คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
"บุรีรัมย์" พ่าย "เจจู" คาบ้าน 0-2 ศึกเอเอฟซีฯ

รวบโจรแสบ ตุ๋นทรัพย์เหยื่อ 8 คดี เสียหายร่วม 20 ล้าน

รวบโจรแสบ ทำทีสร้างความเชื่อมั่นให้กับเหยื่อ ก่อนจะแนะนำให้เหยื่อมาลงทุนร่วมในธุรกิจส่วนตัว เมื่อได้ทรัพย์สินจากเหยื่อจนเป็นที่พอใจแล้วก็จะเชิดเงินหนีลอยนวล เผยผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นหญิงสาวในช่วงวัยทำงาน กลางคน รวมมูลค่าความเสียหายร่วม 20 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 10 มี.ค.ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ได้จับกุมตัวนายเกียรติขจร นาเมืองรักษ์ อายุ 36 ปีอยู่บ้านเลขที่ 200 ม.13 ต.แม่ลาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่กระทำความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป หรือรับของโจรตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 82/2559 ลงวันที่ 9 ก.พ.2559 ส่งตัวไปยัง พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 เพื่อทำการสอบสวนในเบื้องต้นถึงคดีติดตัวที่มีมากถึง 8 คดี โดยส่วนใหญ่เป็นคดีลักทรัพย์ที่มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 20 ล้านบาท พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 เผยย้อนไปเมื่อต้น พ.ย.2558 เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นร้านชื่อ TSK ใน อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นอู่ชำแหละรถยนต์ โดยพบว่า ร้าน TSK ดังกล่าวได้กระทำผิดกฎหมาย ด้วยการนำรถจักรยานยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาแยกอะไหล่สำหรับนำไปขายต่อในตลาดมืดโดยนายเกียรติขจรได้ร่วมกันกับพวก รับทรัพย์ ยักยอก และฉ้อโกง รถยนต์และรถจักรยานยนต์แล้วนำไปขาย ให้ร้านดังกล่าว ก่อนจะหลบหนีไป โดยจากคดีดังกล่าวมีผู้ให้เช่ารถเสียหายจำนวนหลายรายเข้าแจ้งความกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกจากนี้ยังได้ก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายอีกหลายราย ว่าเปิดบริษัทขายตรงชื่อว่า "รวยมหัศจรรย์" ทำทีว่าเป็นบริษัทขนส่ง และออกอุบายให้ผู้ร่วมทุนซื้อรถยนต์เพื่อนำมาขับขี่วิ่งส่งของ โดยรถยนต์นั้นจะใช้ร่วมกัน กระทั่งเมื่อสบโอกาสนายเกียรติขจรก็จะเชิดรถยนต์หลบหนีไปอย่างลอยนวล พ.ต.อ.ธวัชชัย เปิดเผยว่า ทั้งนี้ยังมีคดีที่หลอกลวงหญิงสาวอีกหลายราย โดยผู้ต้องหาได้ทำทีเป็นติดต่อพูดคุยกับเหยื่อซึ่งเป็นหญิงสาววัยทำงานจนเกิดความเชื่อใจ และทำทีว่าตนนั้นเป็นเจ้าของบริษัทมีหลักทรัพย์ค้ำประกันทางธุรกิจ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อร่วมลงทุนและได้ทรัพย์สินเงินทองมากจนเป็นที่พอใจแล้วก็จะหลบหนีไป ก่อนจะก่อเหตุกับผู้เสียหายรายอื่นในลักษณะลูกโซ่ คดีดังกล่าวนั้นถือเป็นคดีที่สร้างความลำบากใจให้กับผู้เสียหายและมองว่าเป็นคดีต่อเนื่อง ทางตำรวจจึงได้ร่วมกันวางแผนเพื่อนำจับตัวนายขจรมารับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งต่อมาชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 ได้สืบทราบว่านายเกียรติขจร จะเดินทางไปติดต่อธุระในพื้นที่จังหวัดหนองคาย จึงได้วางแผนเข้าจับกุมได้ที่ร้านหมูกระทะ 15 หยวน ม.17 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.หนองคาย ซึ่งก่อนหน้านี้ ผู้ต้องหามีหมายจับอยู่เดิม 8 คดี เป็นหมายจับของศาลแขวงเชียงใหม่ 5 คดี ศาลจังหวัดจันทบุรี 2 คดี ศาลแขวงชลบุรี 1 คดี โดยจากนำตัวมาสอบสวน นายเกียรติขจร หรืออนันต์ นาเมืองรักษ์ ก็ได้ให้การรับสารภาพว่า ได้กระทำความผิดจริง โดยทำทีเช่ารถแล้วจะมีผู้มารับต่อไปชำแหละ รวมทั้งมีคนกลางที่ชื่อว่าใหญ่ ซึ่งทำงานอยู่ที่โชว์รูมรถแห่งหนึ่ง เป็นผู้จัดการเรื่องจัดไฟแนนซ์ต่างๆ เมื่อได้เงินมาจะนำมาแบ่งกัน และปัจจุบันตนเองเลิกพฤติกรรมต่างๆ แล้ว เพราะมีอาชีพสุจริต คือ ขายตรง เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ซอฟแวร์ เบื้องต้นผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับมากถึง 8 หมายด้วยกัน และคิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่เกิดจากผู้ต้องหารายนี้ไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกำหมายต่อไป

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon