คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

หัวเว่ย....เผยได้พัฒนา OS ของตัวเองไว้ใช้กรณีฉุกเฉิน หากถูกปิดกั้น

ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท หัวเว่ย เผยบริษัทจะมุ่งพัฒนาชิ้นส่วนอุปกรณ์ด้วยเทคโนโลยีตัวเอง และลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา ยืนยันบริษัทกำลังสร้างระบบปฏิบัติการ สำหรับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ของตัวเองนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยีส์ ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ของจีน ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อต่างประเทศว่า บริษัทเตรียมความพร้อมมาระยะหนึ่งแล้วสำหรับเรื่องนี้ โดยบริษัทจะมุ่งพัฒนาชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่สำคัญๆด้วยเทคโนโลยีของตัวเอง และลดการพึ่งพาซัพพลายเออร์ต่างประเทศ โดยเฉพาะจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ปัจจุบัน หัวเว่ยฯ ซึ่งเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในโลก มีการนำเข้าชิ้นส่วนต่างๆจากภายนอกองค์กรประมาณ 67,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในแต่ละปี นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากหัวเว่ยฯยังเปิดเผยต่อซีเอ็นบีซี สื่อใหญ่ของสหรัฐฯเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2562 ยืนยันว่า บริษัทกำลังสร้างระบบปฏิบัติการ (OS) สำหรับสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ของตัวเอง(แหล่งข่าวในประเทศจีน ว่าระบบปฏิบัติการดังกล่าว มีชื่อว่า หงเมิ่ง (Hongmeng) เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2555) เพื่อเป็นทางออกต่อกรณีที่บริษัท อาจถูกสกัดกั้นไม่ให้ใช้ซอฟต์แวร์ของบริษัทอเมริกันอย่างกูเกิ้ล หรือไมโครซอฟท์ ปัจจุบัน นอกจากหัวเว่ยฯจะใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิ้ลในสินค้าของบริษัทกลุ่มสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสารขนาดพกพาแล้ว บริษัทยังใช้ระบบปฏิบัติการวินโดว์ของไมโครซอฟต์ ซึ่งเป็นบริษัทอเมริกันเช่นเดียวกับกูเกิ้ล ในกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์แล็ปท้อปและแท็บเล็ต ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์ของหัวเว่ยฯ ริชาร์ด ยู ให้สัมภาษณ์ Die Welt สื่อใหญ่ของเยอรมันว่า บริษัทมีระบบปฏิบัติการสำรองไว้ใช้แล้วสำหรับกรณีฉุกเฉินหากถูกปิดกั้นจากซอฟต์แวร์ของบริษัทสหรัฐฯอย่างสิ้นเชิง "นั่นคือแผนสอง (Plan B) ของเรา แต่แน่นอนว่า ถ้าเป็นไปได้เราก็อยากทำงานกับระบบนิเวศของกูเกิ้ลและไมโครซอฟต์มากกว่า" นอกจากนี้ ยังยอมรับว่ากำลังพัฒนาชิปสำหรับใช้กับสมาร์ทโฟนของบริษัทเองในอนาคต นักวิเคราะห์มองว่า สำหรับตลาดสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยฯ ตอนนี้ยอดขายราว 50% มาจากตลาดจีนเอง ซึ่งรัฐบาลจีนห้ามใช้บริการของกูเกิ้ล หรือ Google services อยู่แล้ว ซึ่งรวมทั้งการเข้าถึง google Play Store ก็ถูกปิดกั้นอยู่แล้วด้วย ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯจึงอาจไม่กระทบตลาดจีน แต่จะมีผลกระทบหนักในตลาดต่างประเทศที่นิยมใช้ระบบแอนดรอยด์ ในปีที่ผ่านมา (2561) หัวเว่ยฯ สามารถแซงหน้าบริษัทแอปเปิ้ล ผู้ผลิตโทรศัพท์ไอโฟน ขึ้นมาเป็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากบริษัท ซัมซุง ได้สำเร็จ ผู้บริหารของหัวเว่ยฯ คาดหมายว่า ภายในปี 2020 หรือเพียงปีเดียวข้างหน้า บริษัทจะสามารถก้าวขึ้นเป็นอันดับ1 ได้ในที่สุด

ถัดไป

ถัดไป

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon