คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"บุรีรัมย์" พ่าย "เจจู" คาบ้าน 0-2 ศึกเอเอฟซีฯ

นักเศรษฐศาสตร์ชงตั้ง "กองทุนน้ำ" แก้แล้ง

ปัญหาภัยแล้งยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคการเกษตรที่ต้องพึ่งพิงน้ำจากธรรมชาติ ขณะที่หน่วยงานภาครัฐพยายามที่จะจัดสรรน้ำในแต่ละส่วนให้เพียงพอภายใต้ปริมาณน้ำที่มีจำกัด ล่าสุดนักเศรษฐศาสตร์ เสนอทางออกด้วยการตั้ง "กองทุนน้ำ" โดยเก็บเงินจากผู้ใช้ประโยชน์จากน้ำ แล้วนำเงินไปเยียวยาแก่คนที่ไม่ได้ใช้น้ำเพื่อความเป็นธรรมและการใช้ประโยชน์ที่คุ้มค่า ไปติดตามได้จากรายงานของคุณขวัญเรียม แก้วสุวรรณเมื่อเข้าสู่หน้าร้อน ประเทศไทยจะตามมาด้วยภัยแล้ง ภัยที่เกิดจากการขาดระบบบริหารจัดการน้ำ ที่แม้ว่าธรรมชาติจะให้มามากน้อยแค่ไหน รัฐจะจัดสรรน้ำมามากเพียงใดก็ไม่พอ เพราะมนุษย์ไม่มีการสร้างกติกาการใช้น้ำร่วมกันหน้าแล้งที่มาเยือนประเทศไทยทุกปี โดยเฉพาะช่วง 15 ปีมานี้จะเพลาลงได้ ประชาชนต้องช่วยกันใช้น้ำอย่างประหยัด หรือรัฐออกกฎจำกัดการใช้น้ำ ยกตัวอย่างใน 1 ครอบครัวต้องใช้น้ำ 400 ลิตรต่อคน แต่หากเกินมา 401 ลิตร จำนวนลิตรที่เกินมาต้องจ่ายค่าน้ำเป็น 2 เท่า เช่นเดียวกับภาคการเกษตร หากใช้น้ำเกินตามที่สำรวจก็ต้องจ่ายเป็น 2 เท่า ส่วนภาคบริการ เช่นโรงแรม ต้องกำหนดปริมาณการใช้ใน 1 ห้องพัก โดยการแจ้งให้ลูกค้าทราบตั้งแต่หน้าเคาร์เตอร์หรือสนามบิน ว่าใน 1 ห้อง มีน้ำให้ใช้จำนวนเท่านี้ต้องขอความร่วมมือใช้ให้เพียงพอนอกจากนี้นักวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์ ยังเสนอให้มีการตั้ง "กองทุนน้ำ" โดยเก็บเงินจากผู้ใช้ประโยชน์จากน้ำ แล้วนำเงินไปเยียวยาแก่คนที่ไม่ได้ใช้น้ำ เช่น ภาคกลาง พื้นที่การเกษตรในเขตชลประทาน 11 ล้านไร่ ถ้าเก็บอัตรา 100 บาทต่อไร่ จะมีรายได้ 1 พัน 1 (1100) ร้อยล้านบาท ภาคกลาง ใช้น้ำอุปโภคบริโภค 2500 ล้านลบ.ม. ถ้าเก็บ 15 สตางค์ต่อ ลบ.ม. จะมีรายได้ 375 ล้านบาท

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon