คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"กองปราบปราม" เรียกสอบพยานใหม่ "คดีหวย 30 ล้าน"

รมว.พลังงาน-เกษตรฯ เข้าทำงานวันแรก

รมว.เกษตร มอบนโยบายให้คณะผู้บริหาร ข้าราชการ ขณะที่ รมว.พลังงาน เอาฤกษ์ดีเวลา 6.39 น. สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนเข้าทำงานวันแรกรมว.พลังงาน ถือฤกษ์ดี เวลา 6.39 น. เข้าสักการะพระพรหม ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงพลังงาน ณ ศาลพระพรหม ภายในศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ โดยมีปลัดกระทรวงพร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงพลังงานให้การต้อนรับหลังจากนั้นได้เดินทางไปเข้าร่วมประชุมและมอบนโยบายการขับเคลื่อนภารกิจที่สำคัญของกระทรวงพลังงานให้แก่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงพลังงาน อาทิ การขับเคลื่อนบูรณาการพลังงานระยะยาว นโยบาย เอนเนอยี่ 4.0 และการบริหารจัดการการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ และการบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียมที่ใกล้จะหมดอายุรมว.พลังงาน ดร.ศิริ จิระพงษ์พันธ์ บอกว่า จากนี้จะเดินหน้าทำงานในกระทรวงพลังงานให้เป็นพลังงาน 4.0 โดยจะร่วมมือทำงานกับรัฐวิสาหกิจของกระทรวงพลังงาน และองค์กรอิสระ เพราะกระทรวงพลังงานยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องทำให้สัมฤทธิ์ผลและเป็นที่ประจักษ์ เรื่องจากที่ผ่านมาได้ร่วมงานกับผู้บริหารกระทรวงพลังงานมาก่อนจึงมั่นใจว่า จะสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นส่วนเรื่องการบริหารจัดการและสำรวจปิโตรเลียมรอบใหม่ และการบริหารจัดการแหล่งปิโตรเลียมที่ใกล้หมดอายุในปี 2565-2566 ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญของกระทรวงพลังงานและประเทศ โดยจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ประกอบธุรกิจ หากไม่สามารถสร้างความมั่นใจและความมั่นคงทางพลังงานได้ จะส่งผลกระทบในอีก 4-5 ปีข้างหน้า ว่าอาจเป็นการส่งสัญญาณผิดว่าประเทศไม่สามารถจัดการความมั่นคงทางพลังงานในอนาคตได้สำหรับตำแหน่งการทำงานที่ผ่านมาก่อนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีพลังงาน เคยดำรงตำแหน่งสำคัญด้านพลังงาน อาทิ ผอ.สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย และสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ หรือ สนช.ต่อมาเมื่อเวลา 9.00 น.นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมกับ รมช.ทั้ง 2 คน ได้แก่ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร และ นายลักษณ์ วัจนานวัช ได้ทำพิธีสักการะท้าวเวชสุวรรณ ศาลตายาย และพระพิรุณทรงนาค ทั้งบริเวณหน้ากระทรวงเกษตรฯ และภายในพิพิธพัณฑ์ในกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของกระทรวงนายกฤษฎา บอกว่า กระทรวงเกษตรมีทั้งหมด 14 กรม 4 กลุ่มภารกิจ โดยจะแบ่งให้รัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 ท่าน คนละ 2 กลุ่มภารกิจ ซึ่งนายลักษณ์ จะดูแลการจัดหาเงินทุน และดูแลตลาดผลผลิต ทางด้านนายวิวัฒน์ จะดูแลทางด้านขั้นตอนการผลิตและน้อมนำวิถีเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ตั้งใจเข้ามาโดยความมุ่งมั่น ดูแลพี่น้องเกษตรกรเป็นหลัก ในระยะยาวจะแนะนำการผลิตผลผลิตที่ชาวบ้านต้องขายได้ ไม่ให้ขาดทุน และพร้อมดำเนินงานตามพระบรมราโชวาทเพื่อพี่น้องชาวไทย

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon