คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ปปป.เผยผลตรวจสอบคดีเงินทอนวัด พบผตห.19 รายอ่วม! 3 ข้อหาหนัก

รองผบก.ปปป.เผยผลตรวจสอบคดีเงินทอนวัดพบผตห.19 รายอ่วม!! 3ข้อหาหนัก-ลั่น! วัดปลอมเอกสารโดนด้วยจ่อตรวจวัดทั่วประเทศเมื่อวันที่ 26 กันยายน ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ปปป.เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีเงินทอนวัดว่า จากผลการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดของเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา พบว่าจากการตรวจสอบวัดเป้าหมาย จำนวน 47 วัดทั่วประเทศ มีตัวเลขงบประมาณที่ค่อนข้างสูงมาก และพบว่ามีความผิดและการทุจริตของเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในการโอนงบประมาณไปยังวัดต่างๆ และเรียกรับเงินทอนคืนทั้งสิ้น 23 วัด แบ่งเป็นวัดในพื้นที่ภาคเหนือ 11 วัด กรุงเทพมหานคร 5 วัด ทางภาคใต้ตั้งแต่นครปฐมลงไปจนถึงชุมพร 5 วัด นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของภาคกลางอีก 2 จังหวัด คือ จังหวัดลพบุรีและพระนครศรีอยุธยาพ.ต.อ.วรายุทธ เปิดเผยต่อว่า จากการตรวจสอบงบประมาณที่เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ร่วมกันทุจริตโดยการโอนงบประมาณที่เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 188 ล้านบาท มีหลักฐานพยานการทุจริตทำให้เกิดการเสียหายด้วยการเรียกเงินทอนคืนจำนวนเงินกว่า 141 ล้านบาท มีผู้ต้องหาในการดำเนินการตรวจสอบครั้งที่ 2 ทั้งสิ้น 19 คน แบ่งออกเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จำนวน 13ราย อดีตข้าราชการ1ราย พระ4รูป และพลเรือน2 ราย ในจำนวนนี้ปรากฎว่ามี 5 ราย ที่ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหากรณีทุจริตเงินทอนลอตแรกพ.ต.อ.วรายุทธ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทาง ป.ป.ป.ได้สรุปสำนวนคดีแล้วทั้งสิ้น 23 สำนวน พร้อมรายงานให้ทาง ป.ป.ช.รับทราบเบื้องต้น รวมถึงได้ส่งหนังสือกราบทูลไปยังสมเด็จพระสังฆราชฯ ในฐานะประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ได้ทราบว่า มีพระสงฆ์ร่วมกระทำความผิด จำนวน 4 รูปซึ่งได้มีการออกหมายเรียกไปเมื่อวันที่ 25 กันยายนแล้ว เบื้องต้นยังไม่ได้การประสานจากพระสงฆ์ทั้ง 4 รูปในการเข้าพบแต่อย่างใด ถึงแม้ว่าพระสงฆ์ทั้ง 4 รูปจะมาเข้าพบหรือไม่มา ก็ไม่เป็นไร เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนเต็มที่ โดยในเวลา 13.00 น.ได้นำสำนวนคดีทั้งหมดไปมอบให้ ป.ป.ชแล้ว และหลังจากนี้จะเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ในการดำเนินการสอบสวนต่อไปสำหรับการแจ้งข้อหาผู้กระทำผิด จำนวน 19 ราย จะดำเนินคดีในมาตรา 147 คือ การเบียดบังทรัพย์เป็นของตัวเอง มาตรา 157 ในความผิดเกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ ส่วนผู้ร่วมกระทำผิดไม่ว่าจะเป็นพระสงฆ์หรือประชาชนก็จะดำเนินคดีในมาตรา 86 คือการสนับสนุนการกระทำผิด ส่วนกรณีที่มีบางวัดมีการทำเอกสารทุจริตปลอมขึ้นมา เช่น วัดในจังหวัดตาก และจังหวัดชุมพร รวมถึงวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการเอาผิดในมาตรา 162 เกี่ยวกับเรื่องเอกสารการทำรายงานเท็จ"ขอยืนยันว่าจะมีการเข้าไปตรวจสอบวัดต่างๆมากกว่า100 วัดทั่วประเทศต่อไปอีกอย่างแน่นอน" พ.ต.อ.วรายุทธ กล่าว
image beaconimage beaconimage beacon