คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นมือช่วยชาวอุดรฯ สุดทน! กลิ่นเหม็นโรงงานยางพารา

ผู้ตรวจการแผ่นดิน แก้ปัญหากลิ่นเหม็นจาก 2 โรงงานผลิตและรับซื้อยางพารารายใหญ่ ตั้งใจกลางเมืองอุดรธานี ชาวบ้านเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็นเหมือนซากสัตว์เน่า ให้แก้ไขปัญหาภายใน 3 ถึง 6 เดือนพลเอก วิทวัส รชตะนันทน์ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายบูรณ์ ฐาปนดุลย์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ตรวจการแผ่นดิน นายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน และคณะ ลงพื้นที่ตำบลหนองนาคำ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ตรวจสอบโรงงานยางพาราขนาดใหญ่ 2 แห่ง พร้อมประชุมร่วมกับนายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางออกและกำจัดมลภาวะทางกลิ่นหลังรบกวนประชาชนในพื้นที่ยาวนานกว่า 7 ปี จนส่งผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินหายใจและสุขภาพ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ในกรณีหน่วยงานภาครัฐไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นที่เกิดจากโรงงานผลิตและรับซื้อยางพารา 2 แห่ง ในตำบลหนองนาคำ จนเกิดความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็นรบกวนการดำรงชีวิตและกระทบต่อสุขภาพ ซึ่งได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่สอบสวนลงพื้นที่แสวงหาข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา พบ 3 ประเด็นปัญหาหลัก คือ 1) โรงงานทั้ง 2 แห่ง ตั้งอยู่ในเขตชุมชนซึ่งอยู่ห่างไกลจากสวนยาง และเป็นโรงงานขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิตสูงถึง 6 หมื่นตันต่อปี โดยที่มาของกลิ่นนั้นมาจากการหมักหมมของน้ำยางที่หยดตามทางในกระบวนการขนส่งจากเกษตรกรไปยังโรงงาน กลิ่นเหม็นจากกองก้อนยางจำนวนมากที่อยู่ในโรงงานซึ่งเป็นวัตถุดิบที่เตรียมแปรรูป รวมถึงกลิ่นเหม็นที่เกิดจากการอบยางจำนวนมาก ตลอดจนขั้นตอนการล้างยางและระบบบำบัดน้ำเสีย นอกจากนี้สภาพอากาศร้อนชื้นและทิศทางลมยังเป็นอีกปัจจัยที่ส่งให้กลิ่นนั้นรุนแรงขึ้น ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างเด็ดขาด เบื้องต้น ได้รับรายงานว่าองค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาคำในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มีคำสั่งให้ทั้ง 2 โรงงานดำเนินการปรับปรุงแก้ไขภายใน 30 วัน แต่ยังมีอุปสรรคในเรื่องการบังคับใช้กฎหมายและเครื่องมือและเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับวัดค่ากลิ่น 2) ปัจจุบันไม่มีการกำหนดมาตรฐานสารเคมีในกระบวนการผลิตยางแท่ง โดยเฉพาะน้ำกรดที่ใช้เพื่อให้ยางจับตัว ซึ่งเกษตรกรชาวสวนยางในภาคอีสานนิยมใช้กรดซัลฟูริกหรือกรดกำมะถันซึ่งมีราคาถูก และหาซื้อง่าย แต่เมื่อทำปฏิกิริยากับยางจะส่งกลิ่นเหม็นมากกว่ากรดฟอร์มิกที่เป็นกรดอินทรีย์ กลิ่นจากกรดกำมะถันอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ ระคายเคืองผิวหนังและลูกตา 3) เนื่องจากกลิ่นที่เกิดจากกระบวนการผลิตยางพาราแท่งยังไม่มีประกาศจากกรมควบคุมมลพิษในเรื่องค่ามาตรฐานของกลิ่นที่เป็นสากล และยังไม่ถูกกำหนดไว้ในบัญชีท้ายประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดมาตรฐานค่าความเข้มของกลิ่นของอากาศเสียที่ปล่อยทิ้งจากแหล่งกำเนิดมลพิษ ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2552 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการผลักดันร่างประกาศกำหนดค่ามาตรฐานความเข้มกลิ่นอากาศเสียจากโรงงานผลิตยาง ซึ่งมีข้อสังเกตว่าหากประกาศดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้วจะมีปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมายหรือไม่ รวมถึงจะสามารถแยกแยะกลิ่นได้อย่างเดียวหรือแยกแยะกลิ่นที่เป็นอันตรายจากสารเคมีได้หรือไม่ เมื่อกรมควบคุมมลพิษตรวจสอบพบว่าค่าความเข้มของกลิ่นของโรงงานผลิตยางไม่เป็นไปตามประกาศดังกล่าว จะต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไปปัญหานี้ต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว ซึ่งการประชุมร่วมกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดอุดรธานี สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 9 การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดอุดรธานี สำนักงานทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุดรธานี สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี นายอำเภอเมืองอุดรธานี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองนาคำ ผู้แทนบริษัทผู้ประกอบการโรงงานยางพาราทั้ง 2 แห่ง และผู้แทนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ในวันนี้ก็เพื่อหามาตรการการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและเชิงระบบ โดยในระยะสั้นภาครัฐต้องส่งเสริมให้เกษตรกรสวนยางใช้กรดฟอร์มิกแทนกรดซัลฟิวริกหรือกรดกำมะถัน ส่วนโรงงานต้องฉีดพ่นสาร EM อย่างต่อเนื่องทุกวัน และต้องปรับปรุงสภาพแวดล้อมด้วยการปลูกไม้ยืนต้นที่เป็นปราการกั้นกลิ่นธรรมชาติ เช่น กระถินเทพา ล้อมรอบโรงงานสลับฟันปลาเพื่อดักกลิ่นเหม็น รวมถึงการปลูกไม้ยืนต้นที่ให้กลิ่นหอม การใช้ธรรมชาติบำบัดน้ำเสียเช่นเดียวกับโครงการแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลวงรัชกาล ที่ 9 ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินจะติดตามการแก้ไขปัญหาภายใน 3 ถึง 6 เดือน ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะยาวนั้นกรมควบคุมมลพิษต้องเสนอ และผลักดัน ตลอดจนเร่งรัดให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมออกประกาศฉบับดังกล่าวโดยเร็ว โดยผู้ตรวจการแผ่นดินจะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ติดตาม ประสานงานกับกรมควบคุมมลพิษเกี่ยวกับระยะเวลาและขั้นตอนในการประกาศใช้บังคับ รวมถึงรายละเอียดการกำหนดตัวชี้วัดในประกาศต่อไป"ปัจจุบันยางพาราถือว่าเป็นสินค้าเกษตรส่งออกที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศเป็นลำดับต้นๆ ซึ่งรัฐบาลสนับสนุนให้มีการขยายโรงงานยางไปทั่วประเทศในแหล่งปลูกยางเพื่อรองรับวัตถุดิบ เพิ่มมูลค่ายางเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่เกษตรกรสวนยาง จังหวัดอุดรธานีเป็นอีกหนึ่งจังหวัดสำคัญในภาคอีสานที่มีพื้นที่ปลูกยางรวมถึงมีการประกอบอุตสาหกรรมยางขยายตัวอย่างรวดเร็ว สร้างอาชีพและรายได้ให้เกษตรกรในท้องถิ่น แต่ในขณะเดียวกันทำให้เกิดผลพวงสร้างปัญหาทางกลิ่นจากโรงงานยาง และอาจเกิดปัญหาสุขภาพแก่ชุมชนโดยรอบ ดังนั้น ภาครัฐที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องเร่งยกระดับมาตรการควบคุมและแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากโรงงานยางให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งระบบ รวมถึงภาคเอกชนผู้ประกอบการต้องตระหนักถึงความสำคัญของการประกอบการอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบต่อสุขอนามัยของชุมชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน" ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ระบุ

ถัดไป

ถัดไป

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon