คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

รังวัดที่ "ป่าห้วยเม็ก" หลังกระทิงแดงยอมคืน

ที่ดินจังหวัด พร้อมชาวบ้าน ร่วมรังวัดพื้นที่ป่าห้วยเม็กหลังจากบริษัทกระทิงแดงยอมคืนผืนป่าให้ เบื้องต้นยังพบที่อยู่ครบ 31.236 ไร่ แม้จะมีหลักเขตหายไปบางอัน ก็จะต้องปักขึ้นใหม่อีก พร้อมนัดรังวัดที่ดินถนนอีกครั้งในวันที่ 9 ต.ค.นี้หลังชาวบ้านร้องบริษัทก่อสร้างอาคารขวางทางเข้าออกเมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 3 ตุลาคม 2560 นายศิริชัย ทวีชนม์ รักษาการที่ดินจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยนางเกศินี ศรีสุธรรม หน.งานทะเบียนที่ดิน นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น และนายประภวิษ พรรณเนตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านหนองแต้ และคณะเจ้าหน้าที่กว่า 20 คน ได้ร่วมกันเดินสำรวจหลักเขตและรังวัดที่ดินของป่าห้วยเม็ก ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เพื่อสำรวจและรังวัดที่ดินป่าห้วยเม็ก หลังจากที่บริษัทในเครือกระทิงแดงได้ยกเลิกการเช่าพื้นที่ป่า โดยนายศิริชัย ทวีชนม์ รักการที่ดินจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า การมาสำรวจและรังวัดที่ดินในวันนี้เป็นไปตามกฏหมายที่ดิน และความต้องการของชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อต้องการตรวจสอบที่ดินของป่าห้วยเม็กว่า หลังจากบริษัทได้คืนพื้นที่มาแล้วนั้น พื้นที่ป่าจะมีเหลือเท่าเดิมหรือไม่ โดยในปี 2540 ที่มีการรังวัดที่สำคัญที่หลวง หรือ นสล.นั้น พบว่าที่ดินบริเวณนี้มีประมาณ 38 ไร่ และเมื่อปี 2557 ก็มีการสำรวจอีกรอบ ก็พบว่ามีที่ดิน 38 ไร่เศษเช่นกัน และการสำรวจครั้งนี้ก็พบว่าพื้นที่มีอยู่เท่าเดิมไม่ได้หายไป ซึ่งมีประมาณ 31 ไร่เศษ ที่ทางบริษัทขอเช่า ซึ่งพบว่าที่ไม่ได้หายไปและยังอยู่ครบเท่าเดิม"การตรวจรังวัดล่าสุดที่ดินของป่าห้วยเม็กที่ทางบริษัทขอเช่าคือ 31.236 ไร่ตามที่เคยขอเช่า และพอคืนกลับมาก็ต้องมาตรวจสอบเพื่อตรวจวัดที่ดินให้ถูกต้อง แม้จะมีหลักเขตบางหลักหายไป โดยเป็นหลักเขตที่ ส.6316 ซึ่งเป็นหลักเขตแดนระหว่างที่ นสล. , ที่บริษัทและที่ของนางน้อย ซึ่งกำลังเป็นที่ดินที่พิพาทกันอยู่ ซึ่งพอหายไปก็จะต้องนำมาปักใหม่โดยใช้การรังวัดเป็นพื้นฐาน ว่ามีการบุกรุกหรือไม่"โดยนายศิริชัย กล่าวด้านางเกศินี ศรีสุธรรม หน.งานทะเบียนที่ดิน นิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การมาร่วมสำรวจในครั้งนี้ เนื่องจากที่ดินทั้งหมดของอำเภออุบลรัตน์ เป็นที่ดินของนิคมสร้างตนเองเขื่อนอุบลรัตน์ซึ่งได้ให้ชาวบ้านเอาไว้ทำการเกษตร แต่ก็สามารถนำไปออกเป็นฉโนดได้ หากครอบครองครอบ 5 ปี ซึ่งที่ดินบางแปลงของบริษัทกระทิงแดงที่มาซื้อนั้น เป็นที่ดินของนิคมฯบางส่วนที่มีการนำไปออกฉโนดแล้ว เพื่อทำเป็นพื้นที่โรงงาน"ที่ดินของ นิคมฯ หากจะต้องนำไปทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่การทำการเกษตร จะต้องมีการไปยื่นขอเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ใหม่ จากกรมที่ดิน ซึ่งขณะนี้ทางบริษัทก็กำลังดำเนินการอยู่เช่นกัน ซึ่งสามารถทำได้ เพราะอย่างบริษัทฟินิคซ พลัฟ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) ก็ได้เคยยื่นเอกสารลักษณะนี้เช่นกัน ซึ่งก็สามารถทำได้"นางเกศินี กล่าว สำหรับการรังวัดที่ดินในวันนี้จะมีการสรุปผลในวันพรุ่งนี้ และจะมีการรังวัดเส้นทางสาธารณประโยชน์ ซึ่งชาวบ้านระบุว่าบริษัทก่อสร้างสิ่งก่อสร้างขวางทางสาธาารณประโยชน์ของชาวบ้าน .
image beaconimage beaconimage beacon