คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ผลสอบ 4 โครงการ ศอ.บต."บกพร่อง" ชงฟันทุจริต!

ช่วงนี้ต้องบอกว่าเป็นช่วง "ศอ.บต.รายวัน" ศอ.บต.ก็คือศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ รับผิดชอบงานด้านการพัฒนาเพื่อดับไฟใต้ ช่วงกว่า 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาถูกตรวจสอบประเด็นร้อนเกี่ยวกับหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมชู้สาว ลวนลาม หมาหยอกไก่ ของข้าราชการระดับสูงบางคน ซึ่งจนถึงขณะนี้ผลการสอบสวนยังไม่สรุปในขั้นสุดท้ายแต่ล่าสุดมีความคืบหน้าอีกประเด็นหนึ่งที่เกี่ยวกับ ศอ.บต.และ "ล่าความจริง" เกาะติดมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน คือ การตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างอื้อฉาว 4 โครงการสำคัญ ซึ่งรัฐบาลโดย พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงขึ้นมา โดยมี นายจิรชัย มูลทองโร่ย ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน / ขณะนี้คณะกรรมการสอบสวนฯ ได้เตรียมจัดทำรายงานสรุปผลการสอบสวนแล้ว หลังลงพื้นที่ตรวจสอบ "สภาพปัญหาจริงๆ" เมื่อวันที่เสาร์-อาทิตย์ที่ 2 และ 3 กันยายนที่ผ่านมา หนึ่งในคณะกรรมการสอบสวนฯ บอกกับ "ทีมล่าความจริง" ว่า เท่าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการทั้งหมด พบว่ามีปัญหาจริงตามที่ประชาชนร้องเรียน และตามที่ล่าความจริงนำเสนอข่าวไป โดยส่วนใหญ่เป็นปัญหาเรื่องการปล่อยปละละเลยให้โครงการเสียหาย ไม่ดูแลรักษาให้สามารถใช้งานได้จริง ถือว่าเป็น "ความบกพร่อง" ของ ศอ.บต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะทำให้งบประมาณที่ใช้จ่ายไปจากภาษีของประชาชนไม่คุ้มค่า เริ่มจากโครงการติดตั้งเสาไฟและโคมไฟส่องสว่างพลังงานแสงอาทิตย์ หรือโซลาร์เซลล์ จำนวนกว่า 10,000 จุด ใช้งบถึงกว่า 1,000 ล้านบาท พบว่ามีเสาไฟที่ชำรุดเสียหายจริง บางส่วนก็ยังไม่ซ่อมแซมให้ใช้การได้ จึงถือเป็นความบกพร่องของ ศอ.บต. ทางคณะกรรมการฯจึงเสนอให้จัดทำ "ซีเรียลนัมเบอร์" ติดที่เสาไฟทุกต้น เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ทันทีที่มีการแจ้งร้องเรียนจากประชาชน และสามารถแก้ไขให้เสาไฟที่ชำรุดเสียหายกลับมาใช้ได้ตามปกติโดยเร็ว ส่วนโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอล 1 ตำบล 1 สนามฟุตซอล ใช้งบ 179 ล้านบาทนั้น พบว่ามีสนามฟุตซอลชำรุดเสียหาย ใช้การไม่ได้หลายแห่งเช่นกัน ปัญหาที่เห็นชัดๆ ก็คือ จริงๆ แล้ว "ฟุตซอล" เป็นกีฬาในร่ม แต่โครงการนี้กลับไปก่อสร้างกลางแจ้ง เมื่อไปสร้างกลางแจ้งด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในร่ม พอเจอกับแดดหรือฝนก็ทำให้พังเสียหายสำหรับโครงการนี้ หนึ่งในคณะกรรมการสอบสวนฯ ที่ให้ข้อมูลกับ "ทีมล่าความจริง" ถึงกับบอกเอาไว้แบบนี้ค่ะ "ไม่รู้คิดได้อย่างไรกับการสร้างสนามฟุตซอลกลางแจ้ง คงมีที่ประเทศไทยประเทศเดียวในโลกที่ทำแบบนี้ การสอบสวนคงต้องลงลึกว่า "แบบก่อสร้าง" นำมาจากที่ไหน เพราะเท่าที่สอบถาม ผู้รับเหมาโครงการก็สร้างตามแบบ ฉะนั้นต้องย้อนไปดูแบบว่าใครเป็นคนคิดและออกแบบหรือกำหนดสเปคให้สร้างกลางแจ้งแบบนี้"นี่เป็นคำกล่าวของหนึ่งในคณะกรรมการสอบสวนฯนะคะ (แต่แหม...เรื่องนี้หาคำตอบไม่ยากค่ะ ศอ.บต.เป็นเจ้าของโครงการ ก็ต้องเป็นคนกำหนดแบบ กำหนดสเปคเองสิคะ ซึ่งล่าความจริงของเราก็เคยเปิดหลักฐานในส่วนนี้ไปแล้วด้วยค่ะ) อีกโครงการหนึ่งคือ ปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งเรียนรู้มัสยิด 300 ปี ที่อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส ใข้งบ 149 ล้านบาท โครงการนี้พบปัญหา 2 ประการ คือๆ1.มีการไปทำสัญญาจัดจ้างบริษัทที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์และล้มละลายมาเป็นผู้รับเหมา อีกทั้งบริษัทนี้ก็ไม่ได้มีประสบการณ์หรือเชี่ยวชาญศิลปะมลายู กับ 2.ผู้นำศาสนาและประชาชนในพื้นที่อำเภอบาเจาะ ไม่ยอมรับโครงการนี้ เพราะรูปแบบการดำเนินโครงการ ขาดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนความเห็นของคณะกรรมการสอบสวนฯ ก็คือ โครงการนี้ดำเนินการต่อไม่ได้ หากจะทำต่อ ต้องยกเลิกสัญญากับบริษัทเก่า แล้วเปิดประมูลใหม่ทั้งหมด โครงการสุดท้ายที่มีการตรวจสอบและลงพื้นที่จริง คือ โครงการจัดซื้อและปรับปรุงโรงแรมร้าง "ชางลี" ให้เป็นสำนักงานและศูนย์ราชการแห่งใหม่ของ ศอ.บต. / พบว่ากระบวนการจัดซื้อโรงแรมชางลีเป็นไปอย่างถูกต้อง มีมติคณะรัฐมนตรีรองรับ แต่ในกระบวนการเสนอโครงการและ "รีโนเวท" น่าจะต้องมีระดับเจ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ นี่คือผลการสอบสวนเบื้องต้นที่ "ล่าความจริง" ได้ข้อมูลจากคณะกรรมการฯ โดยหลังจากนี้จะเร่งจัดทำรายงานสรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงฯ เสนอให้รองนายกฯประวิตร ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ คปต.พิจารณา โดยข้อสรุปหลักๆ ก็คือมีความบกพร่อง ปล่อยละละเลย ไม่ดูแลโครงการให้อยู่ในสภาพดี ใช้การได้ ทำให้โครงการไม่คุ้มค่ากับเงินภาษีของประชาชน แต่ยังไม่พบมูลการทุจริต เพราะต้องสอบเชิงลึกมากกว่านี้ และอาจต้องใช้องค์กรตรวจสอบที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น ป.ป.ช. หรือ สตง. เรื่องยังไม่จบแค่นี้ค่ะ "ล่าความจริง" ได้ตรวจสอบไปยังคณะกรรมการสอบสวนฯท่านอื่นๆ มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ในการประชุมสรุปผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ วันที่ 14 กันยายนนี้ จะเสนอให้ชี้มูลการทุจริตเบื้องต้นกับผู้เกี่ยวข้องใน ศอ.บต.ด้วย เพราะโครงการก่อสร้างอย่างสนามฟุตซอลกลางแจ้ง พบว่ามีการตรวจสอบในพื้นที่อื่นๆ มาก่อนแล้ว เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นโครงการของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปรากฏว่าปัญหาที่พบเหมือนกับในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่โครงการในภาคอีสาน องค์กรตรวจสอบชี้มูลว่ามีการทุจริต และมีการฟ้องร้องกันไปแล้ว ฉะนั้นคณะกรรมการสอบสวนฯ จะชี้มูลเบื้องต้นกับโครงการ 1 ตำบล 1 สนามฟุตซอล ของ ศอ.บต.เช่นเดียวกัน มิฉะนั้นสังคมจะมองว่าคณะกรรมการฯเอื้อประโยชน์กับผู้ถูกกล่าวหานอกจากนั้นยังพบข้อมูลเกี่ยวกับการจัดซื้ออุปกรณ์ในโครงการโซลาร์เซลล์ ที่บางส่วนน่าจะแพงเกินจริง จุดนี้กำลังให้คณะทำงานเร่งตรวจสอบเอกสารเพิ่มเติม หากพบหลักฐานชัดเจนก็จะชี้มูลการทุจริตเพื่อให้รองนายกรัฐมนตรี พลเอกประวิตร พิจารณาต่อไป หลังมีข่าวผลสรุปการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงโครงการต่างๆ ของ ศอ.บต.เผยแพร่ออกมา ปรากฏว่ามีกระแสวิจารณ์ในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า ความผิดพลาดบกพร่องของการทำโครงการตามที่คณะกรรมการสอบสวนฯตรวจสอบพบ ก็ถือว่าเป็นการทุจริตแล้ว และเรียกร้องให้ยุบหน่วยงานแห่งนี้
image beaconimage beaconimage beacon