คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ทรงคุณค่า "นิทรรศการพระเมรุมาศ"

นับเป็นอีกหนึ่งวาระที่ดีที่คนไทยจะได้เรียนรู้ถึงคุณค่าด้านศิลปะ และวัฒนธรรมไทยผ่านนิทรรศการพระเมรุมาศที่จะเปิดให้เข้าชมเป็นเวลา 1 เดือนนั้น มีความน่าสนใจอย่างไร ติดตามได้จากรายงานความวิจิตรตระการตาของพระเมรุมาศในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรนั้น มีส่วนที่น่าสนใจอยู่มากมาย ทั้งรูปแบบแผนผังการจัดวางพระเมรุมาศ เครื่องประดับตกแต่ง อาคารประกอบ หรือภูมิทัศน์โดยรอบสิ่งปลูกสร้างหลักที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของที่นี่ ก็คือ พระเมรุมาศ ซึ่งประกอบด้วย อาคารทรงบุษบก จำนวน 9 องค์ ตั้งอยู่บนฐานชาลารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 3 ชั้น มีบันไดทางขึ้น ทั้ง 4 ทิศ ทิศตะวันตกหันหน้าเข้าพระที่นั่งทรงธรรม ทิศตะวันออกติดตั้งลิฟต์ และทิศเหนือติดตั้งสะพานเกรินสำหรับเชิญพระบรมโกศจากราชรถปืนใหญ่ขึ้นบนพระเมรุมาศโดยแนวคิดสำคัญในการออกแบบพระเมรุมาศครั้งนี้นั้น คือ การนำเอาภูมิสถาปัตยกรรมเข้ามาเป็นส่วนผสม โดยมีแนวแกนที่สัมพันธ์กับ พระศรีรัตนเจดีย์ (เจดีย์สีทอง) ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และ พระอุโบสถและพระวิหาร วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ อันเปรียบดังในหลวง รัชกาลที่ 9 นั้นทรงเป็นพระโพธิสัตว์ลงมาช่วยเหลือมนุษย์นั่นเองบริเวณ ลานอุตราวรรต หรือ พื้นที่รอบพระเมรุมาศนั้น จะเป็นการจำลองสระอโนดาตซึ่งประกอบไปด้วย สัตว์มงคลทั้ง 4 ทิศ อย่าง คชสาร 10 ตระกูล สิงห์4 ตระกูล วัวและม้า ราวบันไดนาค ครุฑประดับหัวเสา รวมทั้งยังมีเทวดาประดับตกแต่งซึ่งเน้นรายละเอียดความอ่อนช้อยเสมือนคนจริงส่วนชานชลาแต่ละชั้นจะมีการประดับตกแต่งที่แตกต่างกันไป โดย ฐานชาลาชั้นที่ 2 จะมีหอเปลื้องทรงบุษบก สำหรับจัดเก็บพระโกศทองใหญ่และพระโกศไม้จันทน์ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับงานพระราชพิธี ขณะที่ ฐานชาลาชั้นที่ 3 ฐานบุษบกประธานประดับประติมากรรมเทพชุมนุมจุดกึ่งกลางชั้นบนสุดมีบุษบกองค์ประธานตั้งอยู่ ผนังโดยรอบเปิดโล่ง ติดตั้งพระวิสูตร (ม่าน) และฉากบังเพลิงเขียนภาพพระนารายณ์อวตารตอนบน และภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตอนล่าง ที่ยอดบนสุด ประดิษฐานนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตรขาว 9 ชั้น)พระที่นั่งทรงธรรม และอาคารประกอบนั้น เป็นอีกส่วนสำคัญในบริเวณ มณฑลพิธี โดยความพิเศษของพระที่นั่งทรงธรรม ครั้งนี้มีขนาดใหญ่กว่าทุกพระเมรุมาศที่ผ่านมา ภายในประดับลายซ้อนไม้ ผ้าทองย่น ลายฉลุ มีภาพจิตรกรรมฝาผนังแสดงเรื่องราวโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รัชกาลที่ 9 จำนวน 3 ด้าน 46 โครงการ โดยส่วนนี้จะมีการปรับนิทรรศการพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจเข้ามาอีกส่วนที่ขาดไม่ได้สำหรับ พระเมรุมาศในครั้งนี้ ก็คือ งานภูมิสถาปัตยกรรมเชื่อมโยงกับตัวอาคาร ที่มีความเกี่ยวพันกับโครงการพระราชดำริ ไม่ว่าจะเป็น การจำลองนาขั้นบันได หญ้าแฝก แก้มลิง และกังหันน้ำชัยพัฒนา รวมทั้งพันธุ์ข้าวจากภูมิภาคต่างๆ โดยออกแบบแปลงนาเชิงสัญลักษณ์ให้เป็นเลขเก้าไทยสีดินทอง เพื่อสื่อว่าพระเมรุมาศนี้สร้างขึ้นเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 กษัตริย์นักพัฒนานั่นเองพระเมรุมาศจะเปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 2 ถึง 30 พฤศจิกายน ระหว่างเวลา 7.00-22.00 น. โดยกำหนดเวลาเข้าชม รอบละ 1 ชั่วโมง แบ่งเป็นให้ชมบริเวณด้านหน้าพระเมรุมาศซึ่งเป็นส่วนของโครงการพระราชดำริ คนละ 15 นาที ส่วนในนิทรรศการ 6 อาคารจะให้ชมอย่างอิสระ 45 นาที ซึ่งประชาชนสามารถขึ้นชมพระเมรุมาศได้เฉพาะชั้น 1 เท่านั้น และเมื่อใกล้หมดเวลาประมาณ 5 นาที เจ้าหน้าที่จะส่งสัญญาณหมดเวลาเป็นรอบๆ โดยผู้เข้าชมงานต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยนอกจากนี้ภายในงานยังมีการอำนวยความสะดวกให้กับผู้พิการ จัดให้มีนิทรรศการสัมผัส พร้อมเสียงบรรยายด้วย
image beaconimage beaconimage beacon