คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
พายุฝนถล่มโคราช บ้านเสียหายหลายหลัง

จับตา "ปฏิวัติวงการผ้าเหลือง"

เดือนเศษหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเด้ง พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสนห์ จากผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เข้ากรุเป็นผู้ตรวจราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 สิงหาคมที่ผ่านมา มีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นในวงการผ้าเหลืองบ้านเราอย่างไม่น่าเชื่อตลอด 1 เดือนเศษที่ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงย้อนกลับ มีข่าวลือทำนองว่า "พระผู้ใหญ่บางรูป" กดดันรัฐบาลให้ปลด พันตำรวจโท พงศ์พร ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ ที่กำลังตรวจสอบ "เงินทอนวัด" อย่างขะมักเขม้น มีข่าวถึงขนาดว่าถ้าไม่เปลี่ยนตัว ผอ.สำนักพุทธฯ จะบอยคอตกิจกรรมสำคัญของรัฐบาลแต่แล้วทิศทางของสถานการณ์ก็เริ่มเปลี่ยน วันนี้ "ล่าความจริง" จะพาคุณผู้ชมไปดูว่าตลอด 1 เดือนที่ผ่านมา มีอะไรเกิดขึ้นในวงการสงฆ์ไทยบ้าง และ "อะไร" กำลังจะเกิดต่อไป ติดตามจากรายงานพิเศษค่ะห้วงเวลาเกือบๆ หนึ่งเดือนหลัง ครม.มีมติโยกย้าย พันตำรวจโท พงศ์พร ออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ คลื่นลมที่ทำท่าจะสงบในช่วงแรก กลับโหมแรงขึ้นมาอย่างน่าตกใจ...20 กันยายน ตำรวจคุมตัว พระมหาอภิชาติ ปุณฺณจนฺโท จากจังหวัดสงขลา หลังแสดงความเห็นวิจารณ์ศาสนาอิสลามอย่างรุนแรง โดยโยงกับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จนสุดท้ายยอมสึกจากสมณเพศ21 กันยายน ตำรวจ ปปป.ลุยค้น 14 จุดใน 7 จังหวัด รวมทั้งบ้านอดีต ผอ.สำนักพุทธฯอย่าง "นายพนม ศรศิลป์" เพื่อหาหลักฐานเรื่องเงินทอน26 กันยายน ตำรวจ ปปป.ส่งสำนวน "เงินทอนวัด เฟส 2" ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไต่สวนต่อ ทั้งยังแจ้งข้อหาพระผู้ใหญ่ 4 รูป โดยมีพระเลขานุการของ "เจ้าคณะใหญ่หนกลาง" รวมอยู่ด้วย และวันเดียวกันนั้นเอง ครม.ก็มีมติคืนตำแหน่ง ผอ.สำนักพุทธฯ ให้ พันตำรวจโท พงศ์พร30 กันยายน เจ้าคณะใหญ่ 5 รูปที่ปกครองพระสงฆ์ทั่วประเทศ คือ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง , หนเหนือ , หนใต้ , หนตะวันออก และเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ได้ออกคำสั่งให้พระสังฆาธิการควบคุมจัดการพระภิกษุสามเณรในเขตปกครอง เรียกว่า "กฎเหล็ก 6 ข้อ" ทั้งพระ เณรที่ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง วิจารณ์หรือแสดงออกในแนวยั่วยุปลุกปั่น แสดงอากัปกิริยาไม่เหมาะสมกับสมณเพศ ไม่ตรงกับเพศกำเนิดของตน , ไม่เคร่งครัดพระธรรมวินัย ให้ดำเนินการทางวินัยสงฆ์ หากหนักข้อหรือละเมิดกฎหมาย ก็ให้ประสานเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการตามกฎหมายนอกจากนั้นยังสั่งห้ามวัดติดป้ายโฆษณาปลุกเสกวัตถุมงคล เครื่องราง ของขลัง อวดอ้างสรรพคุณพระเกจิอาจารย์ ถ้ามีอยู่แล้วให้รื้อออกทั้งหมด และห้ามจำหน่ายวัตถุมงคล เครื่องรางของขลังในพระอุโบสถด้วยหลังกฎเหล็ก 6 ข้อออกมาไม่ทันข้ามคืน ช่วงต้นเดือนตุลาคม มีข่าว "เจ้าคุณธงชัย" หรือ พระพรหมมังคลาจารย์ หายตัวไปจากวัดไตรมิตรฯ โดยเจ้าคุณธงชัย เจ้าของผ้ายันต์เลสเตอร์ เป็นพระสายเกจิชื่อดังที่สุดในยุคนี้ มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ไม่เว้นแม้ในค่ายการเมือง เคยไปร่วมปลุกเสกงานใหญ่ๆ ไม่เว้นแม้แต่งานของ "พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์"2 ตุลาคม พันตำรวจโท พงศ์พร เข้าทำงานวันแรก จากนั้นวันรุ่งขึ้นได้เซ็นคำสั่งย้ายผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด 14 คนรวด ในจำนวนนี้มี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม ผู้อำนวยการกองพุทธศาสนสถาน และนักวิชาการการเงินและบัญชี สำนักงานเลขานุการกรมฯ รวมอยู่ด้วย สะท้อนนัยยะต่อเนื่องจัดการเรื่อง "เงินทอน" ค่อนข้างชัดเจนคำถามคือนับจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก คำตอบที่ "ล่าความจริง" รวบรวมมาได้ คือ การเดินหน้าตรวจสอบเงินทอนวัด เฟส 3 ซึ่งมีวัดอยู่ในข่ายถูกตรวจตรามากกว่า 100 วัดทั่วประเทศ รวมถึงกิจกรรม "ปั้นตัวเลขผี" นักเรียนพระปริยัติธรรม และการจ่ายงบอุดหนุนเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา ซึ่งทั้ง 3 ก้อนนี้ แต่ละปีใช้งบประมาณสูงถึงกว่า 2 พันล้านบาท / แต่เป้าหมายหลักอยู่ที่ข้าราชการสำนักพุทธฯ ที่มีพฤติกรรมฉ้อฉล โดยจะต้องกวาดบ้านตนเองให้เรียบร้อยเสียก่อนนอกจากนั้นยังมีคิวถอดถอนสมณศักดิ์สงฆ์ที่ทุจริตหรือประพฤติผิดพระธรรมวินัยร้ายแรง และแก้พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เพื่อเปิดบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดอย่างโปร่งใส โดยทั้งหมดจะทำงานอย่างเงียบเชียบภายใต้การนำของ พันตำรวจโท พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ซึ่งจนถึงป่านนี้ยังไม่ให้สัมภาษณ์เลยแม้แต่ประโยคเดียว แต่งานกลับรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว เข้าทำนอง "พลังเงียบ เฉียบขาด"วงในบอกว่างานปฏิวัติวงการผ้าเหลืองนี้ ต้องมีคนบาดเจ็บไม่น้อยเลย...

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon