คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ข่าวท่องเที่ยว

บินตรง...สโลว์ไลฟ์ มนต์เสน่ห์ "หลวงพระบาง"

โลโก้ เดลินิวส์ เดลินิวส์ 19/4/2560

หลวงพระบาง เมืองเล็กๆ ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่ถูกโอบล้อมด้วยแม่น้ำโขง และแม่น้ำคาน นับวันจะยิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสกับเมืองมรดกโลกกันมากขึ้น ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) เมื่อปี 2538

แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด แต่ปัจจุบันยังคงเอกลักษณ์ และความสวยงามของธรรมชาติ บ้านเมือง ขนบธรรมเนียมประเพณี และการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายของชาวลาวไว้อย่างมั่นคง จึงไม่อาจปฏิเสธได้ที่จะลองมาเยือนสักครั้งตามคำเชิญของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส

© สนับสนุนโดย Dailynews Web Co. Ltd

ทริปนี้นัดหมายกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ก่อนจะเดินทางลัดฟ้าด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ซึ่งเปิดให้บริการบินตรงกรุงเทพฯ หลวงพระบาง วันละ 2 เที่ยวบิน ภายใต้สโลแกน Asias Boutique Airline... เอเชีย บูทีคแอร์ไลน์ ความประทับใจแห่งเอเชีย โดยสายการบินนี้มีห้องพักรับรอง (บูทีค เลานจ์) ไว้บริการผู้โดยสารทุกคนระหว่างรอขึ้นเครื่องบิน ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และไวฟาย หมดกังวลเรื่องความหิวได้เลย สนใจสำรองที่นั่งได้ที่ www.bangkokair.com

การเดินทางมุ่งหน้าสู่หลวงพระบาง ใช้เวลาบินไม่นานนักประมาณ 1 ชั่วโมง 50 นาที ล้อเครื่องบินก็แตะรันเวย์ท่าอากาศยานนานาชาติหลวงพระบาง ซึ่งเป็นสนามบินเล็กๆ ที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขา เมื่อผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยได้เวลาเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง มีรถตู้ และรถสี่ล้อ คอยให้บริการรับส่งนักท่องเที่ยว ราคาประมาณ 50,000 กีบ หรือ 200 บาท แต่หากใครที่จองโรงแรม หรือที่พักไว้แล้ว จะมีรถตู้มารอรับ ใช้เวลาเข้าเมืองไม่เกิน 20 นาที

สำหรับที่พักในทริปนี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เลือก AZERAI (อาเซอรัย) หลวงพระบาง ซึ่งเป็นโรงแรมตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีคอนเซ็ปต์เดียวกับสายการบินที่ว่า หรูหรา แต่ราคาจับต้องได้ เป็นโรงแรมน้องใหม่ที่เปิดตัวเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ทันทีที่ก้าวเข้าสู่โรงแรมสัมผัสได้ถึงความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว บริเวณโดยรอบดูสะอาดตา อาคารแต่ละหลังมี 2 ชั้นตามข้อกำหนดของยูเนสโก หลังคามีจั่วแสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์สไตล์ล้านช้างในอดีต มีสระว่ายน้ำกลางโรงแรม ล้อมรอบด้วยห้องพัก 53 ห้อง และมีต้นไม้ขนาดเล็กใหญ่สร้างบรรยากาศให้ร่มรื่น


ภายในห้องถูกออกแบบตกแต่งอย่างเรียบง่าย แต่สวยงาม พิถีพิถัน เน้นประโยชน์ใช้สอย และความสะดวกสบาย มีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าครบครัน มีห้องน้ำ แยกจากห้องอาบน้ำ มีเตียงนอนขนาดใหญ่ มีโทรทัศน์ให้ชมหลายช่องรวมถึงช่องโทรทัศน์ไทย มีไวไฟทั้งในห้อง และทั่วโรงแรม

ใครอยากจะนั่งชิวๆ ด้านนอก ก็มีประตูบานเกล็ดแบบฝรั่งเศสเปิดเชื่อมตัวห้องกับระเบียงให้นั่งผ่อนคลายรับลมได้ นอกจากนี้ยังมีห้องอาหารไว้คอยบริการ มีเชฟฝีมือดี ปรุงได้ทั้งอาหารลาว และฝรั่งเศส แถมยังมีสปาไว้บริการคนขี้เมื่อย มีฟิตเนส และห้องอ่านหนังสือไว้รับรองด้วย

ได้เข้าห้องพักผ่อนหย่อนใจกันสักพัก ถึงเวลาตะลุยเมืองหลวงพระบาง ซึ่งแล้วแต่ว่านักท่องเที่ยวจะเลือกเดิน นั่งรถ หรือปั่นจักรยานชมเมือง ทุกอย่างมีพร้อมให้บริการ หมดห่วงเรื่องการเดินทาง ปัญหารถติดก็ไม่มี เพราะที่นี่รถน้อย ห้ามไม่ให้รถบัสวิ่งในเมือง มองไปทางไหนเห็นแต่รถตุ๊กตุ๊ก 4 ล้อ รถสกายแลป 3 ล้อ รถตู้ รถมอเตอร์ไซต์ จักรยาน รถเก๋ง และรถกระบะวิ่งอยู่ตามท้องถนนเล็กๆ ขนาด 2 เลน ภายในรอบเมืองแบ่งถนนเป็น 3 ส่วนคือ ริมแม่น้ำโขง ริมแม่น้ำคาน ซึ่งทั้ง 2 เส้นนี้จะเดินรถทางเดียว ส่วนเส้นกลางเมืองรถวิ่งแบบสวนเลนได้

ก่อนออกเดินทางไม่ว่าจะรูปแบบไหน สังเกตกันสักนิด เพราะการเดินรถที่นี่ต่างจากเมืองไทย โดยเดินรถชิดขวา พวงมาลัยคนขับอยู่ด้านซ้าย เวลาข้ามถนน หรือปั่นจักรยานต้องดูให้ดี มองซ้ายก่อนมองขวา ที่สำคัญใครคิดจะซิ่งรถในเมืองหลวงพระบางต้องคิดใหม่ ที่นี่กำหนดให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ถ้าออกนอกเมืองขับได้ไม่เกิน 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เรื่องอุบัติเหตุจึงไม่ค่อยมีให้เห็นมากนัก


อย่างที่เกริ่นไปข้างต้น เป็นความโชคดีที่โรงแรม AZERAI ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ทำให้อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วัดวาอารามที่มีสถาปัตยกรรมงดงามอยู่มากมาย เช่น วัดหนองศรีคูนเมือง ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐสถานพระเจ้าองค์แสน พระพุทธรูปสำคัญของเมือง เป็นพระพุทธรูปศิลปะแบบเชียงแสน ตามตำนานกล่าวไว้ว่าลอยตามแม่น้ำโขงมา โดยชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมาก, วัดเชียงทอง ที่ได้รับการยกย่องว่าสวยที่สุดในหลวงพระบาง และเป็นสุดยอดแห่งสถาปัตยกรรมล้านช้าง งานนี้ได้ทำบุญแบบอิ่มใจ เพราะไม่ว่าจะวัดใดก็ไม่มีพุทธพาณิชย์ให้เห็น

นอกจากวัดยังมีธรรมชาติให้ชื่นชม นั่งรถออกจากโรงแรมประมาณ 30 กิโลเมตร ใช้เวลา 50 นาที ก็ถึง น้ำตกกวางสี ซึ่งเป็นน้ำตกที่ใหญ่มาก มีน้ำใสไหลเย็น สวยงามที่สุดในหลวงพระบาง ค่าเข้าชมคนละ 80 บาท หากใครไม่อยากเดินทางออกนอกเมือง ก็สามารถเช่าเรือล่องแม่น้ำโขงข้ามไปฝั่ง อ.จอมเพ็ชร ได้ ที่นี่มี สวนผาตัดแก้ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมพืชพันธุ์ต่างๆ ที่รวบรวมมาจากหลายประเทศกว่า 1,500 ชนิด ซึ่งมีต้นกล้วยไม้ของไทยด้วย อย่างไรก็ตามหากมีรถมาเอง และอยากนำรถข้ามไป ก็ใช้บริการ เรือบักข้าม หรือ เฟอรี่โบท เป็นเหมือนแพขนานยนต์ข้ามฝั่งได้เช่นกัน

ท่องเที่ยวกันแล้วก็ถึงเวลาช็อปปิ้ง เดินออกจากโรงแรม AZERAI เพียงไม่กี่ก้าว หากเป็นตอนเช้าก็ต้องไม่พลาดแวะตลาดเช้าหาซื้อของสด หรือชมวิถีชีวิตการจับจ่ายซื้อของของคนที่นี่ หากหิวก็แวะหาชา กาแฟ ปาท่องโก๋กินลองท้องที่ร้านประชานิยม ซึ่งเป็นไฮไลท์ที่เวลานี้ใครมาหลวงพระบางต้องแวะทุกราย ส่วนตอนเย็นก็มีตลาดกลางคืน เป็นถนนคนเดินอยู่เยื้องโรงแรม AZERAI ชาวบ้านจะนำสินค้ามาขาย มีทั้งสินค้าพื้นเมือง ของที่ระลึก และอาหารให้เลือกมากมาย

...อีกหนึ่งความประทับใจ เกือบลืมบอก ใครชอบตื่นเช้าๆ ตี 5 หรือไม่เค้ย...ไม่เคย มีโมเมนต์นี้ มาที่นี่ ทุกรายเป็นต้องลุกมาห่มสไบไปตักบาตรข้าวเหนียว อิ่มบุญอิ่มใจ สุดจะบรรยาย

แม้ทริปนี้จะใช้เวลาสั้นๆ แต่ก็ซึมซับความมีเสน่ห์ของเมืองหลวงพระบางแบบเต็มอิ่ม หากใครอยากใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ พักผ่อนอย่างแท้จริง บอกเลยต้องมาลอง อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่เอื้อม.

มณีรัตน์ ศิริปัญจนะ

เพิ่มเติมจาก เดลินิวส์

image beaconimage beaconimage beacon