คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
กระโดดสาวหมัดใส่คู่กรณีไม่ยั้ง!

จุดจบ!......"มือฆ่า หั่นศพ"

จากฆาตกรรมศพสะเทือนขัวญ ที่สังคมกำลังให้ความสนใจ "คดีเปรี้ยว ชำแหละศพ แอ๋ม" ทำให้หลายคนสงสัยว่าอะไรคือสาเหตุของพฤติกรรมความรุนแรงและย้อนดูโทษแห่งคดี "ฆ่าหั่นศพ"ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ติดตามจากรายงานคุณอนุพรรณ จันทนะประเทศไทย ส่อก้าวเข้าสู่ยุคของการใช้ความรุนแรงมากขึ้น เห็นได้จากมีคดีฆ่าหั่นศพเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และเพิ่มระดับความโหดเหี้ยมมากยิ่งขึ้น กรณีล่าสุดที่เป็นเรื่องราวสะเทือนขวัญผู้คนเป็นอย่างมาก คือ คดีฆ่าหั่นศพ "น้องแอ๋ม" น.ส.วาริสรา กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะ ที่ถูกฆ่าหั่นแยกออกเป็น 2 ท่อน ที่มีทีมฆ่าเป็นหญิงสาวเช่นกัน พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ บอกว่า ปัจจุบันผู้หญิงมีแนวโน้มก่อความรุนแรงมากขึ้น เพราะมีความเปลี่ยนแปลงไปจำนวนมาก อย่างการฆ่าลูกแรกเกิด ขณะเดียวกัน ผู้หญิง ยังกลัวเลือดน้อยกว่าผู้ชาย ส่วนปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ลงมือ คือ ศีลธรรมหายไป ระบบควบคุมของสังคมอ่อนแอ ที่ไม่เกิดการลงโทษให้เข็ดหลาบ และความร้ายแรงที่เข้าหาตัวตั้งแต่เด็ก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เป็นตัวทำให้เกิดความเสี่ยงฆ่าคน และการฆ่าหั่นศพในทุกกรณีที่ผ่านมา พบว่า มีความต่ำในจุดหักห้ามใจ หรือ ไม่เกรงกลัวต่อบาป โดยบางครั้งผู้ลงมือ เจ็บป่วยทางจิต แต่บางครั้งก็ถูกสังคมสร้างมาหมอพรทิพย์ เล่าให้ฟังถึงพฤติกรรมฆ่าหั่นศพว่า เริ่มจากลักษณะขบวนการฆ่ายาเสพติดแก๊งค์ลูกหมู ที่ชำแหละแล้วห่อใส่ตู้เย็น จากเหตุผลที่เกิดการหักหลังในธุรกิจสีเทา แต่ต่อมาเป็นกรณีใหญ่ที่หมอเป็นผู้ลงมือ และจากนั้นก็เกิดขึ้นได้ทุกกรณีในปัจจุบัน ส่วนการพิสูจน์หลักฐาน หมอพรทิพย์ มองว่า เป็นคดีที่มีความง่าย เพราะสามารถใช้เทคโนโลยีตรวจเลือดที่ติดได้ทุกที่ ซึ่งสามารถตามรอยได้ง่าย และการฆ่าหั่นศพจะทิ้งร่องรอยจำนวนมากส่วนการฆ่าหั่นศพ ผู้หญิงสามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียวหรือไม่ หมอพรทิพย์ บอกทฤษฎีทั่วไป ผู้หญิง มักไปบีบคอคนตัวเท่าๆ กันไม่ได้ เนื่องจากผู้หญิงมีแรงน้อย จากที่ทำการทดลองอวัยวะที่นำไปสู่การเสียชีวิตตรงคอ มี 4 จุด โดยแต่ละจุดใช้น้ำหนักเยอะพอสมควร ดังนั้นมือบีบต้องมีแรงจำนวนมาก หรือ ผู้หญิงคนนั้นต้องเป็นนักกีฬาหมอพรทิพย์ ยังไม่ขอฟันธงว่าคดีฆ่าน้องแอ๋ม เป็นการลงมือเพียงคนเดียวหรือไม่ เพราะส่วนตัวไม่เห็นศพ แต่เสนอให้จำลองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็จะรู้ว่าเป็นการกระทำคนเดียวหรือไม่ นอกจากนี้ ยังได้ตั้งข้อสังเกตุ ให้ตรวจคราบเลือดด้วยเทคโนโลยีกับผู้ที่ถูกจับกุมได้แล้วในขณะนี้ ซึ่งก็จะทำให้พอรู้ว่าลงมือคนเดียวหรือไม่และหากดูบทสรุปการลงโทษสำหรับคดีฆ่าหั่นศพย้อนหลังบางส่วน ก็จะพบว่า มีทั้งสั่งประหารชีวิต และจำคุก จนปัจจุบันได้รับอิสระภาพแล้ว อย่างคดี เสริม สาครราษฎร์ ลงมือชำแหละศพแฟนสาวในอ่างอาบน้ำ ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิต แต่ปัจจุบัน เสริม ได้พ้นโทษเมื่อเดือนธันวาคม 2555คดี นพ.วิสุทธิ์ บุญเกษมสันติ ฆ่าชำแหละ พญ.ผัสพร ผู้เป็นภรรยา เมื่อปี 2544 ท้ายสุดศาลมีคำพิพากษาประหารชีวิต แต่ นพ.วิสุทธิ์ ได้รับการอภัยโทษหลายครั้ง เนื่องจากปฏิบัติตัวดี จนได้รับการพักโทษ และปล่อยตัวในเวลาต่อมา รวมจำคุกเป็นระยะเวลา 10 ปี 9 เดือน และคดีนางพรชนก ไชยะปะ และนายสมชาย แก้วบางยาง ฆ่าหั่นศพ นายโยชิโนริ ครูสอนภาษาชาวญี่ปุ่น วัย 79 ศาลพิพากษา ให้จำคุกตลอดชีวิต บทสรุปในหลายคดีฆ่าหั่นศพที่รอดแดนประหารชีวิต อาจเป็นส่วนสำคัญให้สวยสังหาร เปรี้ยว ปรียานุช โนนวังชัย กลับใจเข้ามอบตัว เพราะอาจปลอดภัยกว่าที่จะโลดแล่นบนหลังเสือ

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon