คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"บุรีรัมย์" พ่าย "เจจู" คาบ้าน 0-2 ศึกเอเอฟซีฯ

รวบแก๊งอุ้มบุญ ขณะกลับจากลาว

ศุลกากรหนองคายรวบแก๊งอุ้มบุญ 6 คน ขณะกลับจากลาว ชี้ชัดเป็นขบวนการอุ้มบุญใช้หญิงไทยเป็นหลัก ทำการเปรียบเทียบยึดของกลาง และปล่อยตัวทุกคนไปผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 20 พ.ค. 60 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย - ลาว แห่งที่ 1 อ.เมืองหนองคาย ด่านศุลกากรหนองคายได้ตรวจสอบรถยนต์เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ สีขาว ทะเบียน 3กส 8296 กรุงเทพมหานคร ขณะขับเข้ามาจากประเทศลาว โดยมีนายนิคม สีมารัตน์ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/25 ถ.เชื้อเพลิง แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ เป็นคนขับ มีหญิงสาว 6 คน อายุระหว่าง 25-34 ปี นั่งโดยสารมาในรถจนเต็ม (ขอสงวนชื่อ-นามสกุลผู้หญิงทุกคน น.ส.ศิญาพร สวัสดิ์พันธ์ อายุ 28 ปี อยู่ล้านเลขที่ 46 หมู่ 1 ต.รัตนวารี อ.หัวตะพาน จ.อำนาจเจริญ, น.ส.กัณยาพร พรมมี อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89 ซอยบางแค 10 แขวงบางแค เขตบางแค กทม., น.ส.ทองจันทร์ ป้องกัน อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่44/52 หมู่ 1 แขวงคู้ฝั่งเหนือ เขตหนองจอก กทม., น.ส.กุลนัดดา ยืนยั่ง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 39 หมู่ 3 ต.นาหนาด อ.ธาตุพนม จ.นครพนม, นางนิตยา ทับสี อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54 ซอย 6 เลียบฝั่งเหนือ เขตหนองแขม กทม, น.ส.วาทิดา ผาลึก อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ 14 ต.โชคนาสาม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์) ตรวจสอบภายในรถพบถังไนโตรเจนเปล่า 1 ใบ ไม่มีความเย็นหลงเหลืออยู่ กล่องโฟมปิดเทปกาวแน่นหนา เปิดดูพบว่าภายในมีหลอดพลาสติกรูปทรงกรวย ขนาด 2 เซนติเมตร จำนวน 42 หลอด บรรจุในกล่อง 1 กล่อง ด้านบนปิดแถบพลาสติกเขียนตัวอักษร yy / tj / yg แต่ละหลอดระบุวันที่ไว้ด้วย เช่น 18/5/17 , กล้องจุลทรรศน์ 1 ตัว พร้อมเครื่องสำรองไฟ 1 เครื่องเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้แยกสอบสวน อยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งตอนแรกต่างคนต่างให้การขัดแย้งกัน ข้อมูลไม่ตรงกัน ตรวจสอบหนังสือเดินทางหญิงสาวบางคนเพิ่งเป็นการเดินทางออกนอกประเทศครั้งแรก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่พบสมุดบันทึกเล่มเล็กอยู่ในกระเป๋าสะพาย น.ส.เอ นามสมมติ (น.ส.ศิญาพร สวัสดิ์พันธ์ อายุ 28 ปี ขอสงวนชื่อ-นามสกุล) ชาวอำนาจเจริญ มีการจดบันทึกรายชื่อผู้หญิง 7 คน ที่ทำการใส่ตัวอ่อน และผลการใส่ตัวอ่อนว่าใครใส่แล้วติดหรือใส่แล้วหลุด เป็นหลักฐานไว้ด้วยนายด่านศุลกากรหนองคาย นายนิมิตร แสงอำไพ บอกว่า หลังจากเมื่อวันที่ 20 เม.ย.60 ที่ผ่านมา ศุลกากรหนองคายได้จับกุมชายคนหนึ่งขณะจะนำถังไนโตรเจนภายในบรรจุเชื้ออสุจิเดินทางออกนอกประเทศ จนสืบทราบว่ามีขบวนการอุ้มบุญในประเทศไทยไปใช้สถานที่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งระยะแรกยังเข้าใจว่าเป็นการให้หญิงต่างชาติเป็นคนฝังตัวอ่อนหรืออุ้มบุญ แต่ในครั้งนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ขบวนการอุ้มบุญนี้ใช้ผู้หญิงไทยเป็นหลัก จากข้อมูลที่ได้พบว่า มี Mr.RAN ZHAO (นายรัน ชาว) ชาวจีน อายุ 35 ปี อาศัยอยู่ที่กรุงเทพ เป็นคนว่าจ้างทุกคน ตั้งแต่ว่าจ้างนายนิคม ให้ขับรถรับส่ง ว่าจ้างนางสาวเอ ให้ช่วยหาผู้หญิงไทยที่มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และทุกคนมีสามี มีลูกแล้ว ให้มาทำการฝังตัวอ่อน ทำการอุ้มบุญ โดยเจรจาค่าอุ้มบุญให้ตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท หลังคลอดเสร็จก็จะได้เงินค่าจ้างทั้งหมด ซึ่งครั้งนี้หญิงสาวทั้ง 6 คน เดินทางไปประเทศลาวตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค.60 โดยนายจ้างชาวจีนออกค่าเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาสนามบินอุดรธานี ทั้งขาไปและขากลับ รวมทั้งค่าโรงแรมที่ฝั่งลาวให้ทั้งหมด จากนั้นนายนิคมมารับหญิงสาวทั้ง 6 คน ไปเข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ แล้วทำการตรวจร่างกายที่สถานบริการแห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ มีคนไม่ผ่านการตรวจร่างกาย 2 คน อีก 3 คนมีปัญหาขัดข้องบางประการ ทำให้ไม่มีใครได้ฝังตัวอ่อน ส่วน น.ส.เอ เป็นคนประสานงาน เมื่อทำงานไม่สำเร็จจึงได้เดินทางกลับประเทศไทย ประกอบกับถังไนโตนเจนที่พบเป็นถังเปล่า ไม่มีเชื้ออสุจิ ตัวอ่อนอยู่ภายใน และยังไม่ทราบชัดเจนว่าภายในหลอดรูปทรงกรวยเป็นอะไร ถือว่าความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พ.ศ.2558 ยังไม่สำเร็จ ศุลกากรจึงทำได้เพียงเปรียบเทียบปรับนายนิคม ในฐานความผิดลักลอบหนีศุลกากร ทำการเปรียบเทียบปรับ 89,880 บาท ยึดของกลางทั้งหมด แล้วปล่อยตัวทุกคนไป ส่วนเอกสารสมุดบันทึกจะส่งให้ตรวจกองปราบไว้เป็นหลักฐานประกอบอาจใช้ร่วมกับคดีในครั้งที่แล้วก็ได้ขณะเดียวกัน นางสาวบี นามสมมติ (น.ส.กุลนัดดา ยืนยั่ง อายุ 34 ปี ชาวนครพนม ขอสงวนชื่อนามสกุล) ให้ข้อมูลว่า ได้รับการติดต่อจาก น.ส.เอ ให้มาฝังตัวอ่อนและอุ้มบุญ ตนต้องการเงินจึงได้ปรึกษาสามีจนตกลงทำ พอเป็นประจำเดือนก็จะโทรบอก น.ส.เอ หลังจากนั้น น.ส.เอ ก็จะให้กินยาบำรุงไข่เป็นแผง เช้าเย็น เป็นเวลา 10 วัน แล้วจึงเดินทางไปประเทศลาว เมื่อไปถึงก็เข้าพักที่โรงแรม ฝนตกทั้งวันไม่ได้ออกไปไหน หากฝังตัวอ่อนสำเร็จจนคลอดก็จะได้เงิน 300,000 บาทด้าน น.ส.ก้อย นามสมมติ (น.ส.วาธิดา ผาลึก อายุ 25 ปี ชาวสุรินทร์ ขอสวนชื่อนามสกุล) บอกว่า ตอนแรกที่ได้รับการติดต่อก็ปรึกษาสามี สามีไม่ยอมให้ทำ แต่ตนก็ให้เหตุผลว่าบ้านจนเงินไม่พอเลี้ยงลูก สามีจึงยอม ตนจึงได้เดินทางมาพร้อมกับทุกคน แต่ตนตรวจร่างกายไม่ผ่านจึงไม่ได้ฝังตัวอ่อน .

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon