คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด
ถัดไป
ชาวเกาะยาว ห่วงนกเงือกสูญพันธุ์ เพราะไม่มีต้นไม้ใหญ่ทำรัง

ศาลสั่งจำคุก 2 ปี "เจ้สุ" เจ้าแม่เงินกู้

นครพนม - "เจ๊สุ" นางสาวสุนภา หรือสุพิชญ์ฌา เรืองสุวรรณ ถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญาวันที่ 9 ส.ค.60 บริเวณศาลจังหวัดนครพนม มีบรรดาลูกหนี้ของเจ้าแม่เงินกู้นอกระบบคนดัง"เจ้สุ"นางสาวสุนภา หรือสุพิชญ์ฌา เรืองสุวรรณ หรือ อภิชัจฐ์โภคิน อายุ 56 ปี เจ้าของ บจ.มิตรศิลป์มอเตอร์ไซด์ เลขที่ 924/1-4 ถ.อภิบาลบัญชา เขตเทศบาลเมืองนครพนม เดินทางมารวมตัวกันที่ศาลาที่พักญาติราว 50 คน เพื่อมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่ นางสาลิกา คนฉลาด อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40 หมู่ 7บ้านเหล่าภูมี ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม เป็นโจทก์ยื่นฟ้องในข้อหาเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล โดยคดีนี้ ศาลชั้นต้นได้พิพากษาจำคุก"เจ้สุ"พร้อมลูกน้องสาวผู้เป็นมือขวา เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา และประกันตัวออกมาสู้คดีกันในชั้นอุทธรณ์ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 31 พ.ค.2560 ที่ผ่านมา เป็นวันที่ศาลอุทธรณ์นัดฟังคำพิพากษา แต่ทนายฝ่ายจำเลยคือ"เจ้สุ"ยื่นเอกสารขอเลื่อน อ้างว่าลูกความป่วยกะทันหันพร้อมกับยื่นแถลงปิดคดีกับศาลอุทธรณ์ภาค 4 เพิ่มเติม ซึ่งศาลเมตตานัดให้มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 9 ส.ค.60 เวลา 09.00 น.บรรยากาศโดยรวม"เจ้สุ"เดินทางมายังศาลจังหวัดฯ เข้าไปนั่งรออยู่ในห้องพิจารณา 6 ตั้งแต่เช้า เพื่อหลบการเผชิญหน้ากับบรรดาลูกหนี้ที่เดินทางมารอฟังคำพิพากษาเป็นจำนวนมากและเมื่อถึงเวาลาศาลฯออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ยืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุก"เจ้สุ"พร้อมลูกน้องเป็นเวลา 2 ปี ทำให้เจ้าแม่เงินกู้คนดังสิ้นสุดอิสรภาพทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศาลฯ ควบคุมตัวไปคุมขังยังห้องขังใต้ถุนศาล รอทนายยื่นหลักทรัพย์ขอประกันตัวเพื่อต่อสู้ในชั้นฎีกา ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของศาลฯจะพิจารณาตามขั้นตอนต่อไปหลังจบคำพิพากษาของศาลฯ กลุ่มลูกหนี้ก็เดินลงมายังศาลาพักญาติ ต่างโผเข้ากอดร่ำไห้ด้วยความดีใจ โดยนางสาลิกาผู้สร้างตำนานเอาคนรวยเข้าคุก เปิดเผยว่าขอบคุณในความยุติธรรม ก่อนหน้านี้น้อมรับฟังคำพิพากษาไม่ว่าจะออกมาในทิศทางใด วันนี้ทุกอย่างเหมือนถูกปลดปล่อยรู้สึกโล่งใจมาก ดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่จริงๆโดยคดีดังกล่าวถูกเปิดเผยโดยนางสาลิกา คนฉลาด ผู้เป็นโจทก์ เล่าเรื่องย้อนหลังให้ฟังว่าเมื่อปี 2552 ได้มีนายหน้าจัดหางานมาชักชวนลูกเขยกับลูกสาวของตนไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ แต่ต้องเสียค่านายหน้าในการดำเนินการ ซึ่งตนอยากให้ลูกไปทำงานต่างประเทศแต่ไม่มีเงินเสียค่านายหน้า จึงนำโฉนดที่ดิน จำนวน 3 แปลงไปจำนองเป็นประกันกันนายทุนรายหนึ่งในจังหวัดนครพนม คือ"เจ้สุ"โดยนายทุนตีราคาที่ดินทั้งสามแปลงรวมกันเป็นเงิน 580,000 บาท หลังจดจำนองเสร็จกลับได้รับเงินเพียง 520,000 บาท โดยนายทุนอ้างว่าต้องหักดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 บาท/เดือน ไว้ล่วงหน้า 3 เดือน ที่เหลือเป็นค่าดำเนินการจดจำนอง และค่านายหน้ารวมเบ็ดเสร็จเป็นเงิน 6 หมื่นบาท โดยนายทุนนัดให้มารับเงินในวันรุ่งขึ้นเมื่อถึงกำหนดตนไปรับเงินที่สำนักงานของ"เจ้สุ"ซึ่งเปิดเป็นร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ก่อนรับเงินนายทุนได้ให้เซ็นสัญญาค้ำประกันเงินกู้ เป็นจำนวนเงินอีก 870,000 บาท โดยอ้างว่าทำกันไว้เฉยๆ ไม่เป็นอะไร หากไม่ยอมเซ็นก็จะไม่ได้เงิน ตนจึงจำยอมต้องเซ็นชื่อลงไปต่อมาตนไปกู้เงินกับกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจน (อชก. ) และได้รับการอนุมัติจึงนำเงินไปขอปลดหนี้กับนายทุน แต่ไม่คาดคิด"เจ้สุ"ใช้เล่ห์เพทุบาย นำเอายอดเงินในสัญญาที่ทำเพิ่มทีหลังมาบวกเพิ่มเข้าไปอีก รวมเป็นเงินประมาณทั้งสิ้น1,400,00 บาท(หนึ่งล้านสี่แสนบาท) ซึ่งตนต่อรองขอชำระเท่าที่ได้กู้มาจริงคือ 580,000 บาทแต่นายทุนก็ไม่ยอม หลังจากนั้น"เจ้สุ"ก็ให้ทนายความยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดนครพนม บังคับจำนอง เป็นจำนวนเงิน 1,238,125 บวกดอกเบี้ยอีกเป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,900,000 บาท ตนก็ได้ต่อสู้คดีมาโดยตลอด ตั้งแต่ปี2554 เป็นต้นมา จนกระทั่งถึงศาลฎีกาพิพากษาให้ตนชำระหนี้เพียงแค่ 520,000 บาท เท่ากับจำนวนเงินที่ได้รับไปจริง ซึ่งตนก็ได้กู้ยืมเงินจาก อชก.ไปชำระเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นนางสาลิกาจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ .เมืองนครพนม ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับนายทุนรายนี้ ในข้อหาเบิกความอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดีต่อศาล ในวันที่ 28 สิงหาคม 2557 แต่หลังจากสอบสวนแล้วพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง นางสาลิกาจึงได้จ้างทนายฟ้องเป็นคดีอาญาต่อศาลจังหวัดนครพนมเอง เป็นคดีดำเลขที่198/2559 และคดีแดงที่ 2776/2559 โดยศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2559 ให้ตัวนายทุนและลูกน้องที่เป็นพยานเท็จให้ ต้องโทษติดคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 177 โดยนายทุนได้ขออุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในนี้นางสาลิกา ได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่าช่วงระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ทางกลุ่มนายทุนได้ส่งคนมาขอให้ตนยุติคดี โดยจะยอมจ่ายเงินชดเชยให้ 3 ล้านบาท แต่ถูกตนปฏิเสธไปโดยเห็นว่าคนยากคนจนถูกนายทุนรายนี้เอารัดเอาเปรียบมามากแล้ว ตอนนี้ตนจะลองพาคนรวยเข้าคุกลองดูสักครั้ง ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จเมื่อศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกนายทุนและลูกน้องเป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

รายการที่จะเล่น

เพิ่มเติมจาก Nation Channel

image beaconimage beaconimage beacon