คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

ย้อนรอย "เงินทอนวัด" จุดจบ "ขบวนการงาบเงินศาสนา"

เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2560 ปปป.พร้อม ปปง.นำหมายศาลบุกค้นบ้าน นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา หลังพบเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ถือเป็นจุดเริ่มต้ันของการตรวจสอบอีกครั้ง หลังจากเรื่องเงียบไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งการตรวจสอบปัญหาเงินทอนวัด พบว่าปัญหานี้ไม่ได้มีเฉพาะงบอุดหนุนเพื่อบูรณะปฏิสังขรณ์วัด แต่ยังมีงบก้อนอื่นๆ ด้วย ไปติดตามจากรายงานการเดินหน้าการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อมีปฏิบัติการ บุกค้นบ้าน นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา หลังพบเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องการทุจริตเงินทอนวัด ซึ่งพบทรัพย์สินหลายรายการ รวมทั้งหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับเงินทอนวัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ แจ้ง 2 ข้อหาต่อนายพนม คือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเบียดบังทรัพย์สินของรัฐเป็นของตัวเอง ตามมาตรา 147 ประมวลกฎหมายอาญาหากย้อนรอยเงินอุดหนุนที่สำนักพระพุทธศาสนา จัดสรรให้วัดและพระสงฆ์ มีอยู่ 3 ส่วน คือ 1.เงินอุดหนุนเพื่อการบูรณะปฏิสังขรณ์วัด ประมาณ 500 ล้านบาทต่อปี 2.เงินอุดหนุนเพื่อการศึกษาพระปริยัติธรรม ประมาณ 1,200 ล้านบาทต่อปี และ 3.เงินอุดหนุนเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ประมาณ 600 ล้านบาทต่อปีรูปแบบการทุจริตงบเงินอุดหนุน จากการตรวจสอบพบว่ามีทุกประเภท ได้แก่ เงินอุดหนุนเพื่อการบูรณะปฏิสังขรณ์วัด เมื่อโอนจากสำนักพุทธเข้าบัญชีวัดแล้ว จะมีการถอนคืนให้เจ้าหน้าที่สำนักพุทธฯ ตามจำนวนที่ตกลงกัน วิธีนี้เรียก "เงินทอน"จากการตรวจสอบการทุจริตเงินทอน เฟสแรก 12 วัด ห้วง 3 ปีงบประมาณ คือปี 2555 ถึง 2558 ทั้ง 12 วัดได้รับเงินอุดหนุน 95 ล้านบาทเศษ มีการทุจริตเงินทอน 60 ล้านบาทเศษ คิดเป็นร้อยละ 63.54 ของงบอุดหนุนที่ทั้ง 12 วัดได้รับขณะนี้วัดในเฟสแรก ตำรวจทำสำนวนส่งไปยัง ป.ป.ช.แล้ว กำลังตรวจสอบเฟส 2 อีกมากกว่า 20 วัดส่วนเงินอุดหนุนเพื่อการศึกษา ตรวจสอบพบว่ามีการรายงานยอดนักเรียนโรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญเป็นเท็จ เพื่อให้ได้รับ "เงินรายหัว" เกินจริงในภาพรวมระดับประเทศ มีการตรวจสอบพบ "นักเรียนผี" คือไม่ได้เรียนจริง แต่ได้รับเงินอุดหนุนรายหัว มากกว่า 7 พันคน เมื่อสำนักพุทธฯตรวจสอบพบ ก็สั่งงดจ่ายเงินอุดหนุน ทำให้ประหยัดงบประมาณเฉพาะปี 2560 ถึง 101 ล้านบาทเอกสารที่เรียกได้ว่าเป็น "หลักฐานชัดๆ" หรือ "ใบเสร็จ" คือการตรวจสอบพบว่า วัดบางวัดในจังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน ได้รับเงินอุดหนุน แต่กลับไม่มีการเรียนการสอนพระปริยัติธรรมจริงๆซึ่งผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ หรือ ปปปยืนยันว่า จะเดินหน้าตรวจสอบในทุกประเด็นสุดท้ายคือเงินอุดหนุนเพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนา สำนักพุทธฯ โอนเงินไปให้วัดเพื่อจัดกิจกรรมทางศาสนา เมื่อโอนไปแล้ว ก็จะมีเจ้าหน้าที่ตามไปรับคืนจากวัดแบบ "เงินทอน" โดยไม่จัดกิจกรรมตามวัตถุประสงค์งบในส่วนนี้กระจุกตัวอยู่เฉพาะในวัดขนาดใหญ่ในกรุงเทพฯ เพียงไม่กี่วัด บางวัดได้มากกว่า 100 ล้านบาท ในขณะที่วัดต่างจังหวัดห่างไกลกลับไม่ได้รับเงินอุดหนุนแต่อย่างใดหลังจากนี้คงต้องจับตาว่า การเดินหน้า ตรวจสอบปัญหาเงินทอนวัด ครั้งนี้จะไปสิ้นสุดที่จุดใด
image beaconimage beaconimage beacon