อยพวกเขาข้ามไปฝั่งเยอรมนีตะวันตก

ในวันที่ 9 พ.ย. ผู้นำเยอรมนีตะวันออกได้ประกาศผ่านทางโทรทัศน์ว่าจะเปิดพรมแดนที่กั้นฝั่งตะวันออกและตะวันตก

ประชาชนจำนวนมากจากเยอรมนีตะวันออกพากันไปยังกำแพงเบอร์ลิน และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เปิดรั้วกั้น

เจ้าหน้าที่พิทักษ์พรมแดนไม่สามารถควบคุมคลื่นมวลชนได้ จึงจำใจต้องปล่อยให้พวกเขาข้ามไปยังเยอรมนีตะวันตก

เกิดอะไรขึ้นหลังกำแพงเบอร์ลินล่มสลาย

ผู้คนทางฝั่งตะวันตกต่างไปรอต้อนรับคนจากฝั่งตะวันออก

การเฉลิมฉลองเริ่มขึ้นในทันที ครอบครัวและเพื่อนฝูงต่างโผเข้าสวมกอดกัน หลังจากต้องพลัดพรากกันมานานหลายปี บางคนก็ปีนขึ้นไปบนกำแพงแล้วเต้นรำด้วยความดีใจ

วันที่ 9 พ.ย. 1989 ถูกกำหนดให้เป็นวันที่กำแพงเบอร์ลินล่มสลาย แต่กำแพงไม่ได้ถูกรื้อถอนออกไปทั้งหมดในทันที

หลายสัปดาห์หลังจากนั้น ผู้คนจำนวนมากเริ่มทุบทำลายกำแพงด้วยค้อนขนาดใหญ่ แล้วเก็บเศษชิ้นส่วนกำแพงไว้เป็นที่ระลึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

รัฐบาลรื้อถอนกำแพงเบอร์ลินเสร็จสมบูรณ์ในปี 1990 แม้จะเหลือบางส่วนไว้ให้ผู้คนได้ชมในปัจจุบัน

ในปี 1990 เยอรมนีตะวันออกและเยอรมนีตะวันตกได้พูดคุยเรื่องการรวมประเทศ

ในวันที่ 3 ต.ค. 1990 หรือ 11 เดือนหลังจากกำแพงเบอร์ลินล่มสลายเยอรมนีตะวันออกและตะวันตกได้รวมประเทศกันอย่างเป็นทางการ จนเป็นเยอรมนีที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน

เพิ่มเติมจาก กรุงเทพธุรกิจ

image beaconimage beaconimage beacon