คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

"ต่าย-ทิม" ขึ้นศาลร้องสิทธิ์ดูแลลูก ลื้อคำร้องเริ่มใหม่หมด

เรื่องราวของการร้องขอสิทธิ์ในการดูแลลูก ระหว่าง "ทิม พิธา" และ "ต่าย ชุติมา" ยังไม่จบนะคะเพราะการตัดสินก่อนหน้านี้ที่ "ทิม" เป็นผู้ชนะคดีจนได้สิทธิ์ในตัวลูก โดยลูกจะอยู่กับพ่อ 5 วัน และ แม่อีก 2 วันแต่หลังจากนั้น ฝั่งต่าย ได้ร้องต่อศาลอีกครั้งว่า ว่าตนเองไม่ได้รับหมายศาลและไม่จงใจขาดนัดการพิจารณาคดี เนื่องจากโจทก์ส่งหมายและสำเนาฟ้อง ไปยังบ้านอีกหนึ่งที่ ที่ต่ายนั้นไม่ได้อาศัยอยู่ จึงทำให้ศาลนัดให้พิจารณาคดีใหม่ ส่วนอีกหนึ่งคดีเมื่อวานนี้ที่ขึ้นศาลกันคือกรณีการทำร้ายร่างกายการไต่สวนคดีขอคุ้มครองสวัสดิภาพ ที่ "ต่าย ชุติมา" ยื่นฟ้อง "ทิม พิธา" ทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงตามเวลานัดของศาลและก่อนเข้าไปด้านใน ฝั่ง "ทิม พิธา" ได้พูดกับสื่อมวลชนว่า ตนขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจ ในขณะนี้ "น้องพิพิม" ได้เข้าเรียนหนังสืออย่างเป็นระบบแล้วหลังจากที่ต้องเข้าเรียนสองโรงเรียนพร้อมกัน และหลังจากนี้ขออย่าลงรูปลูกของตัวเองที่เกี่ยวกับข่าวนี้อีกเลย การไต่สวนใช้เวลายาวนานถึง 11 ชม. จนถึงเวลา 19.30 น. ซึ่งคดีเรื่องการทำร้ายร่างกาย ที่ต่ายเรียกร้องค่าเสียหาย และคุ้มครองสิทธิ์ ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง มีมติ "ไม่รับฟ้อง" โดยระบุว่า ยังไม่ถึงขั้นความรุนแรงในครอบครัว หลังจบการไต่สวน ทั้งคู่ก็ออกมาจากศาล ด้าน ทิมนั้นเดินทางทางด้านหลังศาลไป แต่ต่ายนั้นได้เดินมาคุยกับสื่อมวลชนว่า ตลอดการที่อยู่กินกันมากว่า 10 ปีนั้น เธอถูกทำร้ายร่างกายมาโดยตลอด ซึ่งศาลเห็นว่ามีการทำร้ายกันจริง แต่ ไม่รุนแรงขนาดเป็นความรุนแรงในครอบครัว ถึงแม้ผลจะออกมาเป็นแบบนั้นมันก็มีความกังวลในการอยู่ร่วมกัน หลังจากนั้น "ทิม " ได้โพสใน IG ถึงเรื่องนี้ว่า"คดีคุ้มครองสวัสดิภาพคนในครอบครัวที่คุณต่ายกล่าวหาผม และไต่สวนอย่างละเอียด 11 ชมในวันนี้นั้น ศาลพิจารณาและได้พิสูจน์แล้วว่า "ไม่เป็นความจริง" และ ตัดสินว่า "ยกคำร้อง" ของคุณต่ายตามที่ได้กล่าวหาผมมา คุณต่ายก็ให้สัมภาษณ์ว่าน้อมรับคำตัดสินของศาลแล้ว และ ปัจจุบัน "ไม่มี" คดีความอะไรค้างคาเหลืออีกแล้ว" ต่ายยังบอกเล่าถึงการไต่สวนอีกคดี เรื่องการดูแลบุตรว่าศาลพิจารณาแล้วว่าทุกอย่างเป็นโมฆะ เนื่องจากครั้งนั้นตนไม่ทราบจริงๆว่ามีการฟ้องร้อง จึงไม่ได้ขึ้นศาล ต้องเริ่มพิจารณาคดีใหม่ทั้งหมด ในระหว่างนี้จึงมีการแบ่งวันกันดูแลด้วยตัวเองไปก่อน ซึ่งใจตนก็อยากจะให้ศาลพิจารณาว่าใครเหมาะสมจะเป็นบ้านหลักดูแลน้องพิพิม 80% แต่บ้านรองที่ดูแลน้องพิพิม 20% แต่ถ้าอยากจะแฟร์ๆ แบ่งกันดู 50:50 แต่สำหรับแผนนี้ผลเสียจะอยู่ที่เด็ก เพราะพฤติกรรมเขาจะเปลี่ยนไปเวลาอยู่ในแต่ละบ้าน ซึ่งตนก็อยากจะเป็นบ้านหลักในการดูแลน้อง ตอนนี้ก็พยายามไกล่เกลี่ยนอกรอบกันเอง แต่ยังไม่เป็นผล ซึ่งก่อนหน้านั้นตนก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเลี้ยงดูลูกแต่ตนก็โอเคที่จะเป็นผู้รับผิดชอบ ส่วนประเด็นเรื่องสินสมรสตนไม่เคยมีปัญหามาตั้งแต่แรกแล้ว ตนไม่เคยเรียกร้องอะไร แต่จากนี้ก็ต้องมีการคุยว่าใครจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในส่วนไหนบ้าง

ถัดไป

ถัดไป

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon