คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"กองปราบปราม" เรียกสอบพยานใหม่ "คดีหวย 30 ล้าน"

"พาณิชย์" ดึงสินค้า "โอทอป" เข้าร้านธงฟ้า

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ บอกภายหลังตรวจเยี่ยมการดำเนินงานตามโครงการธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ดว่า ได้กำหนดเป้าหมายให้มีร้านธงฟ้าประชารัฐในจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 467 ร้านค้า ล่าสุดมีร้านค้าตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรืออีดีซีแล้ว 481 เครื่อง หรือสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดส่วนความคืบหน้าโครงการธงฟ้าประชารัฐสิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สามารถติดตั้งเครื่องอีดีซีได้ครบตามเป้าหมายที่ 18,000 แห่งแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างประเมินการให้บริการทั้งประเทศว่ายังมีพื้นที่ใดที่มีความจำเป็นจะต้องมีเครื่องหรือร้านค้าเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มีรายได้น้อยมากที่สุดสำหรับการดำเนินการในระยะที่ 2 หรือเฟส 2 เรื่องการผลักดันให้นำสินค้าชุมชน สินค้าโอทอป เข้าไปขายในร้านธงฟ้าประชารัฐ ได้สั่งพาณิชย์จังหวัดจัดทำรายการสินค้าโอทอปรวมถึงสินค้าชุมชุนที่ได้มาตรฐาน เพื่อนำไปกระจายสู่ร้านค้าประชารัฐ คาดจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้ส่วนการดึงร้านยาเข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐ ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ร้านยาที่ประสงค์จะเข้าสู่โครงการยังสามารถสมัครเข้ามาได้ ในส่วนของกรุงเทพฯ ให้แจ้งความประสงค์ได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าสายด่วน 1570 และในต่างจังหวัดให้แจ้งได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัด ล่าสุดมีผู้สมัครร่วมโครงการแล้ว 105 แห่ง และในจำนวนนี้ได้ติดตั้งเครื่องอีดีซีแล้วกว่า 30 ร้านสำหรับผลการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 จนถึงปัจจุบัน มีมูลค่าการซื้อสินค้ามากกว่า 5,000 ล้านบาทด้านเจ้าของร้านร้อยเอ็ดไฮเปอร์มาร์ท ซึ่งเป็นร้านที่เข้าร่วมโครงการธงฟ้าประชารัฐ นิรันดร์ ปิยะอัษฎารัตน์ บอกว่า โครงการธงฟ้าประชารัฐนอกจากจะช่วยผู้มีรายได้น้อยแล้วยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี โดยไตรมาสที่ 4 บรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยคึกคักมากกว่าไตรมาสที่ผ่านมา ผู้ถือบัตรสวัสดิการผู้มีรายได้น้อยส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการที่ร้านจะซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค เช่น ข้าวสาร ไข่ไก่ สบู่ ยาสระผม และขณะนี้กำลังติดต่อประสานงานกับทางชุมชน เพื่อนำสินค้าที่เป็นโอทอป รวมถึงสินค้าของชุมชนที่มีมาตรฐานมาวางจำหน่ายในร้านเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าได้อีกทางหนึ่งยอมรับว่า2เดือนที่ผ่านมามีผู้ถือบัตรสวัสดิการมาใช้บริการจำนวนมากทำให้บางช่วงประชาชนต้องใช้เวลานานในการต่อคิวเพื่อชำระเงิน จึงอยากให้รัฐพิจารณาเพิ่มเครื่องอีดีซีให้มากขึ้นในร้านค้าที่มีขนาดใหญ่จากเดิมที่มี 1 ร้านค้า ต่อ 1 เครื่อง

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon