คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
พายุฝนถล่มโคราช บ้านเสียหายหลายหลัง

ลุ้นคำตัดสินรื้อฟื้นคดี "ครูจอมทรัพย์"

เริ่มกันที่คดีสำคัญที่ประชาชนทั้งประเทศให้ความสนใจและเฝ้าติดตามมาอย่างต่อเนื่อง นั้นก็คือคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูชาว จ.สกลนคร ผู้เคยต้องโทษในคดีขับรถชนคนตายโดยประมาท ก่อนจะยื่นเรื่องขอรื้อฟื้นคดี โดยวันนี้ศาลจังหวัดนครพนมจะมีการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา เพื่อตัดสินการรื้อฟื้นคดีนี้ในเวลา 13.00 น. เราจะไปติดตามบรรยากาศล่าสุดที่นั้นกับผู้สื่อข่าวของเรา คุณศิวะ โลโห รายงานสดจากศาล จ.นครพนมหากนับจากวันสืบพยานในการรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร หรือ ครูจอมทรัพย์ เมื่อวันที่ 8 - 10 กุมพาพันธ์ที่ผ่านมา วันนี้นับเป็นเวลากว่า 10 เดือนที่หลายคนเฝ้าติดตาม โดยเฉพาะครูจอมทรัพย์ว่าผลการรื้อฟื้นคดีที่เธอเคยต้องโทษในข้อหาขับรถชนคนตายโดยประมาท ซึ่งเธอยืนยันมาโดยตลอดว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งศาลจังหวัดนครพนม จะอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในเวลา 13.00 น.ครับบรรยากาศที่ศาลจังหวัดนครพนม ในวันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในการรื้อฟื้นคดีของนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อดีตข้าราชการครูชาวจังหวัดสกลนคร ในฐานะผู้ร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ ตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังไม่มีความเคลื่อนไหวมากนัก มีเพียงสื่อมวลชนจากสำนักต่างๆ ที่มาปักหลักรายงานกันตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาท่ามกลางตรึงกำลังรักษาความเรียบร้อยของตำรวจจากภูธรจังหวัดนครพนมกว่าร้อยนาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารและฝ่ายปกครอง ทั้งในและนอกเครื่องแบบที่เข้ามาดูแลพื้นที่ตั้งเวลา 05.00 น. ที่ผ่านมา โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อย ด้วยการปิดประตูเข้า-ออกให้เหลือให้เหลือเพียงช่องทางเดียว ส่วนความเคลื่อนไหวของครูจอมทรัพย์ ก่อนจะเดินทางมาฟังคำพิพากษา ในช่วงเช้าครูจอมทรัพย์ได้มีการทำพิธีไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่บ้าน และเดินทางไปถวายสังฆทานที่วัดในหมู่บ้านพร้อมกับลูกชาย หลังจากนั้นจะเดินทางไปรับลูกคนเล็กพร้อมทนายความจากกระทรวงยุติธรรม ก่อนจะเดินทางมาที่ศาลจังหวัดนครพนม ในเวลาประมาณ 12.00 น. เพื่อรอฟังคำตัดสินครับก่อนจะมีการนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในการรื้อฟื้นคดีครั้งนี้ ศาลจังหวัดนครพนม ได้ทำการสืบพยานทั้ง 2 ฝ่าย ระหว่างวันที่ 8 - 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ตามคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 4 โดยการสืบพยานทั้ง 3 วัน ฝ่ายผู้ร้อง และฝ่ายคัดค้าน ต่างมุ่งหักล้างกันในคนละประเด็น โดยฝ่ายครูจอมทรัพย์ ผู้ร้อง ได้นำพยานบุคคล รวม 9 ปากขึ้นเบิกความ แต่ไม่ได้อ้างนายสับ วาปี เป็นพยานในชั้นศาล แม้ว่านายสับ จะพยานบุคคลที่ทำให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รับคำร้องรื้อคดี แต่ฝ่ายผู้ร้องได้ให้น้ำหนักทางนิติวิทยาศาสตร์ โดยเน้นการพิสูจน์ว่า รถกระบะอีซูซุ สีเขียว ทะเบียน บค 56 สกลนคร ที่ครูจอมทรัพย์ขายต่อให้กับคนในหมู่บ้านเดียวกันในวันเกิดเหตุ ไม่ได้มีการเฉี่ยวชน รวมกับประเด็นที่นายสับ วาปี ออกมารับสารภาพว่าเป็นคนชนนายเหลือส่วนฝ่ายอัยการ ซึ่งยื่นคัดค้านการรื้อฟื้นคดี ได้นำพยานซึ่งเป็นพยานโจทก์ในคดีเดิมและตำรวจ มาเบิกความเป็นพยานในชั้นศาล รวม 15 ปาก โดยเน้นเรื่องของบุคคลที่ครอบครองรถอีซูซุ ทะเบียน บค 56 มุกดาหาร ว่าไม่ได้อยู่ในการครอบครองของนายสับ วาปี ที่ออกมาอ้างว่าเป็นคนขับรถชนคนตายในคดีดังกล่าว แต่รถอยู่ในการครอบครองของ "นายอุบล ไชยบัน" ระหว่างปี 2547 - 2551 ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่รถของนายสับ จะขับไปชนคนตายตามที่กล่าวอ้างอย่างไรก็ตาม หลังสืบพยานทั้ง 2 ฝ่ายแล้วเสร็จ ศาลจังหวัดนครพนมได้รวบรวมคำสืบพยานทั้งหมด เสนอไปยังศาลฎีกาตามขั้นตอนที่กำหนดใน พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาฯ เสนอศาลฎีกา ทำคำวินิจฉัยเป็นคำพิพากษา ออกมา ซึ่งจะมีคำพิพากษาในช่วงบ่ายวันนี้ผลการตัดสินออกมาครูจอมทรัพย์ จะเป็นแพะหรือไม่นั้น ก็ต้องรอคำตัดสินจากศาลฎีกา และครั้งนี้ก็ถือเป็นเด็ดขาด ซึ่งทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับคำตัดสินครับ

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon