คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ค้านธุรกิจน้ำเมา เสนอรัฐแก้กฏหมายคุมเหล้า

จากกรณีกลุ่มผู้ประกอบการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลแก้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยขอให้ขยายเวลาขาย รวมทั้งให้โฆษณาเหมือนสินค้าอื่นๆได้ ซึ่งสวนทางกับผลวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่พบคนไทยเกือบ 3 ล้านคนติดเหล้าเสียชีวิตเพราะเมาเป็นเหตุทุก 10 นาที ด้านนักวิชาการจึงออกมาเรียกร้องรัฐบาลให้หนักแน่นในเรื่องนี้ ไปติดตามจากรายงานคุณขวัญเรียม แก้วสุวรรณนักวิชาการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร บอกว่า จากกรณีสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทยเรียกร้องให้ภาครัฐแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 เพื่อให้ขยายเวลาขายและยกเลิกมาตรการอื่นๆ ที่อ้างว่าเป็นอุปสรรคในการค้าขาย เรื่องนี้อยากอธิบายว่า สุราเป็นหนึ่งในสิ่งเสพติด และเป็นสินค้าที่มีความต้องการของตลาด ความพิเศษ คือ ลดทอนสติสัมปชัญญะและสร้างความเดือดร้อนแก่สังคม สะท้อนจากงานวิจัยจำนวนมาก ระบุถึงผลกระทบ คือ สุราเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลก มากถึง 3.3 ล้านคนต่อปี เฉพาะคนไทยพบทุก 10 นาที ปีละกว่า 5 หมื่นคน สุราเป็นสาเหตุของโรคถึง 200 ชนิด โดยเฉพาะโรคมะเร็งตับ ซึ่งเป็นอันดับ 4 ของสาเหตุการตาย และก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจปีละ 90,000-150,000 ล้านบาทขณะเดียวกันพบว่า สุราเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเยาวชน อายุ15-29 ปีกว่าร้อยละ 9 ที่น่าห่วงคือ คนไทยสูงถึง 2 ล้าน 7 แสน 5 หมื่นคน ติดสุราหรือมีพฤติกรรมดื่มแบบอันตราย อีกทั้งยังมีผลกระทบรอบตัวมากมาย เช่น 1 ใน 4 หรือร้อยละ 25 เคยถูกคุกคามทางเพศ และทำร้ายร่างกายจากคนที่ดื่มสุรา ซึ่งความสูญเสียมากที่สุดคืออุบัติเหตุและเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ทุกปีมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุสองหมื่นกว่าราย ในจำนวนนร้อยละ 60 มีระดับแอลกอฮอล์ในเลือดเกินกว่ากฎหมายกำหนดเลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ บอกว่า ขอคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล เพราะเป็นสินค้าอันตรายต่อสุขภาพ ไม่ใช่นมหรือน้ำอัดลม และผู้ที่ดื่มอาจไปสร้างความสูญเสียให้คนอื่น ทั้งอุบัติเหตุจากการเมาแล้วขับ ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท ดังนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่สินค้าอันตรายนี้จะต้องถูกควบคุมการจำหน่าย การโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อม กำหนดช่วงเวลา รวมไปถึงมาตรการอื่นๆ ซึ่งกว่า 10 ปีแล้ว ที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ถ้าผู้เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญและบังคับใช้อย่างจริงจังต่อเนื่อง เชื่อว่าความสูญเสียจะลดน้อยลงเลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ ยังบอกอีกว่า ขอฝากไปยังผู้ผลิตและจำหน่าย ตราบใดที่กฎหมายเปิดช่องให้กระทำได้ แต่ควรคิดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น แค่นี้ประเทศไทยก็สูญเสียพอแล้ว มีผู้เสียชีวิตติดอันดับ 1 ของโลก โดยในปี 2559 บนท้องถนนเสียชีวิต 22,356 ราย กว่าครึ่งเกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จึงอยากถามว่าธุรกิจน้ำเมาจะเยียวยาครอบครัวผู้สูญเสียเหล่านี้อย่างไร
image beaconimage beaconimage beacon