คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

คาบสมุทรเกาหลี จะกลับมาระอุอีกครั้ง เมื่อสหรัฐฯ ไม่เดินตามเกม คิม จองอึน

วันนี้ ยังคงจะติดตามสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี ที่ดูเหมือนว่าจะสงบเงียบไปสักระยะหนึ่ง หลังจากที่เกาหลีเหนือยุติการพัฒนานิวเคลียร์ และหันมาเจรจากับทางด้านสหรัฐฯ ถึง 2 ครั้ง 2 ครา ครั้งแรก เมื่อเดือนมิถุนายน 2561 ที่ประเทศสิงคโปร์ ในขณะที่ดูเหมือนว่าสันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีเริ่มจะมีแสงสว่าง การเจรจารอบที่ 2 ของผู้นำเกาหลีเหนือ และสหรัฐฯ ก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม แต่การพบกันครั้งนี้ไม่ราบรื่นเหมือนครั้งแรกรายการ ทันสถานการณ์โลก (กับ สถาพร เกื้อสกุล) ซึ่งก็ต่อเนื่องจากรายการเกาะติดสงครามโลก ครั้งที่ 3 ที่เคยออกอากาศในวันธรรมดา ก็มาประมวลเรื่องราวต่าง ๆ ให้คุณผู้ชมได้ติดตามกันในวันเสาร์ อาทิตย์ แบบนี้การพบกันปลายเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ของสองผู้นำ ไม่ราบรื่นนัก เมื่อการทานอาหารเที่ยงของวันที่ 2 ของการประชุม เป็นอันต้องยกเลิกไป และไม่มีใครออกมาพูดว่าเกิดจากสาเหตุใด จนเวลาผ่านไปเดือนกว่า สื่อต่างประเทศออกมาเปิดเผยว่าการยกเลิกการทานอาหารร่วมกันของคิม จองอึน และ โดนัลด์ ทรัมป์ เกิดจากเอกสารที่โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งให้กับคิม จองอึนในการประชุมช่วงเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นั่นเอง ในเอกสารดังกล่าวมีทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาเกาหลี เป็นเงื่อนไขที่ทางด้านโดนัลด์ ทรัมป์ได้แสดงถึงความต้องการให้ เกาหลีเหนือส่งมอบอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองทั้งหมดให้กับทางด้านสหรัฐฯ และทำลายบรรดาสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวเนื่องกับการพัฒนานิวเคลียร์ รวมถึงบุคลากร ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ให้ไปทำภารกิจอย่างอื่น แน่นอนว่า คิม จองอึน ไม่ยอมรับกับเงื่อนไขดังกล่าว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องคุยกันต่อ คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้พูดถึงการพบปะพูดคุยกับทางด้านผู้นำสหรัฐฯ ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ในการประชุมสมัชชาประชาชนสูงสุดแห่งชาติ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เป็นความล้มเหลว และจะทำให้ทั้งสองประเทศไปสู่จุดเสี่ยงอีกครั้ง โดยเขาได้กล่าวย้ำว่าจะไม่พบกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ อีก เป็นครั้งที่ 3 ถ้าเห็นว่าทางด้านผู้นำสหรัฐฯ ยังมีพฤติกรรมเหมือนเดิม เพราะมันจะนำมาซึ่งความล้มเหลว เหมือนกับการเจอกันในครั้งที่ผ่านมา ผู้นำเกาหลีเหนือ ไม่ได้ปฏิเสธ โอกาสที่จะพบเจอกันอีกครั้ง แต่คิม จองอึน ได้กล่าวว่าเขาให้เวลาสหรัฐฯ และนายโดนัลด์ ทรัมป์ ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ในการปรับเปลี่ยนจุดยืนและการตัดสินใจ ที่มีต่อเกาหลีเหนือ โดยที่ผ่านมาทางด้านผู้นำสหรัฐฯ ได้ยืนยันว่าตนเองพร้อมที่จะพบกับทางด้านผู้นำเกาหลีเหนืออีกครั้ง แต่ทั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงเอาไว้ซึ่งมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อรัฐบาลเกาหลีเหนือต่อไป เพื่อเป็นการการันตีว่าอีกฝ่ายจะอยู่ในกรอบของการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งที่ผ่านมาทางด้านเกาหลีเหนือ เรียกร้องมาโดยตลอดว่าหากสหรัฐฯ ต้องการที่จะให้เกาหลีเหนือนั้นปลดอาวุธนิวเคลียร์ นั้น ก็ต้องแลกกับการยุติการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ในทุกกรณี แต่ทว่า สหรัฐฯ นั้นยังคงเดินหน้าคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่สร้างความไม่พอใจให้กับทางด้านคิม จองอึน สถานการณ์เวลานี้ คิม จองอึน ได้พลิกเกมถือไพ่เหนือกว่าโดนัลด์ ทรัมป์อย่างชัดเจน โยนความกดดันไปยังสหรัฐฯ ว่าถ้าหากต้องการให้เกาหลีเหนือทำตามที่สหรัฐฯต้องการ นั่นหมายความว่าสหรัฐฯ จะต้องทำตามที่เกาหลีเหนือต้องการเสียก่อน นั่นคือการถอนการคว่ำบาตรทั้งหมดกับเกาหลีเหนือซะ คิม จองอึน จึงจะร่วมวงเจรจากับโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นครั้งที่ 3 ขณะที่ทางด้าน นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ตอบกลับเรื่องดังกล่าวทันทีเช่นกัน โดยเขาบอกว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมงานจะเดินหน้าต่อไปตามแนวทางการทูต และกล่าวถึง คำมั่นสัญญาจากคิม จองอึน ในการปลดนิวเคลียร์ ว่าสหรัฐต้องการ ความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมกับเรื่องดังกล่าวเช่นกัน แม้ว่าทางด้านสหรัฐฯ จะไม่ตอบตรง ๆ แต่แปลความได้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ปรับเปลี่ยนท่าทีใด ๆ จากที่เป็นอยู่ ดังนั้นถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเท่ากับว่าการพบกันครั้งที่ 3 ระหว่างคิม จองอึน กับ โดนัลด์ ทรัมป์ คงยากที่จะเกิดขึ้น และที่น่าสนใจกว่านั้นก็คือสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีจะกลับมาระอุอีกครั้งหรือไม่ เพราะคิม จองอึนเองเคย พูดไว้เช่นเดียวกันว่าเกาหลีเหนืออาจจะกลับสู่แนวทางของตัวเองอีกครั้ง นั่นก็คือเดินหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์รอบใหม่นั่นเอง

ถัดไป

ถัดไป

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

PPTV

image beaconimage beaconimage beacon