คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

(คลิปข่าว) "อ.เดชา" ความกล้าหาญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มีมากกว่าความกลัวจะถูกตำรวจจับดำเนินคดี

การใช้กัญชาอย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไม่ว่าจะใช้เพื่อการรักษาโรคหรือใช้เพื่อความเพลิดเพลิน กลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทย หลังกฎหมายระบุให้กัญชาเป็นสิ่งเสพติดให้โทษ ผู้ที่มีไว้ในครอบครองจะถูกจับหรือปรับ ซ้ำไปกว่านั้นคนที่มีกัญชาอยู่ในมือ ถูกมองว่าเป็นพวกอาชญากรไม่ต่างจากคนขายยาบ้านอกจากลุงตู้แล้ว อ.เดชา ศิริภัทร ประธานมูลข้าวขวัญ ก็เป็นอีกคนที่แจกน้ำมันกัญชากับผู้ป่วย แต่อ.เดชาอาจไม่โชคดีเหมือนอย่างลุงตู้ เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญ หรือ อ.ซ้ง ที่ถูกเจ้าหน้าที่ ปปส.เข้าจับกุมและยึดน้ำมันกัญชา ที่อาจารย์เดชา เตรียมแจกจ่ายให้กับผู้ป่วย โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ไว้เป็นของกลาง การทำหน้าที่ ของ ปปส.ครั้งนี้ ถูกสังคมตั้งคำถามว่า นอกจากจะทำตามกฎหมายแล้ว มีอะไรที่นอกเหนือไปมากกว่านั้น หรือไม่ บรรยากาศที่ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ในวันขอประกันตัวอ.ซ้ง เต็มไปด้วยผู้คนที่มาช่วยให้กำลัง และจับกลุ่มพูดคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้น วิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี ที่คุ้นเคยกับ อ.เดชามากว่า 30 ปี มองว่า การจับกุมนายเดชา เป็นเหมือนการเชือดไก่ให้ลิงดู ตั้งข้อสังเกตถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของรัฐ ว่าอาจเป็นการเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนหรือไม่ อ.เดชา เป็นครูชาวนา ที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการข้าวเกษตรอินทรีย์ ที่ผ่านมาอ.เดชา ศึกษาวิจัยเรื่องกัญชา อย่างหลบๆซ่อนๆ แต่เมือพบว่ากัญชารักษาโรคได้จริง ความกล้าหาญที่แจกจ่ายยาเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ มีมากกว่าความกลัวจะถูกตำรวจจับดำเนินคดี เพื่อให้แจกจ่ายน้ำมันกัญชาทางการแพทย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย อาจารย เดชาจำเป็นต้องทำในนามหมอพื้นบ้าน ซึ่งเข้าหลักเกณฑ์ ทั้ง 8 ด้านหนึ่งในนั้นคือรักษาผู้คนในชุมชนมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 10 ปี ซึ่งก่อนหน้านี่อาจารย์ใช้รางจืดถอนพิษกับชาวนาที่ใช้สารเคมีปลูกข้าวมาก่อน ขั้นตอนต่อไปหลังขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้าน คือการขออนุญาตจากอย. เพื่อออกหนังสือแสดงการมีไว้ในครอบครองกัญชา ซึ่งหมอพื้นบ้านคนอื่นที่ใช้กัญชาปรุงยาต้องจดแจ้งในลักษณะเดียวกัน

ถัดไป

ถัดไป

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon