คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
พายุฝนถล่มโคราช บ้านเสียหายหลายหลัง

พรุ่งนี้! ต้าน ม.44 อุ้ม "อธิการเกษียณ"

อีกหนึ่งประเด็นที่ "ล่าความจริง" เกาะติดมาตลอด คือปัญหาธรรมาภิบาลในรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องยอมรับว่าวิกฤติจริงๆ ทั้งปัญหาคุณภาพทางการศึกษา การบริหารงานที่ไม่โปร่งใส เล่นพรรคเล่นพวก จนมีการฟ้องร้อง-ปลด-เลิกจ้างกันมากมายเป็นประวัติการณ์ โดยหลักฐานที่ยืนยันถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ ก็คือ คสช.ต้องออกคำสั่งตามมาตรา 44 ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว เปิดทางให้เข้าควบคุมการบริหารของมหาวิทยาลัยหลายๆ แห่งได้ กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ คสช.ยังออกคำสั่งเพิ่มเติมปลดล็อคให้ "คนนอก" ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ ดำรงตำแหน่งอธิการบดีและตำแหน่งบริหารอื่นๆ ในมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย ถึงวันนี้ผ่านมาแล้วกว่า 1 ปีที่ คสช.พยายามแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ผลสัมฤทธิ์เป็นอย่างไร สำเร็จหรือล้มเหลว กำลังจะถูกประเมินจากคณาจารย์ทั่วประเทศค่ะในวันพรุ่งนี้ คือวันศุกร์ที่ 22 กันยายน จะมีการประชุมเครือข่ายคณาจารย์ทั่วประเทศ ภายใต้การประสานงานของ "ที่ประชุมประธานสภาคณาจารย์และข้าราชการแห่งประเทศไทย" หรือ "ทปสท." ร่วมกับ "ที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย" หรือ "ปอมท." และ "ศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ" หรือ CHES โดยวาระหลักของการประชุม จะมีการประเมินร่วมกันว่า การใช้อำนาจตามมาตรา 44 ที่ผ่านมา เป็นความสำเร็จหรือล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลอุดมศึกษาการประชุมจะจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจักรพงษ์ภูวนาถ กรุงเทพฯ ไฮไลท์สำคัญ คือ จะมีการแถลงข่าวคัดค้านการออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 เพื่ออุ้มคนเกษียณเพียงกลุ่มเดียวให้เป็นอธิการบดีมหาวิทยาลัยของรัฐด้วยประเด็นการคัดค้านผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้ว ไม่ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีในมหาวิทยาลัยของรัฐ กำลังเป็นกระแสในหมู่คณาจารย์อุดมศึกษา หลังจากมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ฉบับที่ 37/2560 ออกมา "ปลดล็อค-เปิดทาง" ให้ "บุคคลภายนอก" ที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ สามารถดำรงตำแหน่งบริหารสำคัญๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยได้ ทำให้มีการตีความจากบางฝ่ายว่า ผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้วก็สามารถดำรงตำแหน่งอธิการบดีได้แต่ต่อมาไม่นาน มีคำพิพากษาของศาลปกครอง กรณีมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ตั้งผู้ที่เกษียณอายุราชการเป็นอธิการบดี โดยศาลชี้ว่าไม่สามารถกระทำได้ เพราะขัดต่อกฎหมาย ขณะที่คำสั่งหัวหน้า คสช.ก็ระบุเพียงให้ "คนนอก" เป็นอธิการบดีได้ แต่ไม่ได้กำหนดอายุเอาไว้ ฉะนั้นเรื่องอายุจึงต้องเป็นไปตามกฎหมายเดิม คือต้องไม่เกิน 60 ปี จึงสรุปว่าผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้ว ไม่สามารถนั่งเก้าอี้อธิการบดีได้คำพิพากษาของศาลปกครอง ทำให้เกิดผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปอีกหลายมหาวิทยาลัย เพราะจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มีมหาวิทยาลัยในกลุ่มราชภัฏ และเทคโนโลยีราชมงคล ที่อธิการบดีเป็นผู้เกษียณอายุราชการแล้ว มากถึง 33 แห่ง จากสถาบันทั้งหมด 48 แห่งเหตุนี้เองจึงมีความเคลื่อนไหวจากมหาวิทยาลัยกลุ่มนี้ เริ่มจากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ที่ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด และยังมีกระแสข่าวว่ามีบุคคลบางกลุ่มพยายามล็อบบี้ให้ผู้มีอำนาจ ออกคำสั่งตามมาตรา 44 เพิ่มเติม เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่เกษียณอายุราชการแล้วเป็นอธิการบดีได้ด้วย ความเคลื่อนไหวเหล่านี้จึงนำมาสู่การรวมตัวกันของกลุ่มคณาจารย์เพื่อประกาศจุดยืนคัดค้านอาจารย์เชษฐา ยังบอกด้วยว่า คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 37/2560 เจตนารมณ์คือให้ "คนนอก" เช่น นักบริหารมืออาชีพ สามารถเข้าไปเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้ ไม่ใช่ถูกนำไปตีความให้อาจารย์ที่เกษียณอายุแล้วเข้ามาเป็นอธิการบดี ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอยู่แล้ว และต้องการต่อวาระ คล้ายๆ สืบทอดอำนาจ ฉะนั้นเรื่องนี้จึงไม่ถูกต้อง และเครือข่ายคณาจารย์จะเดินหน้าคัดค้านจนถึงที่สุด

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon