คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

พลิกปูม!....."ค่าโง่" สัมปทานทางด่วน

หนึ่งในหน่วยงานรัฐที่มักเจอปัญหาค่าโง่อยู่เป็นประจำ คือ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เจ้าของสัมปทานระบบทางด่วน และเกือบทุกคดี กทพ.มักตกเป็นผู้แพ้ ล่าสุดบอร์ด กทพ.มีมติยืดอายุสัมปทานทางด่วน 3 โครงการไปอีก 30 ปี เพื่อแลกกับการยุติ 17 ข้อพิพาท ติดตามจากรายงานพิเศษปัจจุบันการทางพิเศษแห่งประเทศไทยหรือ กทพ. เปิดให้บริการทางพิเศษ หรือที่เรียกกันว่าทางด่วน จำนวน 7 สายทาง และทางเชื่อมต่อทางด่วน 3แห่ง ระยะทางรวม 207.9 กิโลเมตร แน่นอนว่าโครงการส่วนใหญ่เป็นการให้สัมปทานเอกชนลงทุนก่อสร้างและใช้วิธีแบ่งรายได้ค่าผ่านทางให้เอกชน คู่สัญญาของ กทพ.ตั้งแต่โครงการแรกที่เปิดให้สัมปทานในปี 2533 จนถึงปัจจุบันคือบริษัทในเครือ บมจ.ช.การช่าง หนึ่งในบริษัทรับเหมารายใหญ่ของไทยโดยบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM เป็นผู้รับสัมปทาน 2 โครงการ คือทางพิเศษศรีรัช หรือทางด่วนขั้นที่ 2 และทางด่วนขั้นที่ 2 เชื่อมวงแหวนรอบนอกขณะที่บริษัท ทางด่วนกรุงเทพเหนือ หรือ NECL ได้ 1 สัมปทาน คือทางด่วนอุดรรัถยา หรือบางปะอิน-ปากเกร็ด ตลอดระยะเวลาสัมปทานตั้งแต่ปี 2533 กทพ.กับคู่สัญญามีคดีข้อพิพาทจนนับไม่ถ้วนและส่วนใหญ่กทพ.ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้เอกชน คดีล่าสุดคือค่าโง่กว่า 4.3 พันล้านบาทหลังจากศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษายืนตามศาลปกครองกลางที่ให้บังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการกรณีสร้างทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ช่วงอนุสรณ์สถานแห่งชาติ-รังสิตซึ่งถือเป็นทางแข่งขัน ทำให้ปริมาณจราจรและรายได้ในโครงการบางปะอิน-ปากเกร็ดลดลงจากประมาณการ กทพ.ยังมีข้อพิพาทกับกลุ่มBEM อีก 17คดี ทั้งเรื่องที่เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้วแต่ยังไม่มีคำตัดสินขั้นสุดท้าย รวมทั้งเรื่องที่คาดว่าจะเป็นข้อพิพาทในอนาคต ทั้ง17 คดีนี้ คิดเป็นวงเงินกว่า 1.3 แสนล้านบาทบอร์ด กทพ.ชุดปัจจุบัน ซึ่งมีสุรงค์ บูลกุล เป็นประธานจึงมีไอเดียว่าควรเจรจากับเอกชนเพื่อยุติข้อพิพาทเหล่านี้เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ล่าสุดบอร์ด กทพ.มีมติขยายอายุสัมปทานให้ BEM ใน 3 โครงการออกไปอีก 30 ปี นับจากวันสิ้นสุดสัญญาคือ ทางด่วนศรีรัช ทางด่วนศรีรัช ส่วนดีและทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด เพื่อแลกกับการจ่ายค่าโง่ ทั้งในคดีสร้างทางแข่งขันและคดีปรับขึ้นค่าผ่านทางไม่เป็นธรรม รวมทั้งยุติข้อพิพาททั้ง 17 คดี น่าแปลกที่บอร์ด กทพ.ไม่คิดจะสู้ แต่กลับถอดใจยอมแพ้เอกชนแต่โดยดี ทั้งที่คดีเหล่านี้ยังไม่สิ้นสุดและยังไม่มีคำพิพากษาของศาลว่ากันว่าผู้ใหญ่บางคนในทำเนียบรัฐบาลมีคำสั่งสายตรงมาถึงผู้บริหารให้เร่งดำเนินการก่อนรัฐบาลชุดนี้จะพ้นวาระ และที่ผ่านมาผู้ว่าการ กทพ.คนล่าสุด สุชาติชลศักดิ์พิพัฒน์ ถูกโยกย้ายไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมาหลังจากรับตำแหน่งมาไม่ถึง 1 ปีเพราะผู้ใหญ่เห็นว่าทำงานล่าช้าไม่ทันใจ น่าสนใจว่า ครม.ที่กำลังจะหมดวาระจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ขนาดนี้อย่างไรเพื่อให้สาธารณชนเห็นว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสม ไม่ได้เอื้อประโยชน์ใครไม่ได้ทิ้งทวนตามที่เขาว่ากัน

ถัดไป

ถัดไป

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon