คุณกำลังใช้เบราว์เซอร์รุ่นเก่า โปรดใช้ รุ่นที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อรับประสบการณ์ MSN ที่ดีที่สุด

สนช.โต้ข่าว "เก็บภาษีน้ำ" เปิด 2 มาตราปัญหา

ข้ามไปอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องบอกว่ารัฐบาลถูกวิจารณ์อ่วม นั่นก็คือกระแสข่าวลือว่ารัฐบาลเตรียมจัดเก็บ "ภาษีน้ำ" จากการผลักดันกฎหมายทรัพยากรน้ำฉบับใหม่ ประเด็นนี้ร้อนจริงๆ ถึงขั้นที่ พลเอกอกนิษฐ์ หมื่นสวัสดิ์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต้องออกมาแถลงชี้แจงร่างกฎหมายทรัพยากรน้ำฉบับใหม่ อยู่ในการพิจารณาของ สนช.วาระที่ 2 คือขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ โดย พลเอก อกนิษฐ์ แถลงว่า ขณะนี้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องการเก็บภาษีน้ำ ซึ่งไม่ใช่การเก็บภาษี แต่เป็นเพียงเก็บ "ค่าใช้น้ำ" เท่านั้น และรายละเอียดยังไม่มีความชัดเจน เนื่องจากคณะกรรมาธิการฯ ยังเห็นว่ามีปัญหาที่จะต้องกลับไปทบทวน เพื่อให้เกิดความรอบคอบ และต้องแบ่งประเภทการใช้น้ำให้ชัดก่อน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ใช้น้ำ โดยเฉพาะเกษตรกรยืนยันว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะไม่มีการเก็บค่าใช้น้ำจากเกษตรกรรายย่อยแน่นอน หากจะเก็บก็เก็บเฉพาะรายใหญ่เท่านั้น ส่วนรายละเอียดเรื่องการแบ่งเกษตรกรรายย่อย กับรายใหญ่ ต้องออกเป็นกฎกระทรวงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งแต่เดิมกำหนดจากจำนวนไร่ที่ทำการเกษตร หรือจำนวนสัตว์เลี้ยงที่ทำกสิกรรมเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมาธิการฯเห็นว่ายังไม่ครอบคลุมเพียงพอพลเอกอกนิษฐ์ ย้ำด้วยว่า ร่างกฎหมายจะยังไม่บังคับใช้ในเดือนตุลาคมตามที่เป็นข่าว เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระทบกับเกษตรกร จึงต้องจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ด้วยเรื่องนี้ไม่ได้ออกมาชี้แจงกันเฉพาะฝ่ายนิติบัญญัตินะคะ แต่ฝ่ายรัฐบาลก็ออกมาแถลงไขด้วยเช่นกัน โดย คุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ออกมาย้ำว่า รัฐบาลไม่เคยมีความคิดเก็บค่าน้ำกับเกษตรกรรายย่อยหรือชาวนาสำหรับร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ มีหลักการและวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการน้ำในแหล่งน้ำสาธารณะให้เพียงพอต่อการใช้ในหน้าแล้ง และป้องกันน้ำท่วม โดยจะมุ่งบังคับในเรื่องการใช้น้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะนอกเขตชลประทาน เช่น แม่น้ำ ลำคลอง ห้วย หนอง บึง โดยจะไม่เกี่ยวกับการใช้น้ำประปา น้ำบาดาล และน้ำในเขตชลประทาน ซึ่งมีกฎหมายอื่นๆ อีก 3 ฉบับกำกับอยู่แล้วคือ กฎหมายชลประทานหลวง /กฎหมายน้ำบาดาล / และกฎหมายการประปามาตราที่เป็นปัญหาในร่างกฎหมายทรัพยากรน้ำ จนถูกนำไปตีความว่าจะมีการเก็บภาษีน้ำ คือ มาตรา 36 และมาตรา 39 ที่ระบุถึงการกำหนดให้เรียกเก็บค่าใช้น้ำ ทำนองว่า "ให้คณะกรรมการลุ่มน้ำ (เป็นคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นใหม่ตามกฎหมายนี้) มีอำนาจประกาศในราชกิจจานุเบกษากำหนดให้การเก็บกักน้ำหรือการใช้น้ำเพื่อกิจการใดในแหล่งน้ำสาธารณะตามบริเวณที่กำหนด / ต้องได้รับใบอนุญาตการใช้น้ำ / ในกรณีดังกล่าวจะกำหนดให้มีการเก็บค่าใช้น้ำด้วยก็ได้" และกฎหมายยังให้อำนาจคณะกรรมการลุ่มน้ำ กำหนดอัตราค่าใช้น้ำและหลักเกณฑ์ต่างๆ ด้วยอ่านข้อความตามร่างกฎหมายแล้วก็ต้องยอมรับว่า น่ากลัวจริงๆ ว่าจะมีการเก็บค่าใช้น้ำกับทุกคน ก็ต้องรอดูว่าเนื้อหาที่นำไปปรับปรุงแก้ไขใหม่จะออกมาอย่างไร และจะมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจนทุกฝ่ายยอมรับได้หรือไม่
image beaconimage beaconimage beacon