คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"ควิโตวา" ผงาดแชมป์เทนนิสกาตาร์ โอเพ่น

"พลสูทกรรม" เลี้ยงทหารทั้งกองทัพ...ไม่ง่าย

คุณผู้ชมคงเคยเห็นทหารที่ทำหน้าที่พ่อครัวแม่ครัว ทำอาหารจัดเลี้ยงให้ผู้บังคับบัญชา กำลังพล ทหารเกณฑ์ หรือแม้แต่ประชาชนในยามวิกฤติที่มีภัยพิบัติอย่างน้ำท่วม หรือจัดเลี้ยงพสกนิกรที่ท้องสนามหลวงก่อนหน้านี้ทหารที่ทำหน้าที่ประกอบอาหารส่วนใหญ่เรียกว่า "พลสูทกรรม" มาจาก "กรมพลาธิการ" เรียกสั้นๆ ว่า "กรมพลาฯ" ซึ่งทั้ง 3 เหล่าทัพต่างก็มีกรมพลาฯ เป็นของตัวเอง นอกจากทำอาหารแล้ว ยังมีหน้าที่ส่งกำลังบำรุงอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำมันเชื้อเพลิง หรือชุดเครื่องแบบต่างๆวันนี้ "ทีมล่าความจริง" จะพาคุณผู้ชมไปบุกกรมพลาธิการทหารบก ไปดูการทำอาหารคราวละมากๆ สำหรับเลี้ยงกำลังพลหลักร้อยคน พันคน เขามีสูตรการทำ มีวิธีการคำนวณปริมาณอาหารอย่างไรให้เพียงพอกับงบประมาณและจำนวนกำลังพล ที่สำคัญทำอย่างไรให้อร่อย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ลงพื้นที่พร้อมกันกับ คุณอัญชลี อริยกิจเจริญ ค่ะทหารกองประจำการ หรือ ทหารเกณฑ์ กำลังรับประทานอาหารหลังพักการฝึกระหว่างวัน พวกเขาใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีก็ทานอาหารกันหมดแล้ว แม้จะยังมีเวลาเหลือ และยังไม่มีคำสั่งเรียกรวมแถวก็ตามอาหารในโรงเลี้ยงที่ "พลสูทกรรม" หรือผู้มีหน้าที่ประกอบอาหารจัดเตรียมไว้วันละ 3 มื้อ จะคิดเมนูล่วงหน้าเป็นรายเดือน โดยพิจารณาจากสารอาหารที่ได้รับต่อวันว่าเพียงพอตามหลักโภชนาการหรือไม่ นอกจากนี้ต้องสอดรับกับงบประมาณที่มี รวมถึงพืชผักที่หาได้ตามฤดูกาล และข้อเสนอแนะของพลทหารด้วยสำหรับเมนูอาหารวันนี้ คือ ไข่พะโล้ และแกงหน่อไม้ใส่หมู ถือว่าปริมาณเพียงพอต่อกำลังพล 162 นาย โดยเมนูแกงหน่อไม่ใส่หมู ใช้เนื้อหมูตามสูตร 5 กิโลกรัมต่อ 100 คน , หน่อไม้ 20 กิโลกรัม ต่อ 100 คน , โหระพา พริก ดูตามความเหมาะสม รสชาติไม่จัดเกินไป ส่วนข้าวสวย โดยมาตรฐานแล้ว 1 คนจะรับประทานประมาณ 7 ขีด สูงสุดก็ 1 กิโลกรัมต่อวันมาดูการหาค่าแคลอรี่ หรือพลังงานที่ได้รับจากสารอาหาร รวมถึงสูตรการทำอาหารกันบ้าง หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กองเกียกกาย กรมพลาธิการทหารบก จะมีการคำนวณตั้งแต่โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน รวมถึงวิตามิน ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ซึ่งใน 1 วัน กำลังพล 1 นาย ต้องได้ไม่ต่ำกว่า 3,000 กิโลแคลอรี่ แต่วันไหนที่ฝึกหนักต้องได้รับมากกว่านี้สำหรับตำรา หรือคู่มือการเลี้ยงดูทหาร มีทั้งหมด 4 เล่ม เป็นไปตามระเบียบกองทัพบกว่าด้วยการเลี้ยงดู พ.ศ.2559 ซึ่งระบุขั้นตอนการทำ และเครื่องปรุงต่างๆ ให้เรียบร้อยแล้ว และแจกจ่ายตำรานี้ไปยังหน่วยทหารต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน แต่พ่อครัวแม่ครัวก็สามารถดัดแปลงสูตรเพิ่มเติมได้นอกจากนี้ กองเกียกกาย ยังส่งเจ้าหน้าที่เวียนมาตรวจคุณภาพและกายภาพ ไล่ตั้งแต่โรงครัว ภาชนะ หรือแม้กระทั่งพลสูทกรรม ที่ย้ำว่าต้องตรวจโรคทุกเดือน เพื่อความสะอาดและปลอดภัยจากเชื้อโรค ก่อนลงมือปรุงอาหาร"อิ่มท้อง ของครบ รบเงียบ เฉียบบริหาร" นี่แหละ คำขวัญของเหล่าทหารพลาธิการ / พรุ่งนี้มาตามกันต่ออีก 1 ตอน ไปดูกันว่า เมื่อพ่อครัวแม่ครัวระดับมือพระกาฬของแต่ละหน่วย ขนคน ขนอาหาร มาแข่งขันกันเป็นครั้งแรก ผลจะเป็นอย่างไร

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon