คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

รวบ 3 ใน 5 คนร้ายปล้นเงิน 60 ล้าน

คืบหน้าคดีคนร้ายปล้นเงินสด 196 ล้านเยน หรือ 60 ล้านบาท ของนายภัทริศ แต้รัตนชัย อายุ 34 ปี นักธุรกิจจิวเวอร์รี่ หังจากจับกุม 3 ใน 5 คนร้ายได้แล้ว โดย เจ้าหหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจรถกระบะ ฟอร์ดเรนเจอร์สีส้ม ทะเบียนป้ายแดง ส5179 กรุงเทพ รถของผู้เสียหาย นำมาจอดทิ้งไว้ที่ถนนเลียบรฟม. ใกล้กับแยกผังเมือง แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพฯตำรวจเปิดผ้าใบที่คลุมรถ พบเป็นรถกระบะ สีส้มและทะเบียนรถตรงกับรถคันที่ก่อเหตุ จึงแจ้งทางพฐ.มาตรวจสอบทันที โดยพบว่ารถล็อกประตูไว้ จึงประสานช่างทำกุญแจมาปลดล็อกออก ก่อนที่จะให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเก็บหลักฐานภายในรถคันนี้ เก็บหลักฐานดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือแฝงเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไปพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ยืนยันว่า คนร้ายยังอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนเงินที่ปล้นยังไม่ได้แบ่ง ตอนนี้กำลังให้พนักงานสอบสวนรวบรวมหลักฐานไปขอหมายจับจากศาลอาญารัชดาภิเษก หากจับกุมได้ก็จะไปแถลงที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือกองบัญชาการตำรวจนครบาลจากการตรวจสอบคนร้าย เป็นคนในที่รู้พฤติกรรมและรู้จักเส้นทางหลบหนีเป็นอย่างดี ทางกองพิสูจน์หลักฐานได้เก็บลายนิ้วมือแฝง และ DNA รวมถึงพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ คาดว่าผลการตรวจจะออกมาเร็วๆ นี้ และจะนำไปประกอบกับพยานหลักฐานที่ชุดสืบสวนรวบรวมไว้ล่าสุด ตำรวจรู้ตัวกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว / ภายในวันนี้ จะออกหมายจับกลุ่มคนร้ายได้ ส่วนการสอบปากคำ ได้มีการสอบตัวบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์ไปแล้ว 5 ปาก ทั้งผู้เสียหายและผู้บาดเจ็บ และเตรียมเชิญคู่ค้าทางธุรกิจในต่างประเทศ มาให้ปากคำเพิ่มเติม / ส่วนการสอบปากคำลูกน้องและคนใกล้ชิด รวมทั้งผู้ที่เคยทำงานกับผู้เสียหายประมาณ 10 คน จะเชิญมาสอบถามข้อมูลเร็วๆ นี้คดีนี้่ ตำรวตจะแยกเป็น 2 ส่วน คือ การปล้นเงิน และการทำธุรกรรมของผู้เสียหาย ว่ามีการทำธุรกรรมถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ / แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า เมื่อปี 2559 นายภัทริศ เคยถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟองเงิน ดำเนินคดีในความผิดไม่สำแดงเงินสดเข้าประเทศ หรือ ดีแคลร์
image beaconimage beaconimage beacon